ใครที่คิดว่าเพื่อนกินหาง่ายแล้วคิดผิดครับ... ทุกวันนี้ผมอยากมีเพื่อนกิน...

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่ามิได้มีเจตนาบิดเบือนหลักธรรมหรือล้อเลียนหลักธรรม (ขอบคุณพี่นกที่เล่าประสบการณ์ไว้เลยต้องระวัง) แต่เป็นแนวคิดที่ได้ประสบพบเจอ ด้วยตนเอง แล้วนำมาเล่าต่อ

คำพูดของคนโบราณบอกว่า เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหายาก ยังเป็นจริงทุกประการ สำหรับบ้านเราเมืองเรา แต่สิ่งที่ผมจะเล่านี้เป็นมุมมองที่มองต่างในความเหมือน

ปัจจุบันนี้ผมเองมักจะประสบปัญหาเมื่อต้องการที่จะพบปะเพื่อนฝูง เพื่อหาทางสังสรรค์ สนทนา พูดคุยฉันเพื่อนพ้องน้องพี่ แต่มักจะได้รับคำปฏิเสธบ่อยครั้ง เพราะล้วนแล้วแต่มีภาระกิจหรือกิจกรรมที่จำเป็นต่อการดำรงชีพมากเสียจริง ๆ

เพื่อนกินของผมไม่ได้หมายถึงเพื่อน กเฬวราก ที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อเพื่อนฝูงไปวัน ๆ โดยไม่คิดที่จะช่วยเหลือเพื่อนฝูงตามหลักธรรม

เพื่อนกินของผมจึงหมายถึงเพื่อนกินจริง ๆ และยังเป็นกัลยาณมิตรอีกต่างหาก (อย่าเพิ่งสับสนมึนงงนะครับ)

และคำว่ากัลยาณมิตรก็ไม่ได้หมายถึง สมาชิกกลุ่ม ๆ ใดกลุ่มหนึ่ง ที่รวมตัวกันเพื่อสนับสนุนพระบางรูป แต่ของผมจะหมายถึง สุหทมิตร หรือ มิตรแท้ 4 ซึ่งตามพระอาจารย์ ป.อ. ปยุตโต ได้กล่าวไว้คือ

1. มิตรอุปการะ คอยช่วยเหลือห้ามปราม และเตือนสติเมื่อเพื่อนประมาท และช่วยเหลือตามความจำเป็น

2. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ (สมานสุขทุกข์) คือ มิตที่คอยห่วงหาเอื้ออาทร ยามมีภยันตรายก็ช่วยปกป้องซึ่งกันและกัน

3. มิตรแนะประโยชน์ คือ มิตรที่คอยให้คำแนะนำในสิ่งที่ดี คอยชี้ทางสุขหรือทางธรรม เมื่อมีโอกาสดี ๆ ก็ไม่ลืมคิดถึงเพื่อน

4. มิตรมีน้ำใจ คือ มีใจพลอยเป็นทุกข์เป็นสุขด้วย คอยติเตียน ยับยั้ง แก้ไข และสนับสนุน

หากว่าใครมีมิตรแบบนี้นับว่าเป็นกัลยาณมิตร ควรจะรักษาไว้ให้ดี

สำหรับผมก็มีมิตรแบบนี้เหมือนกัน แต่หาโอกาสพบปะคุยกันซึ่งหน้าไม่ได้สักที แต่ก็ยังดีที่มีสื่อออนไลน์ให้เราได้มีโอกาสได้พบปะ พูดคุยกันได้บ้าง ก็พอประทัง แต่อย่างไรก็ตามผมยังอยากได้เพื่อนกินเหมือนเดิม ... ศรีสวัสดีครับ...