วันอังคารที่ 28 ตุลาคม 2551 หนองหว้าคำรบ 3
จำได้ว่าเรามีประชุมครั้งแรกในพื้นที่เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2551 แล้วนัดเดินป่าดอนปู่ตา ข้าง อบต.หนองหว้าวันที่ 22 กรกฎาคม 2551 มีอาจารย์ใหญ่โรงเรียนหนองหว้าไปร่วม และเราก็ได้เดินสำรวจสมุนไพรในโรงเรียนด้วย จากนั้นเอาข้อมูลจากการสำรวจสมุนไพรมาพิมพ์ น้องแหม่ม เจ้าหน้าที่ของ สอ.ห้วยบง ก็ได้นำไปปริ้นท์สี ดูสวยงามมากทีเดียว เพียงแต่ทีมงานหมอพื้นบ้านยังไม่ได้เห็น ก็เลยเอามาให้ดูกันในวันนี้ ซึ่งผมก็ได้เสนอไปว่าน่าจะเพิ่มในส่วนของทำเนียบทะเบียนหมอพื้นบ้านเขาไปด้วย
เราเริ่มเปิดเวทีลักษณะคล้าย ๆ กับที่สะอาดนามูลเพียงแต่ที่นี่มีการถกแถลง เน้นว่าถกแถลงนะครับ ไม่ใช่การทุ่มเถียง ไม่ว่าจะเป็นพ่อเคนที่มักจะพูดว่า “ผมจะเป็นเสนาให้ดอก” เหมือนส่งสัญญาณว่าจะคอยตามดอกนะ แต่พ่อเมฆก็ไม่ปล่อยให้พ่อเคนตัดช่องน้อยหรอก ก็เลยให้พ่อเคนเป็นที่ปรึกษา (ตรงนี้อาจจะเป็นเพราะพ่อเคนท่านยังไม่เห็นศักยภาพของตนเอง หรือมันต้องมีแผลในใจอะไรสักอย่างหนึ่ง หรือไม่อยากมาเสียเวลา หรือ..........) เราสรุปกันได้ว่า ที่นี่เคยผ่านการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเห็นว่า วิสาหกิจชุมชนจะช่วยให้แหล่งทุนไว้วางใจในการให้ทุนในการทำโครงการต่าง ๆ นี่คือภารกิจแรก ๆของกลุ่ม และได้ร่วมกันเขียนแผนของปีที่จะมาถึง ผลการคุยกันวันนี้ เราได้ชื่อของกลุ่มจากความตกลงร่วมกันว่าเป็น “วิสาหกิจหมอพื้นบ้าน ตำบลหนองหว้า” ซึ่งมีเป้าหมายคือ “หมอพื้นบ้านตำบลหนองหว้าได้ช่วยเหลือชุมชนอย่างมีศักดิ์ศรี” แต่ก็ยังไม่ลืมเป้าหระสงค์ของโครงการคือการได้เห็นความเข้มแข็งของเครือข่าย และการค้นหาหมอพื้นบ้านต้นแบบ โดยภารกิจ 5 ประการ (คล้าย ๆ สะอาดนามูล) จากการมีส่วนร่วมออกความคิดเห็น โดยวิทยากร (ผมเอง) ได้ลองร่างให้
1.ให้คณะกรรมการมีการประชุมกันเป็นประจำทุกเดือนโดยการนัดหมายของเลขา (ช่วงแรกนี้อาจจะต้องกระตุ้นจากเจ้าหน้าที่)
2.ให้มีการสำรวจฐานทรัพยากร ป่าสมุนไพรในท้องถิ่น ป่าทำเลให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านและจัดทำทะเบียนสมุนไพรให้ไว้ในแต่ละหมู่บ้าน
3.ให้มีการสำรวจหมอพื้นบ้าน หมอสมุนไพร หมอเป่า หมอตำแย หมอนวดให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน
4.ให้มีมหกรรมเวทีคืนความรู้สู่ชุมชนปีละ 2 ครั้ง หมุนเวียนไปตามหมู่บ้าน
5.คณะกรรมการมีวาระคราวละ 2 ปี (พูดอย่างง่ายคือ เปลี่ยนคณะกรรมการทุก 2 ปี)
แผนงานในปี 2552 ได้แก่
1.การประชุมกรรมการทุกเดือน
2.ดูงาน เยี่ยมเพื่อนที่บ้านดุง 1 ครั้ง
3.อบรมความรู้ให้กรรมการเกี่ยวกับ ทักษะการดำเนินงาน (การจัดการองค์กร) , วิธีสัมภาษณ์หมอพื้นบ้าน , วิธีสำรวจฐานทรัพยากรต่าง ๆ ใบลาน การอ่านการแปล ให้เวลาประมาณ 2 วัน
