เมื่อจัดการกับฐานรากซึ่งเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) เสร็จเรียบร้อยแล้ว งานต่อมาซึ่งสำคัญไม่แพ้กันก็คือการวาง “คานล่าง…”

การวางงานครั้งนี้จะเชื่อมโยงกับแผนของผู้ผลิตเตาเผาศพ โดยครั้งนี้เราวางใจใช้ทีมงานเตาเผาศพมืออาชีพของบริษัท “ทีมเทค” ซึ่งได้วางแผนร่วมกันเกี่ยวกับการทำโครงสร้างไว้รอเตาเผาศพที่จะเตรียมสอดเข้ามาในภายหลัง

เริ่มดีดเต๊า...

เราเริ่มงานกันตั้งแต่ช่วงเช้า (8.30 น.) งานแรกคือ "ดีดเต๊า" วางเส้นแปลนจากกระดาษสู่พื้นจริง

งานนี้จะต้องวางคานบนพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล.) ซึ่ง set ตัวเต็มที่แล้ว เพื่อป้องกันการสไลด์หรือเคลื่อนตัว เราจึงใช้สว่านเจาะลงไปในพื้นปูนลึกประมาณ 5 ซ.ม.

จากนั้นใช้หล็ก 2 หุลเต็ม (RB 6 mm.) ทำเป็นตัวยูคีบคานล่างแล้วผูกด้วยลวดมัดเหล็ก โดยมีระยะห่างทุก ๆ 50 ซ.ม. ตลอดทั้งคาน

เราแบ่งงานให้ผู้ชายทำงานหน้าที่งอเหล็กและนำเรียงมาเรียงสลับกันไปมา ส่วนผู้หญิงดัดเหล็กปลอก เมื่อเหล็กปลอกครบผู้หญิงจึงเริ่มเข้ามาทำหน้าที่ผูกเหล็ก และผู้ชายเริ่มเข้าแบบตามคานที่ฝ่ายผู้หญิงผูกเสร็จไปช่วง ๆ ไป โดยวันนี้จะต้องเข้าแบบให้เสร็จก่อนเวลา 16.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่รถปูนจากแพลนท์จะมาถึง
การวางคานล่างครั้งสิ่งที่เน้นเป็นพิเศษคือ "ห้ามตัดเหล็กแม้แต่เส้นเดียว..."
เน้นให้ช่างใช้เหล็กเต็มความยาวของเส้นคือ 10 ม.
พอถึงจุดที่หัวเสาก็ใช้งอเหล็กแทนการตัด เพื่อให้เหล็กนั้นต่อเนื่องกัน การงอเหล็กจะทำให้รากฐานมีความแข็งแรงมากกว่าการตัดเหล็กแล้วนำมามัดติดกัน
การวางคานล่างนี้งานไม่ใช่มีเฉพาะการผูกเหล็ก เข้าแบบ หล่อคานเท่านั้น
งานสำคัญที่จะลืมไม่ได้คือการตั้งเสาและผูกเหล็กเพื่อให้เหล็กเชื่อมอยู่กับคานล่างและอมปูนอยู่เป็นเนื้อเดียวกับคาน

เมื่อถึงเวลาสี่โมงเย็นรถปูนจากแพลนท์ก็มาถึง เรายังเข้าแบบไม่เสร็จทั้งหมด ครั้งนี้เราขอให้บริษัทมาเทสต์ลูกปูนหน้างานด้วยเพื่อควบคุมคุณภาพปูน (เคยได้ปูนเหลว ๆ ไม่ได้คุณภาพมาหลายครั้ง งานโครงสร้างเป็นงานสำคัญต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ)
เมื่อเทสต์ลูกปูนเสร็จ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก็เริ่มเทได้เป็นช่วง ๆ

