เมื่อเดินเข้าไปในหมู่บ้านจะเห็นบ้านเรือนที่สวยงาม ถึงแม้จะปรับปรุงซ่อมแซม แม้กระทั้งสร้างขึ้นมาใหม่ แต่ก็ยังคงเค้าและเหลือร่องรอยประว้ติศาสตร์อันยาวนานของ Eze ในอดีตให้เราเห็นอยู่บ้าง

 

 

 
สวัสดีครับ ...วันนี้มีเวลาสบายๆ ก็เลยอยากจะพาเพื่อนๆไปเที่ยวด้วยกันอีกครั้ง โดยเราจะไปกันที่ หมู่บ้าน Eze (èze) อ่านว่า เอส ครับ

"หมู่บ้าน Eze" อยู่ริมชายฝั่งริเวียร่า ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส และตั้งอยู่ระหว่างทางจากเมือง Nice ไป Monaco โดยห่างจาก Nice และ Monaco เพียง 11 และ 8.5 กิโลเมตร ตามลำดับ

...ผมเดินทางจาก Aix en Provence (เอ็กซองโพรวองซ์) บ้านผมเอง ด้วยรถยนต์เช่าซึ่งผมมักเช่าขับเป็นประจำเมื่อจะไปเที่ยวกัน ขับมุ่งหน้าไปยังเมือง Nice และต่อไปอีกหน่อย ด้วยความเร็วสบายๆ 130 / 110 / 90 / 70 / 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สลับกันไปตามป้ายกำหนดความเร็วที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นก็จะได้ใบสั่งตามมาถึงที่บ้านหากถูกเรดาร์ตรวจจับความเร็วเข้า ..เบ็ดเสร็จ 196 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ถึงที่หมาย หมู่บ้าน Eze

 

 

 

 



เสน่ห์ (1) ...หมู่บ้าน Eze มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มาตั้งแต่ ศตวรรษที่ 10 เคยอยู่ภายใต้การปกครอง มาแล้วจากหลายฝ่าย ซึ่งเรืองอำนาจในอดีต เช่น ช่วง ศตวรรษที่ 12 อยู่กับ le comte de Provence ช่วง ศตวรรษที่ 14 อยู่กับ la Maison de Savoie เป็นต้น จนกระทั้ง ปี ค.ศ. 1860 ก็มาอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส

Eze เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนภูเขา สูงจากระดับน้ำทะเล 429 เมตร เมื่อเดินเข้าไปในหมู่บ้านจะเห็นบ้านเรือนที่สวยงาม ถึงแม้จะปรับปรุงซ่อมแซม แม้กระทั้งสร้างขึ้นมาใหม่ แต่ก็ยังคงเค้าและเหลือร่องรอยประว้ติศาสตร์อันยาวนานของ Eze ในอดีตให้เราเห็นอยู่บ้าง

 

 

 

 

 



เสน่ห์ (2) ..เนื่องจากความน่ารัก สวยงาม ของหมู่บ้านนี้จึงทำให้ที่นี่เต็มไปด้วย นักท่องเที่ยว สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ "ร้านค้า" ที่ขายของต่างๆ เต็มหมู่บ้าน รวมทั้งร้านอาหารด้วย...ก็เป็นเรื่องปกติละครับ ถ้าแถวๆบ้านผมที่เมืองไทยมีนักท่องเที่ยวมากันเยอะเป็นประจำล่ะก็ ผมคงต้องหาอะไรมาขายบ้างล่ะ...เช่นอะไรดี..."โมจิ" ดีมั้ย

....แต่ละร้านตกแต่งได้น่ารัก สวยงาม มีของให้เลือกซื้อมากมาย ซึ่งของส่วนใหญ่ก็เพื่อให้เมื่อซื้อกลับไปแล้วจะได้คิดถึง les Ézasques ( อ่านว่า เล-เซ-ซาส-(เกอะเบาๆ) หมายถึง ชาวบ้านหมู่บ้าน Eze) บ้างนั้นเองครับ

 

 

 

 

 

 

 



เสน่ห์ (3) ...ผมชอบ ทางเดิน ภายในหมู่บ้านนี้มากเลยล่ะครับ สังเกตตามภาพ..จะเป็นตรอก ซอก ซอยเล็กๆ ลักษณะพื้นเป็นหินก้อนๆ และจะมี..กระเบื้องสีแดงๆ ...เจ้ากระเบื้องสีแดงๆ นี่มีความสำคัญนะครับ

