เปียเจ (Peaget) ไม่ดีตรงไหน

วันก่อน  ผมไปได้ยิน  .....ศาสตราจารย์ สายการศึกษา ท่านหนึ่ง  ....ท่านเล่าให้ผู้ฟังฟังว่า    "คนในวงการศึกษาไทย  ตามแนวคิด ของ "เปียเจ" นักจิตวิทยาชาวสวิส  (Jean Peaget)   มากเกินไป   คิดแบบเป็นขั้นๆตอนๆ มากไป  ส่งผลเสียหายต่อการศึกษาไทยได้ ..." (อะไรประมาณเนี่ย ... จำได้คร่าวๆ)

ผมก็ไม่มีได้ สนทนากับท่าน  เพราะ ท่านพูดเสร็จ ท่านก็ รีบไปธุระของท่านต่อ

ผมก็เลย งง ๆ ....

เอ้ .... จริงหรือเปล่า เนี่ย

วาน ท่านทั้งหลาย ช่วย --->  แนะนำ ความเห็น ต่อยอด ทำให้กระจ่าง  ฯลฯ   ด้วยครับ

 

ขอบคุณครับ

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Living company

คำสำคัญ (Tags)#การศึกษา#จิตวิทยา#peaget#เปียเจ

หมายเลขบันทึก: 220733, เขียน: 04 Nov 2008 @ 17:35 (), แก้ไข: 23 Jun 2012 @ 10:47 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 11, อ่าน: คลิก


ความเห็น (11)

เขียนเมื่อ 
  • ท่าจะจริงครับ
  • เพราะชีวิตจริง
  • บางทีก็ข้ามขั้นเหมือนกันครับ
  • คนนี้ใช่ไหมครับ
  • http://en.wikipedia.org/wiki/Jean_Piaget
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณ ท่านขจิต มาตอบว่องไวจริงๆ

ผมเข้าไปอ่านแล้ว เปียเจ เกิดในเมืองเล็กๆ ที่สวยงาม ในสวิส ผมเคยไปมาแล้ว คนในสวิส คุยกันแบบ dialogue เยอะ

สวิสด้านติดกับฝรั่งเศส จะดูมี ศิลปะ มากกว่า พวกสวิสที่ติด ออสเตรีย เยอรมัน และ ไม่ค่อยจะ เจ้าเล่ห์ แบบพวกที่ติดพรมแดนอิตาลี

สมเด็จย่า และ ในหลวง ทั้ง ๒ พระองค์ ก็ทรงเติมเติบ ในแคว้นของสวิส ที่ติดฝรั่งเศส จะใกล้ชิดธรรมชาติ

ผมเคย ไปเดินเล่น เจอกลุ่ม คนหนุ่ม สาว และ คนแก่ มาเก็บเห็ดกัน พวกเขาจะนั่งสนทนากัน

ผมเดินออกไปหาบ้าง ... หาไม่เจอเลย ....

*********

เขียนเมื่อ 

Lourenço, O. and Machado, A. (1996). In defense of Piaget's theory: A reply to ten common criticisms. Psychological Review, 103, 143–164

ผมค้นเจอ ...พบว่ามึคนไม่เห็นด้วย ... แต่ไม่สามารถหาอ่านได้

halleruya
IP: xxx.120.234.147
เขียนเมื่อ 

ถ้า "ลอก+เรียน" ไม่น่ามีปัญหานะครับ

แต่ถ้า "ลอกเลียน" ทั้งดุ้น อาจจะไม่เวิค

เท่าที่อ่านดูเรื่อง moral education ของแกแล้ว

น่าสนใจและน่าทดลองดีนะครับ

อีกอย่างผมว่า ไม่มีใครเดินตามรอยเท้าใครได้ตลอดเวลาหรอกครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ

