การเรียนรู้งาน และการเรียนรู้องค์กรอย่างรอบด้านอยู่ตลอดเวลา จำเป็นมากสำหรับคนทำงาน โดยเฉพาะองค์กรทางวิชาการ ซึ่งต้องทำงานด้วยความรู้และต้องประสานงานกับผู้อื่นบนฐานความรู้-ความเข้าใจ ด้วยความปราดเปรียว รู้งาน และรู้ความเชื่อมโยงของกการปฏิบัติ
สามารถออกแบบกระบวนการทำงานและใช้วิจารณญาณ พึ่งตนเอง และร่วมเผชิญกับความจำเป็นจำเพาะหน้าด้วยตนเองแทนองค์กรได้อย่างเหมาะสม
การที่องค์กรหนึ่งๆมีบุคลากรที่มีคุณลักษณะบูรณาการและรอบด้านพอเพียงแก่ความจำเป็นของการปฏิบัติอย่างนี้บ้าง ไม่ต้องทั้งหมด ทว่า เพียงบางส่วน ก็จะทำให้กลวิธีการทำงานในบางลักษณะมีความเข็มแข็ง เช่น การทำงานแบบประสานเครือข่ายสหสาขา การทำงานเป็นทีมแบบสหวิชาชีพ การทำงานบริการวิชาการแก่สาธารณะ ซึ่งต้องบูรณาการ ให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์คราเดียวกันหลายด้าน
แต่การพัฒนาคนและทรัพยากรมนุษย์โดยทั่วไป มักมีรูปแบบที่แยกส่วน การออกแบบกระบวนการทำงาน ให้การทำงานประจำและงานที่มีโอกาสดำเนินการทางการปฏิบัติแต่ละครั้ง กลายเป็นกระบวนการเรียนรู้และเพิ่มพูนศักยภาพคนไปด้วย เป็นวิธีการหนึ่งที่ให้ผลดี
ผมสังเกตว่า เวลาจัดอบรม และประชุมสัมมนา หากจัดวางให้ผู้ดำเนินการและทีมปฏิบัติ นอกจากทำหน้าที่ดูแลและบริการทางวิชาการที่ทำโดยปรกติอยู่แล้ว ก็ขอให้เพิ่มบทบาท-มีส่วนรับผิดชอบให้ได้ทำหน้าที่ซึ่งจะกลายเป็นกระบวนการให้จำเป็นต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้คน และปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาของงานมากมายไปด้วยแล้ว บุคลากรและคนทำงานในลักษณะดังกล่าว จะรู้เรื่องงาน เก่งขึ้น มีความเป็นผู้นำทางวิชาการและแสดงออกถึงวุฒิภาวะในการดำเนินการต่างๆขององค์กรได้มากขึ้น
กิจกรรมและงานที่สร้างคนในแนวทางนี้ได้ดีมากคือ
- ให้เขียนบทสื่อ ซึ่งต้องตีโจทย์ให้แตก ค้นคว้า เรียนรู้อย่างลึกซึ้ง เรียบเรียงและถ่ายทอดออกมาด้วยภาษาและลีลาของตนเอง
- ให้เตรียมประเด็นการบรรยาย
- การเป็นวิทยากรกลุ่ม และให้สรุป
- การเป็นพิธีกรดำเนินรายการทางวิชาการ ระดับที่พอเหมาะกับประสบการณ์และความเชื่อมั่นในตนเอง
- การเป็นกระบวนกร (Facilitator) ถอดบทเรียนกลุ่มคนที่มีประสบการณ์หลากหลาย
- การให้ติดต่องานกับคนภายนอก
- การให้ทำงานที่ต้องลงชุมชน และเจอคนที่ต้องใช้ทักษะ Human Skill ตามกาละเทศะหลากหลาย
การพัฒนาคนและทรัพยากรมนุษย์แบบผสมผสานอยู่ในการทำงานไปเลยอย่างนี้ ได้ความรอบด้านหลายเรื่อง (Well-Rounded Development) จะช่วยเสริมการพัฒนาและการอบรมเฉพาะด้าน ให้มีหนทางที่คนทำงานเกิดการเรียนรู้อยู่ในทุกอริยาบท อีกทั้งเป็นแนวทางที่ส่งเสริมวัฒนธรรมในองค์กรแห่งการเรียนรู้ ส่งเสริมศักยภาพปัจเจกให้เป็นพลังองค์กรได้อย่างเต็มที่.
น่าสนุกดีครับอาจารย์
เขียนมาอีกนะครับ
ขอบคุณครับอาจารย์ที่เข้ามาเยือน เคยไปดูงานนิทรรศการประกอบประชุมวิชาการที่คณะอาจารย์ เมื่อสองปีที่แล้ว แวะไปหาอาจารย์ศรันย์ และอาจารย์ศรันย์พาเดินชม ทั้งงานของอาจารย์และงานนักศึกษาของอาจารย์ มันส์จริงๆ
เป็นประสบการณ์จากคนทำงานที่แตกต่าง เป็นความรู้ที่มีคุณค่าครับ
พี่ชนันท์...ขอเรียกพี่ก็แล้วกันนะครับ จบเทคโน. มอชอ ปี 30 นั้น เป็นรุ่นพี่ผมแน่นอน เพราะผมเป็นเทคโน.มอชอ รุ่นปี 30 และจบปี 33 แล้วก็คะเนว่าคงจะเป็นผู้อาวุโสมากกว่าผมด้วย เลยก็ขอเรียกพี่ก็แล้วกันครับ แต่ผมนึกหน้าพี่ไม่ออกเลย คนมันแก่แล้วน่ะครับต้องขออภัย
ผมพอจะรำลึกรุ่น ปี 29 ได้เป็นบางท่าน ทั้งๆที่ทั้งสองรุ่นนี้ผมคลุกคลีด้วยมากเลย ที่พอนึกออกก็มีพี่ขวด พี่พิมาน พี่แม้วหรือพี่สัมพันธ์ หวาน(น้องแหวน สุตสุนทร) พี่พรรณิภา พี่ประโชติ ศึกษาธิการเขต 10 เอ๊ะ จำได้เยอะเหมือนกันนะนี่
ขอบคุณมากนะครับ ที่แวะเข้ามาเยี่ยมเยือน ฝากคารวะพี่ ดร.พรเทพ เมืองแมน อาจารย์น้ำ (ลืมชื่ออีกแล้ว) แล้วก็อีกหลายคน ของชาวเทคโน มอ.ออ. ผมได้มาประชุมวิชาการเทคโนที่ มอ.ออ. นานมากแล้ว แต่ประทับใจทั้งผู้คนและความเคลื่อนไหวทางวิชาการครับ