(อยู่กินให้อร่อย ปลอดภัย ปลูกผักกินเอง ช่วงเศรษฐกิจเดี้ยง)
ชะตาชีวิตแบบยิปซีต้องเร่ร่อนเหมือนนกขมิ้นเหลืองอ่อน เกือบจะเป็นคนจรจัดไปแล้วในเวลานี้ วิ่งรอกเข้าๆออกๆระหว่างชนบทกับเมือง นอนนึกทุกคืนว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้หนอ อยู่บ้านสวนมีข้อดีหลายอย่าง ได้กินข้าวกล้องได้เดินชมนกชมไม้ เก็บมะกรูดหล่นมาผ่าซีกสระผมถูตัว เด็ดพริกอ่อนมาใส่ไข่เจียว เก็บมะเขือพวง ถั่วฝักยาว แตงกวา ผักชะอม มากินกับน้ำพริก บางมื้อปิ๋วยำยอดฟักทองกรอบอร่อยมาก บางมื้อต้มยำศีรษะปลาเทโพให้ซด ตุ๋นไก่ แกงส้ม ทำเองกินเองชมกันเองอร่อยเหอะ
(กล้วยแปลงนี้ 3สาวจากภาคเหนือมาทดลองปลูก สวยพอดูได้)
มาอยู่กรุงเทพกินอาหารขยะและกินข้าวขาว อยู่บ้านกินข้าวกล้องประจำ พอเว้นวรรคอาการปลายประสาทชาทำถ้าจะมาเยือน ปวดขาปวดเอวเดือดร้อนหมอนวดอีกแล้ว การอยู่ในห้องแอร์ นึกๆไปแล้วมนุษย์ก็มีชีวิตอยู่ในถ้ำเหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนรูปลักษณ์ให้มันมีมลภาวะมากขึ้น ข้อดีก็คือได้อยู่ใกล้กับผู้รู้ สะดวกในการสื่อสาร ก็ต้องทนไปอีกระยะหนึ่ง ไม่กี่เดือนก็จะออกจากโรงเรียนโข่งวิทยาแล้ว
(ผักปลูกนิดหน่อย แต่หว่านเบี้ยมากอย่างนี้ คงปลูกกันอุตลุด)
วันนี้มีเรื่องปลื้มใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ได้อ่านแนวคิดแนวทางการสร้างโลกของตัวเอง ของพี่น้องชาวแซ่เฮ ขออนุญาตแซะเอาสิ่งที่ว่านี้มาขยายต่อ เพราะเนื้อหาส่วนรวมอยู่ในลานปัญญา มันเป็นเรื่องของคนที่คิดอะไรชัดๆและตั้งใจทำให้จะแจ้ง ขายความคิดมาถึงยังญาติกา เราจะรักในหลวงด้วยการปฎิบัติ นำกระแสพระดำริมาสร้างให้เป็นรูปธรรม รักมากก็ปลูกมาก แปลงความดีลงในพื้นที่เพาะปลูก พื้นที่จิตใจ พื้นที่สังคม ลองอ่านแนวคิดข้างล่างดูนะครับ
(ปลูกฟักทอง ยำยอดฟักทองใส่หมูยอ ผิวสวย ตาหวาน แข็งแรง)
ไม่ใช่เรื่องลับอะไรที่จะบอกว่า ในเวลาที่ผมไม่ได้ทำงานประจำแล้ว ไม่อยากอยู่กรุงเทพหรอกครับ คงไม่เกิน 10 ปี แต่ไม่ใช่ช่วงที่ยังมีงานสำคัญอยู่นี้
การทิ้งเมืองไม่ใช่การถอยหลังเข้าคลอง หรือต่อต้านสิ่งที่เป็นอยู่ เพียงแต่ความเป็นเมืองไม่ได้ให้คำตอบอะไรเลยครับ — เมืองเป็นผลของการที่คนมาอยู่รวมกัน เมืองให้โอกาสแก่คนที่เข้าใจโอกาส ให้การศึกษาวิธีการเรียนรู้กับผู้แสวงหา ให้การดูแลในยามที่เจ็บป่วย แต่ชีวิตในเมืองสับสนวุ่นวาย
