เสร็จจากงานประชุมวิชาการประจำปี ๒๕๕๑ ของสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน (อ่านที่นี่ ๑, ๒) ดิฉันเดินทางกลับนครศรีธรรมราช ตามไปสังเกตการณ์การประชุมในโครงการ Terumo Award Network Forum ภาคใต้ของบริษัทเทอรูโมฯ ซึ่งมี รศ.พญ.สุนิตย์ จันทรประเสริฐ นายกสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน พญ.อารยา ทองผิว ที่ปรึกษาสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน และ อาจารย์รุจิรา สัมมะสุต ทำหน้าที่เป็นวิทยากร
การประชุมมีระยะเวลาวันครึ่ง จัดขึ้นในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ ๑๘-๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ ณ โรงแรมทวินโลตัส อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีวัตถุประสงค์ (๑) เพื่อให้ผู้เข้าประชุมได้ทราบแนวคิดและประสบการณ์การจัดตั้งทีมสหสาขาวิชาชีพ การบริหารทีม และการพัฒนาทีมในสภาวะข้อจำกัดที่โรงพยาบาลมีอยู่ (๒) เพื่อให้ผู้เข้าประชุมได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน
เหตุผลที่ดิฉันขอเข้าร่วมงานครั้งนี้ด้วยคืองานจัดอยู่ในพื้นที่ที่ดิฉันทำงานอยู่และสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวานมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่บ้าง
ผู้เข้าประชุมเป็นทีมเบาหวาน (สหสาขาวิชาชีพ) จากโรงพยาบาลต่างๆ ใน ๘ จังหวัดภาคใต้ รวมประมาณ ๗๐-๘๐ คน
กิจกรรมในวันแรกประกอบด้วยการบรรยายเรื่อง How to manage good diabetes care team โดย รศ.พญ.สุนิตย์ จันทรประเสริฐ หลังจากนั้นเป็น Terumo Award Team Sharing Panel โดยมี พญ.อารยา ทองผิว เป็นผู้ดำเนินรายการและเชิญดิฉันให้ร่วมเวทีด้วย
เวที Terumo Award Team Sharing Panel
ทีมที่เคยได้รับรางวัลคือทีม รพ.สุไหงโก-ลก ทีม รพ.รามัน และทีม รพ.ยะลา ได้เล่าประสบการณ์การทำงาน การนำเสนอผลงาน ความรู้สึกเมื่อได้รับรางวัล อาจารย์อารยากระตุ้นให้ผู้เข้าประชุมถามคำถามที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานต่อไป และให้สรุปประเด็นสำคัญที่ได้ โดยมีรางวัลจูงใจเป็นค่าสมัครสมาชิกตลอดชีพของสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน หนังสือมหัศจรรย์แห่ง KM เบาหวาน และหนังสือเรื่องเล่าเบาหวาน
ฟังคำถาม คำตอบ และข้อเสนอแนะ ก็พอทำให้ได้รู้ว่าที่ไหนมีอะไรดี มีอะไรที่ยังเป็นปัญหา ลักษณะการทำงานเป็นอย่างไร
หลังพัก รับประทานอาหารกลางวันแล้ว เป็นการประชุมกลุ่มย่อย ๓ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ ประกอบด้วยทีมจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีและภูเก็ต มีอาจารย์สุนิตย์รับผิดชอบและทีม รพ.ยะลาเป็นพี่เลี้ยง กลุ่มที่ ๒ เป็นทีมจังหวัดนครศรีธรรมราช มีอาจารย์อารยารับผิดชอบและ ทีม รพ.สุไหงโก-ลก เป็นพี่เลี้ยง กลุ่มที่ ๓ เป็นทีมจากจังหวัดสงขลาและชุมพร มีอาจารย์รุจิรารับผิดชอบและทีม รพ.รามันเป็นพี่เลี้ยง
