ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความหมาย
ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว
ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง
ฉันจึงมาหาความหมาย
ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย
สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว
บทกวี
“ฉันจึงมาหาความหมาย” ของอาจารย์วิทยากร เชียงกูล บทนี้
ได้สะท้อนให้เห็นภาพของ “นิสิต-นักศึกษา”
คนหนุ่มสาวผู้อยู่ในวัยที่มุ่งขวนขวายหาความรู้ ไม่เพียงเท่านั้น
บทกวีบทนี้ยังส่งคำถามเดียวกันไปยังระบบการศึกษาของไทยด้วย
พร้อมทั้งตีความค่านิยมใน “ใบปริญญา” ที่ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคม
ใช้มันเป็นใบเบิกทางสู่วิถีอันเรียกว่า
เป็นเกียรติเป็นศรีแก่วงศ์ตระกูล นั้น ได้ “ให้” อะไร
แก่ชีวิตของผู้ที่ถือมันไว้ในมือบ้าง
นอกเหนือไปจากนำไปต่อยอดสร้างเงินสร้างฐานะ
ความมั่งคั่งที่ทุกคนต่างมุ่งหมาย
จากบทกวีเพียงแค่บทเดียวได้ก่อให้เกิดคำถามขึ้นมากมาย
คำถามที่ยังไม่เห็นคำตอบว่าปริญญาใบนั้นมีคุณค่าในเชิงส่งเสริมจริยธรรม
ศืลธรรมให้แก่ผู้ถือมากน้อยแค่ไหน
ประสาทปัญญาให้แก่ผู้ถือนำไปสร้างสรรค์ต่อสังคมอย่างไร
และที่สำคัญคือปริญญาที่ทุกคนต่างยกย่องได้ก่อจิตสำนึกให้แก่เจ้าของหรือไม่อย่างไร
ผมว่าถ้ามองแค่ใบปริญญา มันก็แค่กระดาษใบหนึ่ง แต่ถ้ามองย้อนกลับไปถึงความพยายามในระหว่างที่จะได้มันมานั่นล่ะครับคือสิ่งที่คนๆนั้นได้ไปแล้ว