วิธีเห็นนิมิต

อ่านทั้งหมด ที่เวป http://khunsamatha.com/

วิธีเห็นนิมิต 

- เมื่อจรดใจลงไปที่ศูนย์กลางกายแล้ว ตรงไหนก็ตรงนั้น อย่าส่ายใจไปที่อื่น ถ้ามืดก็จี้ตรงมืดไม่ต้องส่ายใจไปหาที่สว่าง แล้วจุดที่มืดจะสว่างขึ้นเอง และถ้าจรดใจลงไปหนแรกถ้าสว่าง ความสว่างนั้นจะสว่างยิ่งขึ้น จำหลักอันนี้ไว้ให้แม่นยำ



    - ถ้าเห็นนิมิตเป็นดวงใส แปลว่า เป็นไปตามตำรา แต่ถ้าเห็นเป็นอย่างอื่นเช่น เห็นเป็นปุยเมฆ ขนนก ดอกบัว แม่น้ำ ไฟ คนตาย พระพุทธรูป สัตว์ ฯลฯ จำหลักไว้ว่า ต้องเพ่งและนึกให้นิมิตเหล่านั้นให้ “ขาว” ให้ “ใส” เมื่อขาวและใสนั้น พึงนึกให้เป็น “ดวงแก้ว” แล้วนิมิตเหล่านั้น จะเป็นดวงแก้วขาวและใสทันที



    - ขณะที่จะเกิดนิมิต ถ้าเห็นสว่างที่ตา หรือเกิดความสว่างนอกตัว ไม่ให้ส่งใจไปดูความสว่างเหล่านี้อย่างเด็ดขาด เพราะอวิชชาเขาหลอก จงนึกมองดวงนิมิตในท้องของท่านอย่างเดียว จะเห็นหรือจะไม่เห็น ก็ให้มองดูในท้องเท่านั้น



    - จำไว้ว่า ดูนิมิตในท้องอย่างเดียว ไม่เห็นอะไรก็ดูแต่ในท้อง เพียรฝึกวิธีนี้ จะกี่วันก็ฝึกอย่างนี้ แล้วท่านจะเห็นได้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง



    - ดูในท้องก็ไม่เห็นอะไร ได้แต่สว่าง ช่วงนั้นมารเขาจะฉายความสว่างมาที่หน้าบ้าง ที่ตาบ้าง ที่หน้าท้องบ้าง และถ้าเราส่ายใจไปดูความสว่างเหล่านั้น แปลว่า แพ้มารเขา เพราะอีกไม่นาน ท่านก็จะเห็นนิมิตในท้องของท่านอยู่แล้ว มารเขามีวิธีหลอกเรามากมายนัก



    - จำไว้ว่า ต้องอดทนฝึก นึกให้เห็นดวงใสในท้องในทุกอิริยาบถทั้งยืน เดิน นั่ง นอน และบริกรรม “สัม มา อะ ระ หัง” ไปด้วย สักวันหนึ่งจะสมหวัง อย่าท้อใจ ของดีต้องใช้ความพยายามจึงได้



    - จำไว้ว่า เห็นนิมิตอะไร ต้องเพ่งให้ “ขาว” และเพ่งให้ “ใส” ทุกอย่างไป ไม่ว่าจะเห็นดอกบัว พระพุทธรูป แม่น้ำ ป่า กองไฟ สัตว์ตาง ๆ ต้องเพ่งให้ขาวและให้ใส เสมอไป



    มารเขารู้ว่าเราจะได้มรรคผล เราจะกำหนดนิมิตให้เป็นดวงแก้วขาวใส เพื่อนก็มาระเบิด เห็น จำ คิด รู้ ของเรา ให้เห็นเป็นอย่างอื่น เราก็แก้ให้ “ขาว” และให้ “ใส” และในที่สุดสิ่งเหล่านั้น เมื่อขาวและใสแล้วจะ เป็นดวงแก้วกลมขาวใสในที่สุด ต้องแก้ลำมารอย่างนี้จึงจะชนะ แต่ถ้านึกให้ “ขาว” แล้ว แต่ยังไม่ขาว และนึกให้ “ใส”แล้ว แต่ก็ยังไม่ใสสักที เรื่องนี้ให้ท่านนึกให้ขาวและให้ใสอยู่เช่นนั้นนานเท่านาน ในที่สุดก็จะขาวและใสตามต้องการ