ดิฉันบังเอิญถูกดึงเข้ากลุ่มที่ ๑ ซึ่งกระบวนการกลุ่มที่จัดเป็นแบบกลุ่มระดมสมอง เริ่มจากให้เลือกประธาน เลือกเลขานุการ แล้วให้แต่ละโรงพยาบาลนำเสนอว่ามีปัญหาอะไรบ้าง แล้วสรุปรวมปัญหาเป็นเรื่องๆ และช่วยกันหาแนวทางการแก้ไข ซึ่งจะได้รับข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากอาจารย์สุนิตย์ ทีม รพ.ยะลา และดิฉัน สังเกตเห็นว่าหลายคนในกลุ่มได้แต่เป็นผู้ฟัง
กลุ่มย่อยที่ ๑
เสร็จกิจกรรมวันนี้ประมาณ ๑๖.๐๐ น. ดิฉันรับอาสาขับรถพาอาจารย์สุนิตย์ อาจารย์อารยา และอาจารย์รุจิรา ไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่อำเภอท่าศาลา
อาจารย์รุจิรา (ซ้าย) อาจารย์สุนิตย์ (กลาง) อาจารย์อารยา (ขวา)
คืนนี้มีงานเลี้ยง แต่ดิฉันไม่ได้อยู่ร่วมด้วย
วันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๑
ช่วงเช้า ๐๘.๓๐-๐๙.๑๕ น. เป็นการบรรยายเรื่องโภชนาการกับเบาหวาน โดยอาจารย์รุจิรา สัมมะสุต เป็นความรู้พื้นฐานอย่างง่ายๆ ที่น่าจะเอาไปใช้ปฏิบัติได้ หลังจากนั้นเป็นการนำเสนอผลงานกลุ่มของเมื่อบ่ายวานนี้
ผลงานแต่ละกลุ่มมีส่วนที่ต่างกันคือกลุ่มที่ ๑ นำเสนอปัญหาและโอกาสในการพัฒนา ที่เรียนรู้จากหลายๆ ที่ เช่น ปัญหาเรื่องคน (บุคลากร) การประสานงานและความต่อเนื่อง การจัดการข้อมูล จำนวนผู้ป่วยที่มาก ฯลฯ
กลุ่มที่ ๒ สรุปมาว่าได้เรียนรู้อะไรจากการแลกเปลี่ยนกันบ้าง แยกเป็นการทำงานในสถานบริการ Home health care และการดำเนินงานในชุมชน และสรุปว่าจังหวัดนครศรีธรรมราชยังมีอะไรที่เป็นปัญหา
กลุ่มที่ ๓ สรุปว่าจุดแข็งของ รพ.รามันมีอะไรบ้าง ปัญหาและอุปสรรคมีอะไร อาจารย์รุจิราที่ปรึกษาบอกว่าบรรยากาศในกลุ่มไม่เครียด สนุก ทีมจาก รพ.ระโนดเพิ่มเติมว่าทีมตนไม่ค่อยได้ share เท่าไหร่ มีบางเรื่องที่เคยทำแบบ รพ.รามันมาแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จ
ปิดท้ายด้วย AAR ตามสไตล์ของอาจารย์อารยาและเปิดโอกาสให้ผู้เข้าประชุมถามคำถาม อ่าน AAR ได้ที่นี่ ปิดประชุมได้ประมาณ ๑๑ น.กว่า เพื่อให้ผู้ที่อยู่ชายแดนภาคใต้เดินทางกลับได้ทันเวลา
ในการประชุมครั้งนี้ ดิฉันมีโอกาสดีๆ ดังนี้
- ได้ประชาสัมพันธ์เครือข่าย KM เบาหวาน เอาหนังสือและ CD ไปเผยแพร่ (ขาย)
- พอจะได้รู้จักการทำงานของทีมเบาหวานในเขตภาคใต้
- ได้พบคุณนุชเนตรและคุณปราณี จาก รพ.สุไหงโก-ลก สมาชิกเครือข่าย KM เบาหวานของเรา ซึ่งขณะนี้ได้ขับเคลื่อนงาน KM ของโรงพยาบาลด้วย น้องนุชเนตรมาขอคำปรึกษาเรื่องการดำเนินงาน KM แม้จะอยู่ในพื้นที่ที่มีปัญหา แต่ผู้บริหารและทีมงานยังมีความกระตือรือร้น ทำงานไปข้างหน้าได้อย่างน่าชื่นชม
วัลลา ตันตโยทัย