  • คิดแบบเป็นขั้นๆตอนๆ มากไป  ส่งผลเสียหายต่อการศึกษาไทย
  • คิดเป็นขั้นตอนนี่ผมว่า เป็นสิ่งถูกต้องแล้ว เป็นการใช้หลักเหตุและผล
  • เรื่อง อิทัปปัจยตา ก็เป็นขั้น เป็นตอนชัดเจน .. จึงนำมาอธิบายความเป็นไปในเรื่องต่างๆได้
  • ข้อสำคัญ คิดเป็นระบบ  คิดเป็นขั้นตอนแล้ว  อย่าเผลอเอาเป็นเอาตาย ไม่ยอมยืดหยุ่นกับสิ่งที่คิด ที่วางแผนไว้ เพราะจะกลายเป็นทาสมันอย่างน่าสงสาร
  • เมื่อมันมีเหตุอันสมควรต้องปรับเปลี่ยนอะไรให้เกิดความลงตัว พอเหมาะ พอดี แล้วไม่กล้าทำ เพราะกลัวไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้นั้น .. เป็นเรื่องของการหาทุกข์ใส่ตัวโดยแท้
  • สรุปว่า มีกรอบความคิด  คิดเป็นขั้นตอน  คิดเป็นระบบ นั้นดีแล้ว เป็นการ ใช้ศาสตร์ ในการดำเนินชีวิต  แต่เมื่อถึงขั้นปฏิบัติก็ต้องไม่ลืม ใช้ศิลป์ มาประกอบให้ลงตัว ไม่ตึง ไม่หย่อน จนเกิดความพอเหมาะ พอดี ได้ในที่สุดครับ
เขียนเมื่อ 
  • เปียเจ...ม่ายรู้คร๊าบ.....รู้แต่เปียแชร์
เขียนเมื่อ 
  • สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อชีวิต
  • ผู้คนที่เติมใหญ่มาท่ามกลาง
  • ธรรมชาติแวดล้อมที่งดงามสงบสุขทั้งทางกายภาพ
  • วัฒนธรรม ตามธรรมชาติ
  • สร้างจิตวิญญาณที่งดงาม ทั้งการคิด การพูด การกระทำ
  • และรับผิดชอบต่อ ความคิด คำพูด และผลของการกระทำ
  • ปรับเปลี่ยนแก้ไขให้ดีขึ้นเอง
  • ไม่ต้องไปบีบ บัง คับ ยัดเยียดคำสั่งสอน
  • เจอนักจิตรวิทยาที่จบจากอเมริกา ระดับปริญญาเอก สอนตอนป.ตรี
  • ประสบความล้มเหลวในชีวิตอย่างสิ้นเชิง ลูกฆ่าตัวตาย
  • ครอบครัวพลังทลาย
  • ในที่สุดก็ตายโดยปราศจากความรักอย่างน่าสงสาร
  • บังเอิญเจอข่าวในหนังสือพิมพ์
  • จึงถึงบางอ้อ ว่าตอนสอนเราพอเราแสดงความคิดเห็นไม่ครงกับอาจารย์ ท่านโกรธมาก แค่บอกว่าตัวอย่างเรื่องจิตรวิทยา ทำไมไม่มีตัวอย่างของคนไทยบ้าง
  • คนตะวันตก กับคนตะวันนออกแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แล้วใช้ตัวอย่างทฤษฎี โดยไม่ปรับอาจารย์คิดว่าใช้กับคนไทยได้ไหม
  • จากเคยได้ทอ๊ปในคอร์สแรก
  • เจอคำถามแบบนี้ได้ C อย่างภาคภูมิใจแต่องการทดสอบท่านอีกครั้ง
  • ขอความกรุณาอาจารย์ชี้แนะว่าหนูผิดพลาดในการทำข้อสอบนี้ด้วย
  • ท่านถามจะเอา  C หรือ  F

 

เขียนเมื่อ 

หลายคน ไปเรียนเอก แล้วไม่จบ ก็เพราะ ทะเลาะกับ อาจารย์นี่แหละ

สุดท้าย มนุษย์มีกิเลส ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่อง ถึงจะเป็น ปริญญาเอก แต่ กิเลสเยอะ ก็ทะเลาะกับ ศิษย์ของตนเองได้ รังแกศิษย์ตนเองได้

โลกทุนนิยม หลงจะ เอาปริญญา มันก็ต้อง ทุกข์แบบทุนนิยม

หาก ศึกษาทางธรรม เจอ ครูบาอาจารย์ จะพรหมวิหาร ๔ มากกกว่า พวก advi เซ่อ ....

halleruya
IP: xxx.120.245.64
เขียนเมื่อ 

จริงเลยครับอ.

พี่สาวผมเรียนหลักสูตรปริญญาโทกับดร.ท่านนึง

หลังจากส่งทีสิสแล้ว ก็มีเงื่อนไขประหลาด คือ

"ต้องมาช่วยฉันทำวิจัยงานของฉันส่งนายให้เสร็จ เธอจึงจะจบนะ"

ซึ่งพี่สาวผมก็สมัครและได้งานประจำทำแล้ว แปลว่า

ทำงานวิจัยช่วยแกไม่ได้ ก็เลยโดนรังแกอย่างที่อ.ว่า

คือ แกล้งให้ไม่จบซักที ไม่ว่าจะแก้ไข ส่งงานกี่รอบ

ทั้งๆที่ตอนแรกบอกว่างานโอเคแล้ว

ตอนนี้ต้องเปลี่ยน advisor ใหม่ เสียเวลา และความรู้ึสึกน่าดูครับ

IP: xxx.28.183.10
เขียนเมื่อ 

วันนี้สอนนักศึกษา

เด็กบ่นว่า "หนูเบื่อจริงๆไม่น่าเลือกวิชานี้เลย"

อาจารย์ได้ยินแล้วหวั่นไหว

ถามว่าเพราะอะไรหรือค่ะ

เด็กตอบว่า ทำอะไรก็ผิดไปหมด!!!