(มะกรูดเหมาะกับคนขี้เกียจอาบน้ำ เอามาสระผม ถูตัว กลิ่นสะอาดหอมฟุ้ง)
อาจจะเหมือนลัทธิคลั่งศาสนาอะไรสักอย่าง หรือคนพิเรนที่ฝันไม่จบ หรือว่าจะเป็นนิยายที่แต่งไม่จบ พาลทำให้อารมณ์ค้างก็ไม่รู้ — อยากบอกว่าความคิดนะครับ ไม่เห็นต้องสมบูรณ์แบบ ไม่ต้องมีเหตุผล ไม่เห็นจะเป็นต้องเป็นไปได้ทุกเรื่องเลย ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าความคิดหรือครับ
ผมเห็นว่ารัฐพยายามทำอะไรเยอะแยะแต่ประสิทธิผลต่ำ รัฐบาลยิ่งแย่ใหญ่ มี agenda ส่วนตัวตลอดเวลา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักการเมือง ส่วนหนึ่งคือจัดการไม่ดีเนื่องจากข้อจำกัดของขนาด (ใหญ่เกินไปจนจัดการไม่ได้) อีกส่วนหนึ่งเป็นปัญหาเรื่องการศึกษาที่สร้างคนลักษณะฉาบฉวย+ผิวเผินออกมาเป็นจำนวนมากจนเละไปหมด
(กล้าไม้ต้นเอกมหาชัย และต้นที่สมาชิกปลูก สูง1เมตร)
ที่อยู่ในอุดมคติ
· เป็นส่วนของราชอาณาจักรไทย อยู่ใต้กฏหมายไทย เป็นส่วนของสังคมไทย และเสียภาษีตามประมวลรัษฎากร
· มีศาสนสถานที่ประกอบศาสนกิจตรงๆ ไม่กระทำเรื่องแอบแฝง
· เป็นพื้นที่ของเอกชน รัฐและนักการเมืองอย่ามาช่วยทำให้ยุ่งโดยไม่ได้รับอนุญาต
· มีน้ำ — น้ำไหลดีกว่าน้ำนิ่ง เพราะน้ำไหลปั่นเป็นพลังงานได้ดีกว่าน้ำนิ่ง ซึ่งต้องใช้ความสูง
· net energy เป็นบวก หมายความว่าสร้างพลังงานขึ้นมาเกินการใช้งานภายในชุมชน เมื่อเหลือใช้ก็ขาย (ไฟฟ้า) ออกสู่ระบบ นำกำไรมาพัฒนาท้องถิ่น
· ทำกินแทนซื้อกิน จะซื้อก็ไม่ห้ามหรอกครับ ซื้อมากๆ ไม่เบื่อบ้างหรือไง
· มีการบริการสุขภาพที่ดี ถ้าจะสร้างศูนย์การแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะทาง ควรเป็นเรื่องโรคผู้สูงอายุ และทันตกรรม
· ระบบการศึกษาแห่งการเรียนรู้ (ที่ไม่ใช่รับรู้เพื่อสอบ) + จริยธรรมของโรงเรียนวิถีพุทธ
มีการเชื่อมต่อสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ดี ทำงานผ่านเน็ตได้ ไม่ตัดขาดจากการ
จัดการ
- อาจใช้รูปสหกรณ์นารวมเป็นนิติบุคคล: คอมมูน คิบบุช (นิคมสร้างตนเอาที่มีความชำนาญเฉพาะทาง) โมชาฟ (คิบบุชการเกษตร)
- เนื้อที่ ไม่เกิน 1 ตร.กม. (625 ไร่) ซึ่งอยู่ในวิสัยที่จะกระจายน้ำไปอย่างทั่วถึงโดยไม่ต้องพึ่งคนอื่น เดินจากศูนย์กลางไปยังขอบได้ใน เวลา 10 นาที และมีพื้นที่มากพอที่จะแปลงพลังงานธรรมชาติมาใช้ในชุมชน
รายได้ชุมชน
· สถานดูแลผู้สูงอายุ สถานพักฟื้นระยะยาว อยู่ยาว แต่ไม่ยอมให้อยู่เฉยๆ และการออกไปอยู่กลางแจ้งบ้าง น่าจะดีกว่าแห้งเป็นจิ้งจกในห้องแอร์
