บั้งไฟพญานาคกับการสัมมนา 16 โรงเรียนแกนนำ ICT โรงเรียนในฝัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

บั้งไฟพญานาค ลูกไฟประหลาดที่พวยพุ่งขึ้นกลางลำน้ำโขง 
บั้งไฟพญานาค ลูกไฟประหลาดที่พวยพุ่งขึ้นกลางลำน้ำโขง
บั้งไฟพญานาค หรือ บั้งไฟผี เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ยังไม่สามารถหาคำอธิบายที่ชัดเจนได้ โดยมีลักษณะเป็นลูกไฟสีชมพู ไม่มีกลิ่น ไม่มีควัน ไม่มีเสียง พุ่งขึ้นเหนือลำน้ำโขง มีตั้งแต่ระดับ 1-30 เมตร แล้วพุ่งขึ้นไปในอากาศสูงประมาณ 50-150 เมตร เป็นเวลาประมาณ 5-10 วินาที โดยจะเกิดปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ในช่วงวันออกพรรษา หรือ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตามปฏิทินลาว ซึ่งอาจตรงกับวันแรม 1 ค่ำ หรือ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของไทย โดยแต่ละปีจะปรากฏขึ้นประมาณ 3-7 วัน
มากกว่า 90% ของจำนวนลูกบั้งไฟพญานาคในแต่ละปี จะพบที่จังหวัดหนองคาย หน้าวัดไทย และบ้านน้ำเป อำเภอโพนพิสัย วัดอาฮง อำเภอบึงกาฬ วัดหินหมากเป้ง และอ่างปลาบึก อำเภอสังคม
ผู้ศึกษาปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคหลายกลุ่ม พยายามอธิบายที่มาของปรากฏการณ์นี้ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ เช่น คาดว่าอาจจะเป็นก๊าซมีเทน-ไนโตรเจน หรือ ฟอสฟอรัส ที่เกิดจากการย่อยสลายของซากพืชซากสัตว์ใต้น้ำ
นอกจากประเทศไทยแล้ว ที่อื่น ๆ ในโลกก็มีรายงานการพบปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เช่นกัน เช่นที่ มลรัฐมิสซูรี และ มลรัฐเท็กซัส ของสหรัฐอเมริกา โดยเรียกกันว่า แสงมาร์ฟา (Marfa lights) นอกจากนี้ยังพบที่เมืองเจดด้าห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ริมฝั่งทะเลแดง
ตำนาน
เรื่องของพญานาคในทางพุทธศาสนา ได้กล่าวไว้ว่า เดิมทีพญานาคที่อาศัยอยู่ในเมืองบาดาลนั้นมีนิสัยดุร้าย แต่พอพระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรดสัตว์ก็เกิดความเลื่อมใสในพุทธศาสนา เลิกนิสัยดุร้าย และคิดจะหันมาออกบวช แต่ก็ติดที่เป็นสัตว์ไม่สามารถบวชได้ เนื่องจากเป็นสัตว์ พญานาคจึงปวารณาตนเป็นพุทธมามะกะ
เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จนครบ 1 พรรษา ( 3 เดือน) และเสด็จกลับโลกมนุษย์ในวันขึ้น15 ค่ำ เดือน 11 ด้วยบันไดแก้ว บันไดเงินและบันไดทอง ที่เหล่าเทวดาทำถวาย ส่วนมนุษย์โลกก็จะทำบุญตักบาตร นำดอกไม้ธูปเทียนไปกราบไหว้บูชา ความนี้เมื่อรู้ถึงพญานาคที่อยู่เมืองบาดาล จึงได้จัดทำ “บั้งไฟพญานาค” และจุดเฉลิมฉลองเช่นกัน และได้กลายมาเป็นประเพณีมาจนทุกวันนี้
ลักษณะ
การเกิดบั้งไฟพญานาค ลูกไฟจะเอนเข้าหาฝั่ง หากขึ้นกลางแม่น้ำโขง แต่หากขึ้นริมฝั่ง ลูกไฟจะเอนออกไปกลางโขง ลักษณะเป็นดวงไฟขนาดเล็กเท่าหัวแม่มือ ไปจนถึงขนาดเท่าไข่ห่านหรือผลส้ม มีสีแดงอมชมพูออกสีบานเย็น หรือสีแดงทับทิม ไม่มีควัน ไม่มีเขม่า ไม่มีเปลว ไม่มีเสียง ไม่มีกลิ่น
โดยบั้งไฟพญานาคจะเริ่มปรากฏจากเหนือผิวน้ำ ตั้งแต่ระดับ 1-30 เมตร พุ่งสูงขึ้นไปประมาณระดับ 50-150 เมตร เป็นเวลาประมาณ 5-10 วินาที แล้วจะดับหายวับไปในอากาศ ทั้งๆ ที่ดวงไฟยังโตอยู่ มิได้หรี่เล็กลงแล้วค่อยๆ ดับ และไม่มีลักษณะโค้งตกลงมาเหมือนดอกไม้ไฟ ซึ่งปรากฏการณ์การเกิดบั้งไฟพญานาคนี้ได้มีนักวิทยาศาสตร์ศึกษาวิจัยหลายต่อหลายท่าน แต่ก็ยังไม่พบข้อสรุปที่ชัดเจน

จากข้อมูลที่นำมาให้อ่าน ก็อยากให้ทุกท่านที่ได้ร่วมขบวนไปร่วมประชุมสัมมนา 16 แกนนำ ICT ของโรงเรียนในฝันที่จ.หนองคาย และได้มีโอกาสไปชื่นชมปรากฏการณ์ดังกล่าว เปรียบเทียบข้อมูลที่อ่านกับสิ่งที่เห็นว่าสิ่งที่เห็นกันทุกท่าน นั้นคืออะไร  .... ???? ซึ่งก็ไม่มีใครให้คำตอบที่ถูกต้องได้ อย่างไรก็ตาม.......ความรู้สึกผม คิดว่าปรากฏการณ์ที่เห็นจะเป็นอะไรก็ตาม สิ่งที่ได้รับก็คือความตื่นเต้น ความสนุกสนาน ความสงสัย ความประทับใจ ฯลฯ และประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ทุกท่านได้รับกลับมา ผมดีใจที่งานครั้งนี้เราได้ทั้งงานจากการประชุมสัมมนาและได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตซึ่งเป็นการเติมพลังให้กับชีวิต เพื่อที่จะได้พลังและกำลังใจกลับมาปฏิบัติภารกิจให้ประเทศชาติต่อไป ท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา อย่าลืมว่า....ทำวันนี้ให้ดีที่สุดและทำวันพรุ่งนี้ให้ดีกว่าวันนี้....ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องในงานครั้งนี้ที่ทำให้พวกเราได้รับความประทับใจกลับมาจาก จ. หนองคาย