จากแผนที่วางไว้คือ ทำคานล่าง ดัดเหล็ก ผูกเหล็ก เข้าแบบ และเทให้เสร็จภายในหนึ่งวัน แผนงานที่วางไว้สำเร็จไปด้วยดี

แผนต่อมาคือ "เสา" ผูกเหล็ก เข้าแบบ ดิ่ง และเทให้เสร็จภายในหนึ่งวัน แผนงานนี้สำเร็จได้อย่างทุลักทุเล...

 

แผนงานวันนี้จะต้องเทเสาทั้ง 13 ต้นให้เสร็จเรียบร้อย โดยโทรสั่งรถปูนให้มาในเวลา 17.00 น.

 

งานวันนี้เริ่มต้นแต่เช้า งานวันนี้เหมือนจะไม่มีอะไรมาก เพราะเสาเราได้งอเป็น "ตีนเป็ด" ผูกแล้วฝากไว้กับคานล่างเรียบร้อยแล้ว ปลอกที่ก็มีช่างดัดเหล็กมืออาชีพ (แฟนช่าง ดัดปลอกได้เร็วมาก) งานนี้น่าจะผ่านไปอย่างสบาย ๆ

หลังจากที่ช่างมาถึงก็ได้ตีแบบคานล่างออก จากนั้นช่างก็ดีดเต๊าเพื่อวัดจุดวางเสาที่ถูกต้องและแน่นอน

เสาไหนวางไม่ตรงก็เริ่มดัดให้เข้าที่ เมื่อเข้าที่ดีแล้วก็เริ่มผูกเหล็กกันเลย

เสาที่จะต้องเทในวันนี้มีทั้งหมด 13 ต้น แบ่งออกเป็นสองประเภทด้วยกัน คือ

  

 

เสา PL 1 เป็นเสาหลักที่วางไว้ตรงมุมและตรงกลางคานเพื่อรับน้ำหนัก

เสา PL 1 มีเหล็กยืนทั้งหมด 8 เส้น เป็นเหล็กปล้องอ้อย 16 มิลลิเมตร 4 เส้น และเหล็กปล้องอ้อย 12 มิลลิเมตร 4 เส้น โดยเสา PL 1 ช่างจะทำการผูกปลอกคู่โดยใช้เหล็ก 2 หุลเต็ม

เสา PL 1 มีขนาด 25x25 ซ.ม. ดังนั้นปลอกที่จะต้องใช้สำหรับปลอกคู่มี 2 ขนาดด้วยกันคือ

1. ปลอกหลัก ที่ใช้ผูกกับเหล็ก 6 หุล ปล้องอ้อย (DB 16 mm.) มีขนาด 22x22 ซ.ม. (ขนาดเสา - 3 ซ.ม.) ดังนั้นช่างจะต้องดัดเหล็กปลอกยาว (22 x 4 + เผื่อเหล็กทับกัน 5 ซ.ม.) = 93 ซ.ม.

โดยเวลาที่จะตั้งเสาสำหรับดัดนั้นจะต้องเสาขนาดความยาว 20 ซ.ม. เผื่อไว้สำหรับเหล็กเมื่อเวลาที่งอแล้วจะได้ 22 ซ.ม. พอดี (รายละเอียดอยู่ในบันทึก บ้านหลังสุดท้ายของ "ชีวิต" : งานครึ่งวันแรก)

2. ปลอกรอง ที่ใช้ผูกกับเหล็ก 4 หุล ปล้องอ้อย (DB 12 mm.) ปลอกนี้ตั้งเสาเผื่อดัดขนาด 15 x 15 ซ.ม.หรือจะใช้ขนาดปลอกของเสา 20 x 20 ซ.ม. ได้พอดี เพราะปลอกสำหรับผูกเหล็กเส้นที่แทยงมุมจะต้องมีขนาดเล็กลงกว่าปลอกหลักประมาณ 5 ซ.ม. ถ้าดัดปลอกใหญ่เกินไป เหล็กก็จะโผล่ เนื้อปูนที่อมเหล็กไว้จะมีน้อย โดยปกติจะต้องมีเนื้อปูนอมเหล็กไว้ประมาณ 3-5 ซ.ม.