...ครั้งที่ผมไปล่าสุด..โชคดี(หรือป่าวก็ไม่รู้) ฝนตกครับ วันนั้นฝนตกทั้งวันจริงๆครับ...แอบเซ็ง..ไม่สิ..เซ็งแบบเปิดเผยเลยล่ะครับ...ผมอยู่โพรวองซ์มาประมาณ 3 ปี ไม่ค่อยได้เจอฝนเลย หรือหากจะมีฝนตก ก็ไม่เกิน 10 นาทีก็หยุดแล้ว โดยปกติอากาศดี แม้จะเป็นฤดูหนาว..เพราะมีแสงแดดตลอดทั้งปี...วันนั้น พาพี่ๆที่น่ารัก 2 คน จากเมืองไทยไปเที่ยว ..ฝนตกทั้งวัน บอกตรงๆครับ.. "ผมล่ะต้องขอโทษพี่ทังสองแทน Provence จริงๆเลย"

 

 



มาต่อด้วยเรื่องกระเบื้อง...เนื่องจากฝนตก..ธรรมดาล่ะครับ ถนนก็มักจะลื่นตามไปด้วย...วันนั้นก็มีนักท่องเที่ยวล้มกันไปหลายคน...พอดีไปซื้อของที่ร้านหนึ่ง เจ้าของร้านใจดีก็บอกเคร็ดลับให้เรา (หลังจากที่เราอุดหนุนเค้าเรียบร้อย) ว่า "เดินตรงสีแดงๆนะ จะได้ไม่ลื่น" ..จริงอย่างเค้าว่าครับ เดินสบายเลยล่ะ มองเผินๆดูเหมือนมันน่าจะลื่นกว่าตรงที่เป็นหินนะ...ใครมาเดินแถวนี้ล่ะก็อย่าลืมนะครับ เอาเคล็ดลับนี้ไปใช้ด้วย....หวังว่าคงจะได้มาวันฝนตกนะ โชคดีที่สุด

 

 

 

 

 

 

 



เสน่ห์ (4) ...เมื่อแหงนหน้า มองขึ้นไป มุมสูงๆ นิดนึง ซักประมาณ 50-55 องศาจากพื้น ก็จะได้เห็นความงาม ของแบบบ้านเก่าแก่ บ้างแปลกตา...รวมทั้งกรอบหน้าต่าง โคมไฟ และป้ายลักษณะต่างๆของร้านค้า ป้ายชื่อถนน ...เค้าช่างออกแบบมาเหมาะสมกลมกลืนกับหมู่บ้านนี้จริงๆครับ ดูแล้วมัน...ชอบจริงๆ

 

 

 

 

 

 



เสน์ห์ (5) ...เดินๆไปในหมู่บ้านนี้ เสน่ห์นี้จะเห็นเยอะเลยล่ะครับ ที่ ธรรมชาติอยู่คู่กับบ้านเมืองได้อย่างลงตัว...ยังไงหรือครับ...ก็ บรรดาพืชไม้เลื้อยต่างๆที่ไต่ขึ้นไปตามบ้านเรือน มีให้เห็นโดยทั่วไปในหมู่บ้านนี้ครับ ทำให้บ้านดูสดชื่น และพลอยทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาสดชื่นไปด้วยจริงๆครับ...ไม่รู้ว่านอกจากไม้เลื้อยแล้วเนี่ยะ..มีไอ้ตัวอย่างอื่นมาเลื้อยด้วยหรือป่าวนะครับ...

 

 

 

 



นอกจากบรรดาไม้เลื้อยแล้ว ที่นี่ยังมี Le Jardin Exotique ( เลอ -ชาร์ก - ดัง - เอ -โซ - ติก ) ซึ่งเป็นสวนที่รวบรวมพืชจำพวกกระบองเพชรแบบต่างๆไว้จำนวนมาก ในย่านนี้ผมเห็นมี Le Jardin Exotique อยู่หลายที่นะครับ สงสัยคงเป็นที่ที่อุณหภูมิเหมาะสมกับพืชเหล่านี้น่ะครับ...และขาดไม่ได้ก็ดอกไม้สวยๆ และต้นไม้ที่ใบไม้กำลังเปลี่ยนสีไปตามฤดูกาลที่เปลี่ยนไป

 

 

 

 



เสน่ห์ (6) ...มาเดินเล่นที่หมู่บ้านนี้ ก็สังเกตเห็นบรรดาสัตว์ต่างๆมากมายครับ เพื่อพิสูจน์ว่าธรรมชาติอยู่คู่กับบ้านเมืองได้อย่างลงตัวมั้ง หรืออาจเป็นได้ว่าชาว les Ézasques อาจจะมีนิสัย "รักสัตย์" ไม่เคยผิดคำพูดกับใคร...555 ไม่ใช่ครับ...รักสัตว์...คือชอบเลี้ยงและเอ็นดูสัตว์ครับ เดินไปทางไหนก็จะเห็น ทั้งแบบมีและไม่มีชีวิต...ช้าง ลา

..เจ้าลาที่เห็นด้านบนนี้ จะอยู่ด้านหน้าตรงเชิงเขาก่อนที่จะขึ้นไปที่ตัวหมู่บ้าน...เค้าบอกว่าในอดีตเมื่อจะขนสัมภาระต่างๆขึ้นไปยังหมู่บ้าน ก็จะใช้บริการ "น้องลา" แบบนี้ล่ะครับ...เค้าจึงเขียนป้ายไว้ว่า bagagiste อ่านว่า บา - กา - จิส(เตอะ) ซึ่งมาจากคำว่า bagage อ่านว่า บา - กาจ(เชอะ) แปลว่า กระเป๋าเดินทาง....

