ทุกคนต่างต้องการที่จะอยู่ในที่ ที่ตัวเองคิดว่าเหมาะสมที่สุด
สองวันที่ผ่านมา สำนักงาน กศน ได้ย้ายผู้บริหารระดับอำเภอจำนวย 92 ท่าน ที่สระแก้วมีย้าย 1 ท่าน จากอำเภอคลองหาด ไปอยู่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปร่จีนบุรี พรรคพวกหลายคนสอบถามมาว่า ก็เพิ่งมาอยู่ทำไงปล่อยไปซะละ ผมได้แต่ยิ้มแต่ผมคิดว่าการขอย้ายเป็นเรื่องปกติ ทุกคนต่างต้องการที่จะอยู่ที่ตัวเองคิดว่าดีที่สุด ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ
ตั้งแต่ผมมาอยู่ที่สระแก้วครบ 1 ปีพอดี มีคนย้ายออกจากสระแก้วแล้ว 6 คน ในตำแหน่งต่าง ๆ เริ่มจากรองผู้อำนวยการ ผู้บริหารศูนย์อำเภอ และลูกจ้างประจำ และได้กลับคืนมาเพียง 1 คน แสดงว่าสระแก้วขาดดุลการค้าไป 5 คน ไม่เป็นไรครับ มีคนแต่ใหนเราก็ทำงานได้ ผมคิดว่า การบริหารงานให้ได้ประสิทธิภาพท่ามกลางความขาดแคลน เป็นคุณสมบัติเฉพาะของนักบริหาร
ถ้าถามว่าผมเอาเรื่องนี้มาพูดคุยกันทำไม ไม่มีเหตุผลครุบ เพีบงแต่จะเล่าสถานการณ์จริงที่สระแก้ว ให้รับรู้ เผื่อว่าจะมีใตรที่สนใจ ย้ายเข้ามาอยู้ในครอบครัวเดียวกัยผมบ้าง ก็เท่านั้น
เรียนคุณน้ำผึ้งสีชมพู
ดูจากรูปแล้ว คาดว่าคงไม่ได้ย้ายหรอกครับ เพราะประสบการณ์ยังน้อยเกินไป
สวัสดีค่ะท่าน ผอ.สมนึกที่เคารพ
หนูยังจำได้กับเรื่องเล่าของท่านได้ดี ที่ว่าคนเรามักจะหาตัวตนที่แท้จริงของตนเอง มันเหมือนเป็นสัจธรรมจของมนุษย์ไปแล้ว ในเมื่อรู้สึกหรือเห็นว่าที่ที่ตนเองอยู่ในปัจจุบันมันไม่ใช่ตัวเรา ก็ต้องดิ้นรนไปที่ที่คิดว่าดีกว่าต่อไป สำหรับหนูเอง มีทัศนคติที่อาจจะดูแปลกไปจากคนอื่น (หรือเปล่า) เพราะหนูคิดว่า ต้องตั้งใจทำทุกสิ่งอย่างเต็มที่ ไม่เคยคิดว่าจะทำเพื่อรออะไรค่ะ คนเรามีแค่ปัจจุบันเท่านั้น จึงต้องทำปัจจุบันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก็เท่านั้นค่ะ บางครั้งตัวเราเองก็อยากหยุดอยู่กับที่เสียที แต่ก็ดันมีเรื่องให้ต้องโยกย้ายกันไป มันก็เป็นไปได้ค่ะ แต่จะยังไงไม่ว่าคนจะน้อยหรือมากก็ไม่ใช่ปัญหาอย่างที่ท่าน ผอ.ว่านั่นแหล่ะค่ะ หากมองว่ามันเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้ มันก็ร้อนใจ แต่ถ้าเราคิดเอาปัญหามาเป็นพลังให้ได้ ทุกอย่างก็ง่ายค่ะ ขอคุณค่ะ
คงขาดดุลไม่นานนักหรอกคะ...ท่านผอ. สระแก้วเป็นจังหวัดที่น่าอยู่จังหวัดหนึ่ง...เพียงแต่ตอนนี้ คน กศน.ส่วนหนึ่ง ต้องดูแลครอบครัว...สอบรอบใหม่ นี้น่าจะได้ ผอ.ป้ายแดงหลายคนอยู่คะ...