    สำหรับท่านที่ใจร้อน มีความอดทนไม่พอ นึกให้ขาวแต่ไม่ขาวสมใจ นึกให้ใสแต่ไม่ใสสมความปรารถนา ทอดธุระไม่เพียรทำให้ขาว ไม่เพียรทำให้ใส แปลว่า ท่านแพ้มาร ท่านแพ้อวิชชา ท่านแพ้กิเลส ตัณหา อุปาทาน เพราะความขุ่นคือ “มาร” ความไม่ใส คือ “อวิชชา” แปลว่า มารเขาสกัดกั้นพลังใจของท่านได้ แพ้หนเดียวจะพลอยให้แพ้ต่อ ๆ ไปอีก ดังนั้น จึงขอร้องทำให้ “ขาว” และ “ใส” ไว้เสมอ พึงนึกถึงความใสไว้เสมอ แล้วท่านจะเรียนวิชชาธรรมกายได้สูงยิ่งขึ้น



    ถึงอย่างไรเราก็เรียนกันแล้วฝึกกันแล้ว จะเรียนเพียงเห็นดวงใสและเห็นธรรมกาย เพียงเท่านี้เห็นว่าไม่เพียงพอ ความรู้ระดับวิเศษยังมีอีกมากมายนัก วิชชาธรรมกายมีเนื้อหามาก มีเนื้อวิชชามาก มีหลักสูตรมาก มีรายละเอียดมาก ชีวิตของเราไม่พอเรียนวิชชาธรรมกาย ยิ่งเรียนถึงระดับสูง ท่านก็ยิ่งได้บุญได้บารมีระดับ ปรมัตถ์ ไม่มีบุญใด ไม่มีบารมีใด สูงส่งเท่าบุญเรียนวิชชาธรรมกาย



    บัดนี้อายุท่านเท่าไร บรรลุธรรมกายไปแล้วแค่ไหน ได้บารมีไปแล้วแค่ไหน มัวหลงเงินกันอยู่ หลงตำแหน่ง หลงยศกันอยู่ อกุศลดลใจเราไม่ให้สนใจงานธรรมกายเลย วันที่เราใกล้จะตาย อกุศลหมดไปจากใจ เรานึกได้ คิดได้ ว่าเราประมาทเสียแล้ว เราได้แต่เสียใจ พอความตายมาถึง เงินก็ดี ตำแหน่งก็ดี ยศถาบรรดาศักดิ์ก็ดี ช่วยอะไรเราไม่ได้เลย



**************************************************************************


สวดมนต์ให้ถึงพระ



    เราจุดธูปเทียนบูชาพระ เราสวดมนต์ไหว้พระ ก็ด้วยวัตถุประสงค์ให้ใจหยุด ใจนิ่ง ใจใส ใจสว่าง ที่ศูนย์กลางกาย วาจากล่าวคำสวด แต่ใจปักนิ่งที่ศูนย์กลางกาย ในที่สุดใจนิ่ง ใจใส ตรงศูนย์กลางกาย และเห็นดวงปฐมมรรค เป็นดวงแก้ว ขาวใส สว่างโชติ



    จากนั้นสวดต่อไป แต่ใจจี้นิ่งกลางดวงปฐมมรรคนั้น จะเห็นพระประธานที่เราบูชากลางดวงธรรมนั้น แต่พระประธานเปลี่ยนสีเป็น “ขาว” และ “ใสสว่างโชติ” เป็นพระปฏิมากรเกตุดอกบัวตูม ขาวและใส นี่คือ พระรัตนตรัย



    แสดงว่าเราบูชาพระและสวดมนต์จน “เข้าถึงพระรัตนตรัย” เสียดายการวดมนต์และการบูชาที่ทำกันมาก่อน ๆ นั้น ไม้เป็นเรื่องเลย แต่ได้สวดให้ได้ชื่อว่าสวดพร้อมกันเท่านั้น ได้แต่เฉี่ยวไปเฉี่ยวมาไม่ถูกพระรัตนตรัยเลย ถ้าจะให้ถูกพระรัตนตรัยจะต้องตั้งใจให้ถูกศูนย์กลางกาย



**************************************************************************

ข้อมูลจากหนังสือ  :   ผู้ใดเห็นดวงธรรมผู้นั้นเห็นตถาคต  ตถาคตคือธรรมกาย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สมาธิ – บริกรรมนิมิต – บริกรรมภาวนา

คำสำคัญ (Tags)#สมาธิ#นิมิต#ชมรมพัฒนาใจให้สว่างใส#ปราชญ์ขยะ#คุณสมถะ

หมายเลขบันทึก: 215494, เขียน: 10 Oct 2008 @ 12:55 (), แก้ไข: 19 Jun 2012 @ 16:29 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)