ด้านล่างนี่ตัวอะไรนะ..เจ้าแมว...วันนั้นผมถ่ายรูปเค้าอยู่พักหนึ่งเลยล่ะครับ หน้าตามันตลกดี ผมชอบ...

 

 

 

ด้านบน เป็ด กับ ไก่ ด้านล่าง ก็เป็น นก แอบอยู่ตัวนึง

 

 

 

 



มีคนเคยบอกผมว่า "ถ้ามาเที่ยวยุโรป แต่เป็นคนที่ไม่ชอบเข้าโบสถ์แล้วล่ะก็..คุณจะพลาดที่สำคัญๆไปกว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว"...เค้าคงหมายความว่าไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ต้องมีโบสถ์สวยๆให้ได้ดูกันน่ะครับ

สำหรับที่นี่ก็เช่นกันครับ Eglise Notre-dame de L' Assomption (ผมอ่านว่า เอ-กลิซ-นอด-เทรอะ-ดาม-เดอ -ลาส-ซอม-ซิ-อง) ขนาดไม่ใหญ่ครับ เหมาะกันดีกับหมู่บ้านเล็กๆอย่างนี้ ...ด้านนอกดูไม่เก่ามากนัก สงสัยเพิ่งจะบูรณะครับ..แต่จริงๆแล้วโบสถ์นี้สร้างมาตั้งแต่ ระหว่างปี ค.ศ.1764-1778 โน่นล่ะครับ..ก็เก่าพอสมควรนะ...พอเข้าไปภายในก็สวยงามใช้ได้เลยครับ...

 

 

 

 



สำหรับตรงนี้เป็นภาพ จากด้านบนหมู่บ้าน Eze ตรงแถวๆบริเวณหน้าโบสถ์ เมื่อมองออกไปภายนอกครับ ...เห็นหมู่บ้านใกล้เคียง

 

 



ด้านบนนี้ เป็นภาพร้านขายสินค้า ชื่อ Fragonard อ่านว่า ฟรา-โก-นา ซึ่ง Fragonard นี้จริงๆแล้วเป็นโรงงานผลิตน้ำหอมอยู่ที่เมือง Grasse อ่านว่า กร๊าซ (ตัว r หรือ ร นี้ จะออกเสียงแบบฝรั่งเศสนะครับ อธิบายอยากหน่อยน่ะครับ) ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งน้ำหอมของโลก และอยู่ในโพรวองซ์ ไม่ห่างจาก Nice และ Eze มากนัก...แต่เนื่องจาก Eze เป็นทางผ่านที่สะดวกของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และเป็นเส้นทางมุ่งหน้าไป Monaco อีกด้วย Fragonard จึงมาเปิดสาขาเพื่อบริการนักท่องเที่ยวอยู่ที่ Eze นี้ด้วยครับ

ที่เห็นนี้เป็นเป็นเพียงร้านขายสินค้าครับ ...แต่ถ้าเดินจากหมู่บ้าน Eze ไปอีกเพียงไม่กี่ก้าว ก็จะเจอตัว โรงงานผลิตน้ำหอม ของ Fragonard ซึ่งเราสามารถเข้าชมการผลิตและเลือกซื้อสินค้าได้อีกด้วยนะครับ..ใครที่ชอบน้ำหอมล่ะก็ ไม่ควรพลาดครับ...เอาไว้โอกาสต่อๆไป จะพาไปชมกันครับ

ด้านล่างนี้ เป็น Hôtel de Ville อ่านว่า โอ-เต็ล-เดอ-วิล คือ ที่ว่าการหมู่บ้าน สีสันสวยงามดีนะครับ

 

 

 เสน่ห์ (7)... ปิดท้ายวันนขอฝากไวด้วยเสน่ห์ของนักท่องเที่ยว ที่ไปเยือนหมู่บ้าน Eze พร้อมๆกับผม..แม้ยามฝนตกเช่นวันนั้น ก็ยังรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย ดูสิครับ ไม่มีแตกแถว...และที่สำคัญ...ทุกคนอยู่บน "กระเบื้องแดง" ซะด้วย...