· ขาย Carbon Credit ตามปฏิญญาเกียวโต
· รายได้จากต้นไม้ หรืออะไรที่มาจากดิน ในส่วนที่เหลือจากการบริโภค เป็นรายได้ของชุมชน; ส่วนหนึ่งแบ่งไปลงทุนพัฒนาเป็นเงินส่วนกลาง อีกส่วนหนึ่งแบ่งสมาชิก ตามที่ดิน(ทุน)ที่ลง ซึ่งจะกำหนดให้แต่ละคนมี communityservice ขั้นต่ำ จึงจะได้ส่วนแบ่งนี้ ถ้าไม่ได้รับส่วนแบ่ง ให้โปะลงไปเป็นเงินส่วนกลาง; ส่วนเล็ก จ่ายให้สมาชิกแบบไม่มีเงื่อนไข เป็นเงินปันผล
· รายได้ของสิ่งที่ไม่ได้มาจากดิน เป็นรายได้ส่วนตัว
· ชุมชนให้ปัจจัย ๔ ที่เกินจากนั้น จะมาก จะน้อย จะสะสมไว้ ก็ไม่เป็นไร แม้มันเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นเท่าไหร่
(เลี้ยงโคไว้ผลิตปุ๋ย โดยเอาแกลบ/ใบไม้/จุลินทรีย์รองพื้นคอก)
ชัดเจนจะแจ้งเหลือเกินเจ้าประคุณเอ๋ย
เอาด้วย เห็นด้วย ช่วยตีมือ
สไตล์เรา คิดเอา ทำเอาให้โดนใจของเรา
รวมใจ รวมกิจ รวมขยัน แบ่งปันความดี
สร้างโลกด้วยมือเรา ที่จะอยู่ได้ อยู่ดี มีความปกติสุข
ช่วยกันบริหาร ความคิด ความสุขความพอเพียง
ให้เกิดประจุ ประกายความงดงามแห่งชีวิต
ค้นหาคำตอบ..มนุษย์ยุคนี้ควรคิดและทำอะไรให้พอเหมาะพอควร
เป็นที่เผยแพร่..วิธีการฝึกหัดตัวเองด้วยคำถาม..เจ้าเป็นไผ
ขอบอกว่าดีใจ..ที่บรรลุการตัดสินใจที่โดนใจพวกเราทุกคน
(ชวนผู้รู้มาสนทนาธรรมประจำ)
มีทางออกเรื่องโลกร้อน น้ำท่วม มลภาวะ กิเลศ และเรื่องอลอวยทั้งหลาย
ลานปัญญา..ไม่ใช่นามธรรมอีกต่อไป
ลานปัญญาจะเดินหน้าแสวงหาเมล็ดพันธุ์แห่งสติ
เพื่อนำไปเพาะ ไปปลูก ไปดูแลให้เกิดพื้นที่แห่งสติปัญญา
งานนี้ใช้หัวใจลงทะเบียนได้อย่างเดียว
ขอบอก และ อิ อิ ..
มาจองลงทะเบียนคนแรก ผมให้ไปทั้งใจเลยครับ
มาจองลงทะเบียนทั้งครอบครัวค่ะ
ด้วยคน ด้วยคน
สวัสดีค่ะพ่อครูขา
ตามป๋าฯ ข้างบน
มาลงทะเบียนด้วย
หัวใจดวงน้อยด้วยคนค่ะ
ให้พ่อครู อิ่มอร่อยทุกมื้อ
มีความสุขทุกเวลาค่ะ
เอารุ้งที่อันดามันมาฝากค่ะ
ขออภัยสมาชิกทุกท่าน
ที่ลงบัญชีหัวใจไว้แล้ว ไม่ต้องลงอีก
คอยฟังเสียงนกหวีด ก็พอ อิอิ
ในฝันเลยค่ะครูบา..แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ฝันจะเป็นจริงค่ะ..
ไม่มีปัญหาครับ
ว่างก็ฝัน พร้อมเมื่อไหร่ก็ทำ ไม่เครียดไม่กังวล
ทำวงจรชีวิตให้มีอิสระ เดี๋ยวก็ คลิ๊ก ได้!
เอาใจช่วยนะครับ อิอิ
สวัสดีอีกรอบครับ
ตื่นเช้า เอาภาพเก่าๆนี้มาแถมครับ เป็นอีกมุมหนึ่งในสวนป่า