ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ ๑๕ ต.ค. ๕๑ มีการนำเสนอ ร่างข้อบังคับมหาวิทยาลัยมหิดล ว่าด้วยความก้าวหน้าในตำแหน่งของพนักงานมหาวิทยาลัย มหิดล ประเภทสนับสนุน พ.ศ. ....
เป็นรูปธรรมของประโยชน์ของการออกนอกระบบราชการ ที่หน่วยงานสามารถกำหนดกติกาให้ประโยชน์แก่พนักงงานที่มีความสามารถและทำงานดี ให้ไต่บันไดความก้าวหน้าได้เร็วกว่าราชการ
แต่กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน รวมทั้งผม เป็นห่วงว่าข้อบังคับเอื้อเฟื้อต่อคนทำงานดี แต่พอเอาไปใช้จริง จะตกหลุมวัฒนธรรมราชการที่ใช้กันอยู่ทั่วประเทศ แทนที่จะประเมินคน กลับประเมินกระดาษ (เอกสารแสดงผลงาน) แทนที่จะประเมินที่ผลงานจริงๆ กลับประเมินผลงานในกระดาษ (ซึ่งในราชการมีผู้บอกว่าให้ลูกน้องทำให้ หรือบางวงการจ้างทำ ๕ หมื่น)
ในมหาวิทยาลัยนอกระบบราชการอย่างมหาวิทยาลัยมหิดล ต้องไม่ตกหลุมดำนี้ ต้องให้ผลประโยชน์เฉพาะแก่คนที่ทำงาน ทำงานได้ผลดี ขยันทำงาน ต้องไม่ให้ผลประโยชน์แก่คนที่ทำผลงาน (กระดาษ) เก่ง แต่ไม่ทำงาน
แปลกนะครับ ที่ในวงราชการไทย คำว่า “ผลงาน” หมายถึงผลงานในกระดาษ ที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าเป็นผลงานจริง ที่เกิดผลตามวิสัยทัศน์ขององค์กร
วิจารณ์ พานิช
๑๗ ต.ค. ๕๑
เห็นด้วยค่ะ ในวงการครูงานกระดาษทำให้ครูใช้กระดาษเปลืองมากเพื่อสร้างผลงานและเป็นหลักฐาน เสนอขอความดีความชอบ ขอเลื่อนตำแหน่ง โดยไม่มองที่ผลงานที่แท้จริง จริงแท้ผลงานครูน่าจะเรื่องการพัฒนานักเรียนที่ตัวนักเรียน มากกว่าการพัฒนาหลักฐานงานกระดาษ
เห็นด้วยกับอาจารย์ แต่หน่วยงานส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาดูผลงานกระดาษมากกว่า ผลงานปฏิบัติจริง ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาบางคนที่ปฏิบัติดีแต่เขียนนำเสนอไม่เป็นหรือเขียนอธิบายไม่ได้ จะต้องทำอย่างไร???
ที่อาจารย์บอกว่าจ้าง ห้าหมื่นบาท รู้สึกว่าจะต่ำกว่าราคาตลาดนะคะ ปวดหัว(ใจ)กับการประเมินผลงานครูจริงๆ
วรรณวไล
ปล.เรียนท่าน นพ.JJ "หลุมพราง" นะคะ บ่แม่น "หลุมพลาง" อดใจไม่ได้ พี่มันเกิดปีเสือ(จริงๆนะเช็คดูได้ 2493 )
วรรณวไล