โน๊ต อุดม

          คิดเหมือนกันไหมคะว่าทำไมคนตั้งมายมายถึงเสียเงินไปดูผู้ชายคนหนึ่งเล่าเรื่องจิปาถะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดำเนินชีวิตประจำวันทั้งในอดีต ปัจจุบัน อนาคต เสียดสีชาวบ้านบาง จิกกัดให้คันตามๆกันไป ซึ่งเรื่องแบบนี้อันที่จริงเราก็เคยประสบพบเจอมาก็แยะ บางเรื่องของเราขำกว่าเค้าซะอีก แต่เค้ามีดีอะไร   ทำไมเค้าเล่าแล้วมันช่างขำจนน้ำตาเล็ด

          การที่นำโน๊ต อุดม มาเป็นประเด็นในการเล่าผ่านบล็อกในครั้งนี้ เกิดมาจาก ความรู้สึกชื่นชอบ และชื่นชมในตัวผุ้ชายคนนี้เป็นทุนเดิม ในความรู้สึกของดิฉัน ฉันว่าเค้าเป็นผู้ชายธรรมดา ที่ไม่ได้แตกต่างไปจากผู้ชายคนอื่น แต่สิ่งหนึ่งที่เค้ามีนั่นคือวิธีการนำเสนอเรื่องราวของเค้าผ่านมุมมองที่แตกต่างจากของคนอื่นๆต่างหากที่ทำให้ผู้ชายคนนี้น่าสนใจ สังเกตุได้จากเรื่องง่ายๆ ที่ไม่ว่าใครก็ต้องเคยเจอ อย่างไปทานอาหารที่เค้าบอกว่า"เวลาเราสั่งอาหาร ทุกร้านจะต้องจัดหรือตกแต่งจานให้สวยงาม ด้วยผักสลัด และมะเขือเทศหั่นเป็นชิ้นบางๆ ที่จัดไว้ตรงมุมจานเสมอ ทำไมรัฐบาลไม่ผลิตจานแบบนี้เหมือนกันทั้งประเทศ แล้วใช้เป็นรูปแบบเดียวกัน จะได้ไม่ต้องเปลืองทรัพยากรของชาติ (ผักสลัด กับมะเขือเทศ)" ฉันก็นำเรื่องนี้มาคิดว่ามันก็จิงนะ แต่ทำไมเราคาดไม่ถึง

           หลากหลายเหตุการณ์ที่เค้าเล่าล้วนแล้วเกิดมาจากการสังเกตุ เมื่อสังเกตุแล้วเค้าก็มาสังเคราะห์และเกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ทางความคิด ซึ่งดิฉันมองว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก  เค้าเป็นคนที่สามารถดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้ไปดูเค้า โดยไม่สนเรื่องค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างแพงในความคิดของดิฉัน แต่ก็ไม่มีใครนำประเด็นนี้มาเป็นข้อกังขาในการเข้าชมเดี่ยวของเค้า และเค้าก็ไม่ได้ทำให้ผู้คนที่เสียเงินไปดูเค้าผิดหวัง ซึ่งหลายหลากเรื่องราวที่เค้าเล่ามันทำให้ดิฉันมองสะท้อนไปถึงภูมิหลังของผู้ชายคนนี้ เค้าทำได้อย่างไร เล่าเรื่องได้โดยไม่ติดขัด ถ้าเป็นภาษาชาวบ้านก็เล่าแบบน้ำไหลไฟดับกันเลยว่างั้น ระบบความคิดเค้าดีมาก แต่ละเรื่องที่เค้าเล่ามันช่างสอดประสานกันได้อย่างลงตัว ทำให้เห็นว่าเค้าใส่ใจในทุกเรื่องและพยามมองเรื่องราวเล่านั้นให้สนุก (อาจจะเป็นเทคนิคในการช่วยจำ) ซึ่งทำให้เห็นว่าถ้าเรามองทุกเรื่องให้เป็นเรื่องสนุก เป็นเรื่องที่น่าค้นหา เราก็จะเรียนรู้เรื่องต่างๆได้ดี แล้วก็มีความสุขอยู่กับสิ่งที่เราทำได้เหมือนกัน

           ด้วยวิธีการเล่าเรื่องของเค้า ทำให้ดิฉันคิดถึงอาชีพหนึ่งที่ควรนำเทคนิคแบบนี้ไปใช้ในการถ่ายทอดเรื่องราวให้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น นั้นคืออาชีพครู หรืออาจารย์ เพราะท่านเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นผู้ที่ต้องทำการถ่ายทอดความรู้ไปสู่ผู้อื่น ถ้าท่านมีเทคนิคหรือมีกระบวนหรือวิธีการในการนำเสนอที่น่าสนใจ ก็จะทำให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นที่จะเรียน อยากที่ใจใฝ่หาความรู้ได้ดียิ่งขึ้น อีกอาชีพหนึ่งที่ดิฉันเห็นว่าเค้านำเทคนิคนี้ไม่ใช้และทำได้ดีซะด้วยนั่นคือพวกติวเตอร์ พวกนี้นอกเหนือจากการสอนเทคนิคในการพิชิตข้อสอบแล้ว สิ่งหนึ่งที่เค้ามีเหมือนๆกันนั่นคือวิธีการนำเสนอ ยิ่งใครนำเสนอได้เร้าใจ (ขอใช้ศัพท์วัยรุ่น) ก็ยิ่งเป็นที่นิยม

           ดังนั้นดิฉันจึงอยากฝากข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องราวของนักเล่าเรื่องไว้ว่านอกเหนือจากหลักการที่มีบางไม่มีบางแล้ว ที่สำคัญอยู่ที่รูปร่าง หน้าตาต่างหาก (เอ๊ย!! ไม่ใช่) ที่สำคัญอยู่ที่เทคนิคและวิธีการนำเสนอที่แตกต่างจากคนอื่นต่างหาก คุณว่าจริงไหม?