10 ประเด็นที่ควรจะเสวนาหาแนวทางเพื่ออนาคต ที่เหมาะสมในการบริหารจัดการบัณฑิตศึกษาต่อไป

      วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ มมส. มีการจัดเสวนาที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของการบริหารจัดการการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา หลังจากได้เปิดทำการสอนในระดับบัณฑิตศึกษา ทั้งระดับปริญญาโท และปริญญาเอกในหลาย ๆ หลักสูตร มีนิสิตจบการศึกษาไปแล้วหลายรุ่น มีหลักสูตรใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จำนวนนิสิตก็มากขึ้น การดำเนินงานและการบริหารจัดการต่าง ๆ ที่ประสานงานและควบคุมมาตรฐานโดยบัณฑิตวิทยาลัย จึงมีความซับซ้อนและมีความหลากหลายมากขึ้น สภามหาวิทยาลัยจึงได้กำหนดให้มีการทบทวนปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนและการบริหารจัดการ ให้เกิดศักยภาพเพื่อนำไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการเรียนการสอนแก่นิสิตและอาจารย์

          หลังจากพิธีเปิดการเสวนาโดย พลเอกสุพิทย์ วรอุทัย อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ท่านได้ให้ข้อคิดและมุมมองเพื่อให้เกิดผลที่ดีต่อมหาวิทยาลัย ดังที่รายงานสดไปแล้ว โดยท่าน JJ  ต่อจากนั้นเป็นการบรรยายพิเศษเรื่อง แนวทางพัฒนาและสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนระดับบัณฑิตศึกษาเพื่อการนำไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยเน้นการวิจัย โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย สมัปปิโต ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  ท่านกล่าวอย่างสั้น ๆ ถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาทั้ง 5 ด้านของมหาวิทยาลัยคือ ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านการวิจัย ด้านการบริการวิชาการ ด้านการทนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และด้านการบริหารจัดการ
          ประเด็นที่น่าสนใจประเด็นหนึ่งที่ท่านนำเสนอก็คือ การให้แนวคิดเกี่ยวกับ Career Path ของอาจารย์ใหม่ ที่จะพยายามสนับสนุนให้มีวุฒิ ป. เอก ให้มากที่สุด โดยสำหรับ อาจารย์วุฒิ ป. ตรี ควรจะเรียนต่อ ป. โท ภายใน 2 ปี อาจารย์วุฒิ ป.โท ควรจะเรียนต่อ ป.เอก ภายใน 3 ปี  สำหรับการเข้าสู่ ตำแหน่งทางวิชาการ จบโท ควรเป็น ผศ. ภายใน 6 ปี จบเอก ควรเป็น ผศ. ภายใน 3 ปี และ ผศ. ควรเป็น รศ. ภายใน 5 ปี เพื่อพัฒนาต่อไปจนเป็น ศาสตราจารย์ ในที่สุด ซึ่งจเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำมหาวิทยาลัยไปสู่มหาวิทยาลัยที่เน้นวิจัยตามที่มุ่งหวัง  ในช่วงท้ายของการบรรยายท่านได้ให้ประเด็นต่าง ๆ จำนวน 10 ประเด็นที่ควรจะเสวนาหาแนวทางเพื่ออนาคต ที่เหมาะสมในการบริหารจัดการบัณฑิตศึกษาต่อไป