...ความซื่อสัตย์..ต่อตนเอง...

       หลังจากที่เขียน เรื่อง ข้อคิดดีดี...จากการอ่าน  เสร็จแล้ว  แต่ยังไม่สมบูรณ์จะมาเขียนต่อให้จบ  ก็ไม่ว่างเลย..  จากที่พูดถึง..ความซื่อสัตย์...ที่เป็นสิ่งที่เราพร่ำสอนกับลูกศิษย์  ในการที่จะให้เกิดความตระหนักในตัวของเด็ก  จากนิทานที่เล่าว่า   พ่อได้ให้เมล็ดดอกทานตะวันแก่ลูกชายทั้งหมด เพื่อให้นำไปปลูกและดูแลอย่างดี แล้วให้นำมาให้พ่อดู เมื่อเวลาผ่านไป  1  เดือน  จะเป็นการตัดสินว่าใครจะได้รับมรดกที่พ่อมีอยู่ไปครอบครอง  ซึ่งปรากฎว่าน้องคนสุดท้องที่ไม่สามารถปลูกดอกทานตะวันให้พ่อได้เป็นผู้ได้ครอบครองมรดก  เพราะอะไร....

       พ่อก็ได้เฉลยให้แก่ลูกทั้งหมดว่า...เมล็ดดอกทานตะวันที่ให้ไปปลูกนั้นไม่สามารถที่จะงอกเป็นต้นได้เพราะพ่อได้เอาไป คั่วให้สุก แล้ว ไม่ว่าจะดูแล  รดน้ำ อย่างไรก็ตามไม่สามารถเจริญเติบโตได้  ที่ลูกมีต้นดอกทานตะวันมาให้พ่อดู ยกเว้นลูกคนสุดท้อง  นั้นแสดงว่า  ลูกขาดความซื่อสัตย์นั้นเอง  คนที่มีความซื่อสัตย์จึงเหมาะสมที่จะได้รับมรดกและรักษาให้งอกเงยขึ้นต่อไป  ซึ่งลูกทุกคนก็ยอมรับในการตัดสินของพ่อและช่วยกันดูแลสมบัติที่พ่อให้ร่วมกันอย่างมีความสุข  และยึดมั่นในสิ่งที่พ่อสอน.....

       จากเรื่องก็ทำให้คิดได้ว่า การที่จะสร้างความซื่อสัตย์ให้เกิดขึ้นได้นั้น  เราควรจะมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองก่อน   เพราะถ้าเราสร้างให้เกิดขึ้นกับตนเองได้ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะซื่อสัตย์ต่อคนอื่น นอกจากเป็นสิ่งที่ดี แล้ว ยังจะทำให้เกิดความสบายใจกับตนเอง มองโลกแง่ดีมากขึ้น ก็จะมีความสุขกับโลกใบนี้มากขึ้น  เท่านั้นเอง ...........