เรียนคุณดอกตะโก (น่าจะเป็นตอตะโกมากกว่า)
ขอบพระคุณที่ยังจำความคิดรวบยอดของผมในการทำงาน ตรงนี้สำคัญมากนะครับ ในขณะที่เราก้มหน้าก้มตาทำงาน เราลองเงยหน้ามองดูซิว่า งานที่เราทำนั้น มันใช่ตัวตนที่แท้จริงของเราหรือไม่ ถ้าใช่ ก็ทำต่อไป แต่ถ้าไม่ใช่เราจำเป็นต้องขนขวายหาตัวตนที่แท้จริงของเราต่อไปจนกว่าจะเจอ และตัวตนที่แท้จริงมิได้หมาบความว่างานนั้นต้องยิ่งใหญ่ ได้เงินเดือนสูง แต่เป็นงานที่เราทำแล้วรู้สึกภาคภูมิใจ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีในความหมายของเรา
ขออนุญาตยกตัวอย่างให้รับรู้สักคนหนึ่งก็ได้ แต่ขอปิดชื่อและนามสกุลไว้นะครับ มีผู้หญิงคนหนึ่ง จบ ป.ตรีมา เธอทำงานครั้งแรกเป็นครูในโรงเรียนราษฎร์แห่งหนึ่ง ในขณะนั้นก็ทำงานเป็นครูประจำกลุ่มของกศน.ไปด้วย อยู่ได้ประมาณ 2 ปี เธอรู้ว่าไม่ใช่ตัวเธอ เนื่องจากเธอมีฝีมือในด้านการทำอาหาร เธอลาออกไปเปิดร้านขายอาหารอีสาณแต่ไปไม่รอด เธอกลับเข้ามาทำงานที่ กศน. อีก และช่วงนี้ได้มีโอกาสรู้จักผม ผมเห็นแววของเธอก็เลย บอกเธอว่าน่าจะทำธุรกิจส่วนตัว เธอก็เชื่อไปเปิดร้านกอบปี้ปริ้น เพื่อรอรับงานจาก กศน. แต่ก็ไปไม่รอด แต่เธอเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ในที่สุดเธอก็หาตัวตนที่แท้จริงของเธอจนเจอ ทุกวันนี้เธอขายกํวยเตี๋ยวอยู่ที่หน้านิคมอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง สามารถซื้อตึกในราคา 4 ล้านบาทได้
ลูก 2 คน เรียนจบวิศวะทั้งคู่ คนเล็กได้ทุนไปทำดอกเตอร์ที่อเมริกา พูดง่าย ๆ ว่าทุกวันนี้เธอรวยเละ นี่ละผลของการค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเธอ สู้ต่อไปนะดอกตะโก ผมเป็นกำลังใจให้
เรียนคุณโสดา
ขอบพระคุณมากที่กรุณาให้กำลังใจผม ผมเป็นคนที่สู้ครับ จะพยายามทำงานเพื่อคนสระแก้ว อย่างเต็มกำลังความสามารถ ผมขอสัญญา ไม่เชื่อคอยติดตามข่าวต่อไปนะครับ
สวัสดีครับพี่สมนึก นี่ล่ะไม่ทิ้งลายทหารอากาศเก่า...สามารถเป็นครูให้น้องๆได้ตระหนักระลึกเสมอว่ามีพี่ที่เป็นแบบอย่างของการครองใจ ครองตน ครองคน ครองความคิดให้ตั้งมั่นอยู่ในความดี...คิดเชิงบวกตลอด...ผมว่าพี่คงไม่คิดอะไรเพราะทัศนคติพวกเราคือ...ทำวันนี้ให้ดีที่สุด...การแก้ปัญหาโดยใช้ปัญญา...ใครจะไปใครจะย้ายเรื่องของความต้องการ..ความจำเป็น...นงเยาว์ เขาอาจมีความจำเป็นเรื่องส่วนตัวหรืออาจจะอยากลองของใหม่...เพราะที่สระแก้วผู้ว่าสุรพล เป็นคนสมัยใหม่คิดแบบใหม่ๆ...ได้กำลังหลักแม่ทัพหญิงประจำอำเภอผมว่าน่าท้าทายครับ...การันตี..คุณสมบัติ