สมุนไพรล้างพิษ

               

                ได้เข้าร่วมชมนิทรรศการงาน  เกษตรเคลื่อนที่  ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอวังจันทร์  มีหน่วยงานต่าง ๆ

มาแนะนำและให้ความรู้  ร่วมทั้งหน่วยงานสาธารณสุขที่มาให้บริการตรวจกรุ๊ปเลือดและปริมาณสารเคมีในเลือด 

ดูแล้วน่าสนใจ จึงเข้าไปขอรับบริการเจาะเลือดเพื่อวัดปริมาณสารเคมีในเลือด  โดยการเจาะที่ปลายนิ้วมื้อ  แล้วใช้หลอดเล็ก ๆ ดูดเลือดไว้   เจ้าหน้าที่ให้ไปชมนิทรรศการอื่น ๆ ก่อน ประมาณ  10  นาที  มาฟังผล  เจ้าหน้าที่แจ้งว่า  เลือดเข้มข้นดี  แต่สารเคมีในเลือดเพียบ   จึงให้สมุนไพรมาทานแล้วไปเจาะเลือดตรวจใหม่  จึงเห็นว่าเรื่องที่เรามองข้ามอาจเกิดอันตรายกับเราได้โดยไม่รู้ตัว  ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นเกษตรกรที่ต้องฉีดพ่นสารเคมี  แต่เป็นคนท่านผักมาก  อาจเป็นได้ที่ร้านอาหารที่เราไปซื้ออาหารทานนั้นล้างผักไม่สะอาด  จึงทำให้เป็นเช่นนี้  จึงใคร่เสนอเกี่ยวกับสมุนไพรที่เจ้าหน้าที่แนะนำ  คือ

รางจืด สมุนไพรล้างพิษ

ชื่อพฤกษศาสตร์ : Thunbergia laurifolia L.

ชื่อวงศ์ : ACANTHACEAE

ชื่ออื่น : กำลังช้างเผือก, ขอบชะนาง, รางเอ็น (หรือเขาเขียวเถา) ยาเขียว ดุเหว่า พิษพุด น้ำนอง แอดแอ ย่ำแย้

ลักษณะของพืช : รางจืดเป็นไม้เถาขนาดกลาง ลำต้นจะเลื้อยพันกับต้นไม้อื่น โดยอาศัยลำต้นพันรัดไม่มีมือจับ

ใบ เป็นใบเดี่ยวแยกออกจากลำต้นเป็นคู่ตรงบริเวณข้อ มีสีเขียวเข้ม รูปยาวรี หรือรูปไข่ ขอบขนานกว้าง 4-5 เซนติเมตร ปลายเรียวแหลมโดยเว้าขอบเรียบหรือหยักตื้น

ดอก สีม่วงอมฟ้าออกเป็นช่อตามซอกใบ ห้อยลงมีใบประดับสีเขียวประ กลีบของดอกมีลักษณะเป็นถ้วยรูปจาน กลีบดอกแผ่ออกเป็นรูปแตร ยาว 4-8 เซนติเมตร มีเกสรตัวผู้ 4 อัน

ผล รูปทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 1 เซนติเมตร ส่วนปลายสอบแหลมเป็นจงอยยาว 2-3 เซนติเมตร เมื่อแก่แตกเป็น  2 ซีกจากส่วนบน

สรรพคุณ : ตามตำรายาไทย ใช้น้ำคั้นใบสดแก้ไข้ถอนพิษของยาพิษ, พืชพิษ, เห็ดพิษ พิษจากสัตว์และสิ่ง มึนเมาต่างๆ ใช้แก้อักเสบ,ตำพอกแก้ปวดลดบวม รากใช้เข้ายารักษาโรคข้ออักเสบและปอดบวม   มีการศึกษาทดลองฤทธิ์ลดไข้ในหนูขาว พบว่าได้ผลดี ทดสอบใช้ใบรางจืดแก้พิษยาฆ่าแมลง Folidol-E พบว่าน้ำสกัดจากใบรางจืดร่วมกับ Nropine สามารถลดอัตราการตายของสัตว์ได้ ทดลองในหนูพบว่าน้ำสกัดใบรางจืดมีฤทธิ์ต้านพิษยาฆ่าแมลงชนิด Organophosphate ได้

ข้อบ่งใช้ : ลดไข้ ( antipyretic) และ ถอนพิษ (detoxification)

วิธีใช้ : ใบรางจืดที่ไม่อ่อนไม่แก่เกินไป โขลกให้แหลกผสมน้ำซาวข้าว คั้นเอาแต่น้ำดื่ม หรือนำใบรางจืดมาหั่นฝอย ผึ่งลมให้แห้ง ใช้ชงน้ำร้อนดื่ม รากรางจืด (อายุ 2 ปีขึ้นไป) นำมาโขลก/ฝน ผสมน้ำซาวข้าวใช้ดื่ม หรือนำรากรางจืดมาหั่นฝอย ผึ่งลมให้แห้ง บดเป็นผง บรรจุแค๊ปซูลหรือทำเป็นเม็ด รับประทานครั้งละ ประมาณ 5 กรัม