ฝึกที่นี่ต้องระวังทุกอย่าง จะพูดอะไรก็ต้องระวัง

ไม่อิสระเหมือนที่บ้านหนู

แต่หนูเข้าใจนะว่า...ที่นี่ประเทศไทย(น้ำเสียงเย้ยหยัน)

เด็กทำอะไรก็ผิดไปหมด

อาจารย์น้ำตาเกือบไหล อะไรฟ่ะ???

ปล.เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจากที่อาจารย์ตักเตือนนักศึกษา

เพราะนักศึกษาส่งของข้ามหัวผู้ใช้บริการ

แวะเข้ามาเรียนรู้
IP: xxx.25.193.16
เขียนเมื่อ 

คนพูดคนนั้น คงคิดมากเกินไป เพราะเรียนมาสูง ความจริงเขาเพียงแต่บอกให้ทราบว่า การเรียนรู้ของคนมันมีขั้นนตอนหลักๆ อยู่ 4 ขั้นตอน ซึ่งมันก็เป็นความจริง แต่คนเอามาใช้นี่แหละ คือ ตัวปัญหา เพราะใช้อย่างไร้ปัญญามันก็ เป็นอย่าที่ว่าน่ะแหละ ซอยเป็นแท่งแบ่งเป็นท่อนเสียเลย โดยไม่รู้ว่า ขั้นตอนย่อยมันก็มีอยู่ แต่ไม่มีใครสามารถแจงได้หมด เพราะเรื่องของคน เป็นเรื่องที่เรียนไม่มีจบ เพราะเหตุสองประการ คือ กิเลส และ อวิชชา เขาแบ่งได้ 4 ก็นับว่าเก่งแล้ว คนนี้ อีกหน่อยก็ว่า การแบ่งของพระพุทธองค์ที่แบ่งออกเป็น บัว 4 เหล่าอีกมั้ง

ความจริง ไม้ต้นหนึ่ง มันก็คงบอกส่วนหลักๆ ได้ว่า มีราก มีลำต้น มีกิ่ง มีใบ มีดอก มีผล แล้วไอ้ส่วนย่อยที่อยู่ระหว่างส่วนหลัก ไม่มีใครบอก ก็เลยไม่มีใครเอามาเรียน เพราะผู้รู้เมืองไทย เขาซื่อมาก บอกแค่ไหนก็เอาแค่นั้น

เหตุผลที่การศึกษาไทยแย่มาก ไม่ได้อยู่ที่เปียเจท์ แต่อยู่ที่สาวกของเปียเจท์ ที่เอาหลักการของเขามาปู้ยี่ปู้ยำ ด้วยคิดว่า ตนเองมีภูมิ ทำอย่างไรก็ถูก ใครจะท้วงจะติง ก็คงฟังกันยาก เพราะเคยเสวนากับคนมีความรู้สูงมาก เรื่องการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ ท่านพูดอย่างภาคภูมิว่า การสอนคณิดศาสตร์ต้องสอนให้เกิด "number sense" ขออภัย ต้องเขียนตามเขาพูด เลยถามว่า มันหมายความว่าอย่างไร? ก็ก็ตอบอย่างภาคภูมิใจอีกว่า "ก็ให้เด็กนับจำนวนจริง เวลา บอก ลบ คุณ หาร" อะไรทำนองนี้แหละ ก็เลยไม่กล้าถามต่อ เพราะสอนอย่างนี้มาเป็นศตวรรษแล้ว คนเก่งคณิตศาสตร์เดี๋ยวนี้หาตัวจับยาก ซึ่งความจริงมันไม่ใช่ที่เขาตอบเลย อย่างนี้แหละที่ทำให้คนไทยแย่ลง การศึกษาไม่แย่ลงนะ ทำเหมือนเมื่อ 50-60 ปีที่แล้วเปี๊ยบเลย แต่เงินเดือนดีกว่า แถมมีเงินค่าดูเหมือนมีความชำนาญเป็นพิเศษอีกด้วย รวยกันใหญ่

อย่างสนใจเลยเขาจะว่าเปียเจท์อย่างไร เพราะเขาจะว่าอย่างไร เปียเจท์ก็ดังกระฉ่อนโลก มีแต่เมืองไทยที่เอาเปียเจท์มาใช้แล้ว เป็นเปียแชร์ เหมือนคำตอบกระทู้หนึ่ง ลองหาอ่านดูก็ได้นะ ช่างใช้คำดีจัง เห็นภาพเลย