 

 

เสา PL 2 มีจำนวน 7 ต้น เป็นเสารองที่ใช้รับน้ำหนักปล่องทนไฟที่มีน้ำหนักประมาณ 10 ตัน จำนวน 4 ต้น (สีแดง) และเป็นเสาที่ช่วยเสา PL 1 ถ่ายน้ำหนักจากคานบนซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางคานหลังหนึ่งต้น และตั้งคู่กันอยู่ด้านหน้าสองต้น

 

 

แต่เกิดปัญหาหนักกับเสาอยู่ต้นหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ตรงกับจุดที่วางไว้  (รายละเอียดอยู่ในบันทึก ฉันยังไม่รู้จัก "พูด..." ) ทำให้งานวันนี้เริ่มประสบปัญหาด้านเวลาที่ต้องเร่งให้ทันกับรถปูนที่นัดไว้

 

งานโครงสร้างนี้เรามีช่างอยู่ประมาณ 14 คน

เมื่องานผูกเหล็กเสาบางต้นเสร็จเรียบร้อย ในช่วงบ่าย เราจึงแบ่งช่างผู้ชายเริ่มเข้าแบบ ซึ่งแบบวันนี้เป็นแบบที่สร้างปัญหาให้เราค่อนข้างมาก

งานนี้ที่กินเวลาเป็นอย่างมากคือ "เก" ของแบบ (ไม้ที่พาดไว้เป็นกระดูก) วางชนกันไปชนกันมา ซึ่งทำให้เราต้องเสียเวลาหาไม้แบบที่ "เก" วางลงได้พอดี หาแล้วหาอีกก็ไม่จึงต้องมีการตีออกไป บางครั้งจำเป็นต้องเลื่อยบ้าง (เสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม เพราะทำแบบชำรุด) เพื่อให้ทันเวลาที่ตั้งไว้

งานตั้งเสานี้มีรายละเอียดมากเกินกว่าที่คิดไว้

เมื่อเข้าแบบเสร็จแล้ว เราจะต้องเสริมความแข็งแรงให้เสา โดยเฉพาะช่วงตีนเสา เพราะเวลาที่เทปูนลงไป น้ำหนักจะกดลงไปอยู่ข้างมาก แล้วยิ่งเราใช้ "เครื่องจี้" เพื่อให้ปูนกระจายได้ทั่วนั้น ถ้ามัดเสาไม่แน่นจะทำให้แบบนั้น "แตก" ได้

งานนี้กินเวลามากเข้าไปใหญ่ เพราะร้านที่ให้เราเช่าแบบนั้นส่วนใหญ่เขาจะมีแบบเสาขนาด 20x20 ซ.ม. เสาขนาด 25 x 25 ซ.ม. นาน ๆ เขาจะทำครั้งหนึ่ง ทำให้เขาไม่มีน็อตที่จะใช้ขันเสาให้แน่น ครั้งนี้เราจึงต้องใช้การ "ขันชะเน๊าะ" แทน ซึ่งการขันชะเน๊าะนี้กินเวลาน่าดู และไม่สามารถใช้เครื่องจี้เพื่อให้ปูนวิ่งไปมากได้ เพราะเสาไม่แข็งแรงเหมือนกับการใส่น็อต

จากนั้นเมื่อเข้าแบบเสร็จ สิ่งที่สำคัญยิ่งคือ "การดิ่ง" เพื่อให้เสา "ตรง" ตรงทั้งแนวตั้ง และแนวนอน

เสาที่รับน้ำหนักได้ดีนั้นนอกจากจะวางตรงตำแหน่งที่ต้องการแล้ว จะต้องดิ่งให้ตรงเป๊ะ ไม่ให้เสาล้มไปล้มมา

