เช้านี้ตื่นตั้งแต่ตี 4 กว่าๆ อย่านึกว่าผมจะเป็นคนตื่นเช้าๆ อย่างนี้ทุกวันนะครับ วันนี้พอดีคุณนายที่บ้านจะเดินทางไปประชุมที่สงขลา รถจะออก 6 โมงเช้า ต้องไปส่งคุณนายแล้วก็เลยไปจ่ายตลาดตั้งแต่ 6 โมงเช้า ประมาณ 7.30 น ก็ได้รับแจ้งว่ารถออกมาได้ไม่นาน...อิอิ บอกแล้วว่านัดไทย มันไม่เคยพอดีกับที่นัดไว้หรอก...เสียงมาตามสายว่า "รู้งี้ตื่นสัก 6 โมงก็ยังทัน"
ตอนเข้าไปซื้อของที่ตลาดเช้า บริเวณตลาดตันโพธิ์ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เห็นความไม่พอดีของฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ซึ่งต่างกับความปรารถนาของแม่ค้าที่หลายคนบ่นให้ผมฟังว่า ช่วงนี้คนกำลังจะออกจากบ้านเพื่อมาจับจ่ายซื้อของฝนไม่น่าจะตก จะตกให้สายๆ หน่อยก็น่าจะดี อิอิ.....นี่ก็ไม่พอดีอีกแหละ
ช่วงนี้ฝนตกหนักคาดว่าน่าจะตกไปทั่วทุกภูมิภาค และบางพื้นที่น้ำอาจจะมากเกินความต้องการ(เพราะบางที่น้ำท่วม) ฝนตกหนักอย่างนี้อีกไม่กี่วันที่สำนักงานก็จะมีรายงานภัยธรรมชาติเกี่ยวกับน้ำท่วมพืชสวนไร่นาของชาวบ้าน ที่กำแพงเพชรจะมีปัญหาก็คือข้าวมักจะถูกน้ำท่วมเสียหายเป็นประจำทุกปี ทั้งๆ ที่รู้ว่าน้ำจะท่วมในช่วงกันยายน-ตุลาคม แต่พื้นที่ปลูกข้าวในเขตชลประทานก็จะเสียหายทุกปี ก็คงเป็นเพราะความไม่พอดีของฤดูกาลปลูกกับปริมาณน้ำฝนที่ได้รับ
หลายปีมาแล้วผมเคยร่วมจัดประชุมเกษตรกรในเขตชลประทาน เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลแล้วหาวิธีหลีกเลี่ยงการเสียหายของข้าวในช่วงหน้าฝนนี้ สิ่งที่ผมได้เคยใช้ก็คือการให้เกษตรร่วมกันประมาณตนเองว่าผลผลิตข้าวของกลุ่มมีผลผลิตมากในช่วงใด และข้อมูลสถิติปริมาณน้ำฝนเป็นอย่างไร ปรากฏว่าผลผลิตของเกษตรกรที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยวมากที่สุด กับปริมาณน้ำฝน(น้ำท่วม) อยู่ในช่วงเวลาเดียวกันเสียเป็นส่วนใหญ่ คือช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งทำให้ผลผลิตมักได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม และผลผลิตมีความชื้นสูงขายไม่ได้ราคา ได้ให้ข้อแนะนำว่าน่าจะหาวิธีที่จะปลูกเพื่อให้ผลผลิตไม่ต้องมาเก็บเกี่ยวในช่วงหน้าฝน โดยใช้วิธีการเลื่อนการปลูก (เพราะในเขตชลประทานของกำแพงเพชรข้าวสามารถปลูกได้ตลอดปี)...แต่ก็ยังหาความพอดีไม่ได้อยู่ดี เกษตรกรก็ยังปฏิบัติเหมือนเดิม...อิอิ
พูดถึงเรื่องของผมตอนเช้ากันต่อดีกว่า หลังจากกลับบ้านยังเช้าอยู่ อันนี้พอดีกับมีการสลายการชุมนุมที่หน้ารัฐสภาพอดี ได้ทันเห็นข่าวการยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม คนวิ่งกันกระเจิง แต่น่าเสียใจที่มีคนบาดเจ็บ เห็นชายคนหนึ่งขาซ้ายขาด.....ฯลฯ เห็นคนไทยทำร้ายกันเองแล้วสลดใจครับ งานนี้คงไม่มีใครกล้ารับผิดและเสียสละ เพราะยังไม่เคยเห็นการเสียสละด้วยการกระทำกันเลย......นอกจากการพูด นี่ก็เป็นอีกกรณีหนึ่งที่เห็นความไม่พอดีตั้งแต่เช้า
ยังไม่หมดนะครับ เช้านี้อีกเช่นกัน ฝนตกหนักมากรถรับส่งน้องไผ่เขามาสาย น้องไผ่เขาจะสอบเลยต้องขอให้ผมไปส่ง ผมก็เลยขับรถไปส่งน้องไผ่ไปโรงเรียน ปรากฏว่าผู้ปกครองของเด็กใจตรงกัน ต่างก็เอารถยนต์ไปส่งกันมากมาย(ก็เพราะฝนมันไม่พอดีตากมากไปหน่อย) ทำให้รถติดที่หน้าโรงเรียนอนุบาลกำแพงเพชร เนื่องจากถนนมีเพียงสายเดียว อิอิ.....นี่ก็ไม่พอดีอีกแล้ว
ในวิถีชีวิตเราในวันหนึ่งๆ คงจะมีความพอดี-ไม่พอดีเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ คงจะไม่สามารถกำหนดให้ทุกอย่างลงตัวหรือไม่ลงตัวได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก็คงจะเป็นตัวเราเองนั่นแหละครับจะตามทันสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร โดยไม่ให้เป็นทุกข์กับมัน ความพอดีมีในใจของเราอยู่แล้ว เพราะธรรมชาติของทุกสิ่งก็เป็นของมันอย่างนี้เอง
- บางเรื่องก็อาจจะแก้ได้ด้วยการหาจุดพอดีๆ
- บางครั้งก็ต้องทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดและอยู่ด้วยกับมัน
- และบางเรื่องก็เพียงแต่ฟังและพูดจาหารือกัน ลดความเห็นแก่ตัว...ประโยชน์ของตัวกันบ้าง
- มองภาพใหญ่และประโยชน์ของสังคมก่อนประโยชน์ตนเอง
- รักผู้อื่น
- มีความเมตตา
- ทำอะไรก็ค่อยเป็นค่อยไป มีความเอื้ออาทรต่อกัน
ไม่ต้องไปร้องขอความพอดีจากฟ้าดินหรอกนะครับ คงจะยากที่จะหาคนมาจัดให้ได้ เพราะความพอดีนั้นอยู่ในใจของเราทุกคนอยู่แล้ว ขอเพียงให้พอดีๆ กับตัวเรา เหมาะสมกับเราที่จะพอรับและอยู่กับสิ่งต่างๆ ได้ แค่นี้ก็มีความสุขแล้วละครับ
7 ตุลาคม 2551
กรรมเป็นตัวกำหนดชีวิตเรา...
http://gotoknow.org/blog/juykub/214350
สวัสดีค่ะ แวะมาทักทายสบายดีนะค่ะ
หวัดดีค่ะพี่
ไม่ได้แวะมาทักทายเสียนาน สบายดีนะค่ะพี่ชาย
สวัสดีค่ะพี่สิงห์
สาธุ
สวัสดีครับพี่..แวะมา ลปรร ครับ