4.สำรวจ “ดี” ของชุมชน โดยทีมงานผู้ผ่านการอบรมนั่นเอง - สำรวจใบลานในทุกหมู่บ้าน
5.จัดเวทีคืนความรู้สู่ชุมชน 2 ครั้ง ๆ ที่ 1 ลองทำที่ สถานีอนามัย ครั้งที่ 2 ในหมู่บ้าน โดยในแต่ละครั้งคณะกรรมการต้องประชุมเตรียมการอย่างน้อย 1 ครั้ง และน่าจะมีทีมจากชมรมทางบ้านดุงมาช่วยจัดงาน หรือเป็นพี่เลี้ยงให้
คณะกรรมการวิสาหกิจที่ตกลงกัน ดังนี้
ประธาน คือ พ่อเมฆ ทำหน้าที่สื่อสาร ดูแลจัดการนัดหมายการประชุม
รองประธาน คือ พ่อฤกษ์ชัย ช่วยรับงานต่อจากประธาน
เลขา คือ พี่สาคร ทำบันทึกการประชุม และ เชิญคณะกรรมการมาร่วมกันประชุม
ผู้ช่วยเลขา คือ พี่เครือ
เหรัญญิก คือ แม่หงส์ทอง
ฝ่ายคึดต่อเรื่องสมาชิก คือ พ่อวิไล แบ พ่อสวัสดิ์
ฝ่ายคึดต่อเรื่องการติดตามการปัว คือ พ่อคำมาย
ฝ่ายคึดต่อเรื่องการสำรวจ คือ พ่อเสน
นอกจากนี้แล้วพี่คเณศวร ยังได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการประสานงานซึ่งพ่อเมฆ หนองหว้ามักจะได้รับการติดต่อ ก็ขอให้ช่วยติดต่อหรือแบ่งโควตาในการร่วมงานให้กับตำบลอื่น ๆ ที่กำลังทำงานมาด้วยกัน อย่างเช่นสะอาดนามูลตอนนี้จะมี พ่อพินิจเป็นประธานที่สามารถประสานงานไปหาได้
“วันนี้บรรยากาศของการมีส่วนร่วมดีมาก” พี่คเณศวรพูดไว้ตอนหนึ่ง ซึ่งผมก็ลองมาคิดวิเคราะห์ดูก็พบว่าวันนี้คำว่า “ เอาโลดหมอ ทำโลด สิเฮ็ดนำ” ไม่ค่อยมี แต่มีคำว่า “ผมคึดว่าน่าจะเฮ็ดอันนั้น อันนี้” มากขึ้น มีความเป็นตัวของตัวเองที่ดีขึ้น เราจะดำดิ่งลงไปในหัวใจของชาวบ้านที่มีความเกรงใจเจ้าหน้าที่ และอำพรางความต้องการที่แท้จริงนั้น มีคำถามว่าเราจะทำอย่างไรที่จะทะลายกำแพงความเกรงใจเจ้าหน้าที่เพื่อให้ชาวบ้านแสดงความต้องการที่แท้จริง และมีส่วนร่วมรับรู้ในความเป็นเจ้าของความคิด ภารกิจที่เป็นข้อตกลงร่วมกัน เรื่องนี้ต้องอาศัยพละกำลังทั้งกาย และใจของทุกฝ่ายเป็นอย่างมาก แต่ไม่น่าจะเกินความตั้งใจที่เริ่มมาจากฉันทะในใจ ยกตัวอย่างส่วนตัวเองเลยนะครับว่า ผมมีคติประจำตัวอยู่หลายอย่างแต่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คือ ผมชอบเห็นคนอื่นมีความสุขโดยเฉพาะคนที่ขาดโอกาส ผมจะมีความสุขมากที่ไม่ว่าจะเป็นพ่ออำนวย พี่ชัยพฤกษ์ หรือใคร ๆ ได้แสดงความต้องการโดยที่ความต้องการนั้นไม่ใช่การขอ แต่เป็นความต้องการที่ทำให้เกิดการทำงานร่วมกันและเกิดประโยชน์กับคนอื่น ๆ ต่อ ๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นการของบประมาณเพื่อมาทำงานในชุมชน หรือการเสนอให้มีการเดินป่าภูดูสมุนไพร ซึ่งวันที่ 30 ตุลาคม 2551 นี้จะมีการไปร่วมลกเปลี่ยนเรียนรู้กันที่ ภูลังกา
สวัสดีครับคุณชาครธมโม
ได้บรรยากาศการแลกเปลี่ยนดีมากเป็นธรรมชาติ
ให้ทุกความคิด ทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าของแห่งความภาคภูมิใน
ผลงานที่ตามาม ได้ความรู้ดีมากครับท่าน