เสาที่ล้มหรือเอนนอกจากจะรับน้ำหนักได้ไม่ดีแล้ว งานที่ทำต่อไป คือ คานบน การก่อ การฉาบ งานตกแต่งนั้นจะทำยากตามไปด้วย

งานดิ่งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อใกล้เวลา 17.00 น.แล้ว

เราดิ่งกันยังไม่ทันเสร็จ (เสร็จแค่ต้นสองต้น) รถปูนก็มาแล้ว

เมื่อรถปูนมาทั้งเรา ทั้งช่าง ต่างก็กดดัน เพราะปูนที่อยู่ในรถนั้นมีเวลาคงสภาพตามแรงอัดที่เราสั่งไว้แค่ 2 ชั่วโมง

การดิ่งเสานั้นไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลย เพราะไม้แบบมีน้ำหนักมาก จะบิดจะทำอะไรกันที่ต้องใช้เรี่ยวใช้แรงค่อนข้างเยอะ เมื่อดิ่งเสร็จแล้วก็จะต้องใช้ไม้ค้ำไว้ให้แน่นหนา

ดิ่งเสร็จต้นหนึ่งก็ ไปดิ่งกันต้นถัดไป

แผนที่ตั้งใจว่าจะดิ่งไป เทไป คือเสาต้นไหนดิ่งเสร็จก็เท ที่ยังไม่ดิ่งก็ดิ่งกันไป ทำตามแผนนั้นไม่ได้ เพราะไม้ที่ค่ำยันนั้นบางครั้งมีความต่อเนื่องกับเสาต้นอื่น (เพราะช่วงเสาแคบมาก ประมาณ 2-4 เมตร บางต้นห่างแค่ 1 เมตร) เมื่อไปจัดการเสาอีกต้นหนึ่ง ทำให้เสาที่ดิ่งไว้แล้วเคลื่อนตาม จึงต้องดิ่งให้เสร็จเป็นแถบ ๆ กว่าจะเริ่มเทได้เวลาก็ผ่านไปเป็นชั่วโมง

งานก็เร่ง เกรงใจก็เกรงใจพี่ที่ขับรถปูน เวลาก็ผ่านไปมาก พระอาทิตย์ก็เริ่มหมดแสง ช่างก็เริ่มหิวข้าว

 

เมื่อเทเสาไปได้สักห้าต้น เวลาก็เลยเข้าไปทุ่มกว่า ก็เลยให้ช่างพักกินข้าวกันก่อน วันนี้เราสั่งข้าวมาบริการให้ช่างคนละสองกล่อง และให้พี่คนขับรถปูนทานด้วยเพื่อลดความเครียดจากการรอหน้างานของเรา เพราะเสาที่เหลือนี่ต้องใช้เวลาไม่เสร็จในหนึ่งชั่วโมงแน่ ๆ

ช่างเหนื่อยมาทั้งวัน อย่างไรก็ต้องให้เขากินข้าวเพิ่มพลังก่อน

เมื่อกินข้าวกันเสร็จแล้วก็เริ่มลุยงานกันต่อ ซึ่งวันนี้กว่าจะเทเสาทั้ง 13 ต้นเสร็จเวลาก็ล่วงไปกว่า 3 ทุ่ม

ถึงแม้เวลาปูนที่บริษัทกำหนดให้ใช้เสร็จนั้นจะเลยไป (ภายใน 120 นาที) แต่ strenght ปูนที่เราสั่งมา คือ 280 นั้นก็เกินสงสารอยู่... (ปกติ 210 ก็พอ) ดังนั้นเวลาที่เลยไปซึ่งทำให้ strenght ลดลงนั้น เสาก็ยังแข็งแรงมากพอที่จะรับน้ำหนักแรงกดได้

 


Tip of the day

ปูนปอร์ตแลนด์เมื่ออยู่ในรถปูนมีเวลาจะต้องใช้ให้เสร็จภายใน 120 นาที นับตั้งแต่เวลาที่ออกจากแพลนท์ เมื่อเลยเวลาแรงกด (Strength) จะลดลง