ส่วนหนึ่งก็เข้าแบบไป ส่วนหนึ่งก็เทไป
โดยก่อนที่จะเทปูนนั้นสิ่งที่ลืมไม่ได้ก็คือ จะต้องฉีดน้ำรดแบบและพื้นผิวเดิมให้ชุ่มพอประมาณ เพื่อที่จะไม่ให้ปูนที่เทใหม่นั้นแห้งเร็วเกินไป เพราะหากปูนแห้งเร็วเกินไปจะทำให้ปูนนั้นเกิดการแตกร้าวได้
แต่ถ้าหากวันไหนฝนตกแล้วก็ไม่ควรฉีดน้ำเพิ่มอีก เพราะผิวงานที่ชุ่มน้ำมากเกินไปนอกจากจะทำให้ปูนไม่ยึดติดกับหน้างานเดิมแล้วยังจะทำให้แรงอัดหรือ Strength ของปูนนั้นสูญเสียหรือลดลงได้อีกด้วย
คานล่างเราใช้ปูน strength 280 จำนวน 2.75 คิว
การเคคานใช้เวลาเทประมาณ 2 ชั่วโมง
โดยวันแรกนี้งานก็สำเร็จลุล่วงไปตามเป้าหมายที่วางไว้คือผูกเหล็ก ตั้งแบบ และเทคานจนเสร็จ...
Tip of the day.
- การสั่งรถปูน สามารถสั่งปูนได้โดยมีระยะห่าง .25 คิว คือ 2.00 , 2.25 , 2.50 , 2.75 ไล่ขึ้นไป
- ถ้าสั่งไม่ถึง 3 คิว จะต้องเสียค่าขนส่งเพิ่มเติมประมาณ 300 บาท
-
การคำนวณปูนที่จะใช้นั้นสามารถคำนวณได้จากสูตรคำนวรปริมาตรทั่วไป คือ กว้าง x ยาว x สูง
คานมีความยาว 25 เมตร ความสูง 40 ซ.ม. กว้าง 25 ซ.ม. คำนวณได้ 2.5 คิว ซึ่งปกติแล้วจะต้องเผื่อไว้นิดหน่อย เราจึงสั่งปูนที่ 2.75 คิว เกินไว้ดีกว่าขาด เพราะขาดแล้วผสมเพิ่มเองจะไม่ได้แรงอัดปูนเท่ากับที่เราคำนวณไว้ตอนแรก การผสมปูนเองนั้นกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับแรงอัดได้ยาก
สาเหตุเกิดมาจากการกำหนดส่วนผสม เราไม่สามารถให้ช่างนำหิน และทรายไปช่างน้ำหนักก่อนผสมได้ (ตามสูตรคือ คอนกรีตส่วนผสม ค.2 ปริมาณ 1 ลบ.ม. (STRENGTH 240 กก./ตร.ซม.) ใช้ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ = 336 กก. ทรายหยาบ = 0. 60 ลบ.ม. 1.3.3 หินย่อยหรือกรวด = 1.09 ลบ.ม. หรือ คอนกรีตส่วนผสม ค.3 ปริมาณ 1 ลบ.ม. (STRENGTH 300 กก./ตร.ซม.) ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ = 360 กก. ทรายหยาบ = 0.66 ลบ.ม. หินย่อยหรือกรวด = 0.92 ลบ.ม. หมายเหตุ คอนกรีตปริมาตร 1 ลบ.ม. ใช้น้ำผสมประมาณ 180 ลิตร
ส่วนใหญ่ช่างจะใช้ถังหรือแถวนี้เรียกว่า "คุ" เป็นตัวกำหนด เช่น ปูน 1 ถุง ใส่ทราย 12 ถัง
อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือ ความสะอาดของหิน ซึ่งถ้าต้องการให้ได้ strength ที่สูงจริง ๆ เราจะต้องนำหินไปล้างทำความสะอาดก่อนที่จะนำมาผสมกับปูน
ในข้อนี้แพลนท์ปูนเขาก็ไม่ได้ล้างหินมาให้เราหรอกนะ แต่ว่าเขาควบคุมส่วนนผสมได้ดีกว่าที่เราจะผสมเอง
แต่ก็มีข้อวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหูว่า ปูนผสมเสร็จจากแพลนท์ปูนปัจจุบัน นิยมผสม "ไฟน์แอสท์ (fly ash)" หรือขี้เถ้าลอย มาในส่วนผสมด้วย จากเดิมที่มีเฉพาะ ปูน หิน และทราย ปัจจุบันนี้มีไฟน์แอสท์ เพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง
เหตุผลที่โรงงานให้มาก็คือ ขี้เถ้าลอยหรือเจ้าไฟน์แอสท์ที่เป็นของเหลือทิ้งจากโรงไฟฟ้าถ่านหินนี้ (มีแถว ๆ ลำปาง) จะช่วยทำให้ขุดช่องโหว่ในอนูของปูนให้มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น
แต่ก็มีผู้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าเจ้าขี้เถ้าลอยนี่ เวลาผสมกับปูนแล้ว ในเวลาที่ปูน set ตัว ไฟนส์แอสท์จะลอยตัวขึ้นมาอยู่บนผิวหน้าสมกับชื่อที่ว่า "ขี้เถ้าลอย" เมื่อขี้เถ้าลอยสลอนอยู่บนผิวหน้าจึงทำให้ปูนในปัจจุบันหน้าผิวหน้าไม่แกร่งเหมือนกับเมื่อก่อน
และอีกอย่างหนึ่งที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตไว้เกี่ยวกับเจ้าไฟน์แอสท์นี้ก็คือ ราคาของอื่น ราคาค่าบริการต่าง ๆ มีแต่เพิ่มสูงขึ้น แต่ธุรกิจปูนซีเมนต์กับลดราคาปูนผสมเสร็จลงมาได้เรื่อย ๆ แข่งขันจนเหลือคิวละพันกว่าบาท พันต้น ๆ เขาเลยตั้งข้อสังเกตว่า ที่ถูกลงมาก็เพราะใช้ไฟน์แอสท์เข้ามาเป็นส่วนผสมนี่ใช่หรือไม่ ของดีราคาถูกนั้นมีหรือ...?
-
แต่ถึงอย่างไร เราก็สามารถตรวจสอบเพื่อความมั่นใจได้ โดยเฉพาะงานสำคัญคือการเทโครงสร้าง (พื้น คานและเสา) คือ ควรที่จะขอให้มีการเช็ค Slump และเทสต์ลูกปูน ที่หน้างานเพื่อให้ได้ปูนที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการ
-

ได้ความรู้ที่สามารถใช้ได้ในวาระสุดท้ายของชีวิตทุกคน ขอขอบคุณท่านเป็นอย่างสูงที่ให้ความรู้ เป็นกำลังใจให้ท่านและติดตามท่านตลอดมา สาธุสาธุ
siump เท่าไรหรอคับถึงจะควรใช้ได้ตามหน้างานคับ
ผมอยากทราบว่า ถ้าเราไม่ใช้บริการรถปูนผสมเสร็จ
เราจะมีหลักการคำนวณปริมาณการใช้ปูน ทราย และหิน อย่างไรครับ
ไม่ว่าจะเทคาน หรือเทพื้น นะครับ (ความแข็ง คงวัดไม่ได้)
แต่เพื่อต้องการเอาไว้กะปริมาณการซื้อของ เผื่อเราจะเอามาผสมเองนะครับ
รบกวนผู้รู้ช่วยไขข้อสงสัยด้วยครับ