ไม่มีสิ่งใดเลย

เรื่องที่ ๒๐  ดูจิต

            หลังจากที่อาจารย์บังเอกิได้มรณภาพไปแล้ว  คนตาบอดคนหนึ่ง ๆซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันกับวัดที่ท่านอาจารย์ได้เคยพำนักอยู่ ได้พูดกับเพื่อนของเขาคนหนึ่งว่า

            “เพราะผมตาบอด  ผมจึงไม่สามารถเฝ้าดูและสังเกตใบหน้าของคนอื่น ๆ ได้ ดังนั้นผมจึงต้องวินิจฉัยลักษณะอุปนิสัยของแต่ละคนโดยสังเกตเอาจากเสียงพูดของพวกเขาเหล่านั้น  ซึ่งตามปกติ เมื่อผมได้ยินใครคนหนึ่งกำลังแสดงความยินดีในความสำเร็จหรือในความสุขของบุคคลอีกคนหนึ่ง  ผมก็จะได้ยินน้ำเสียงแห่งความริษยาปรากฏอยู่อย่างลึก ๆด้วย  และเมื่อมีการแสดงความเสียใจและเห็นใจในโชคร้ายของบุคคล  ผมก็จะได้ยินความพอใจและความเบิกบานใจ  ราวกับว่าคนที่เสียใจนั้นมีความดีใจเป็นอย่างยิ่ง  ที่ยังมีบางสิ่งหลงเหลืออยู่ให้เขาได้กอบโกยเอาไว้บ้างในโลกส่วนตัวของเขานั้น”

            “อย่างไรก็ตาม  จากประสบการณ์ของผมทั้งหมดที่ผ่านมา เสียงของท่านอาจารย์บังเกอินั้น ปรากฏมีแต่ความจริงใจอยู่เสมอ เมื่อใดก็ตามที่ท่านพูดแสดงความสุขและความยินดีออกมา ผมก็จะไม่ได้ยินอะไรเลย  นอกจากความสุขและความยินดี  และเมื่อใดก็ตามที่ท่านพูดแสดงความเสียใจและเศร้าใจออกมา ก็มีแต่ความเสียใจและความเศร้าโศกเท่านั้นที่ผมได้ยิน”

            “ไม่มีสิ่งใดเลย”