การทำแท้ง:คุณคิดว่าถูกหรือไม่
ปัญหาการทำแท้งเถื่อนในประเทศไทยนับวันยิ่งมีมากขึ้นโดยส่วนใหญ่จะเป็นหญิงที่ตั้งครรภ์ในวัยที่ไม่สมควร ถ้าในบางประเทศการทำแท้งนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ได้ห้ามตามกฎหมายแต่ถ้าสำหรับประเทศไทยแล้วการทำแท้งยังถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายแต่สำหรับบางกรณีเช่น การทำแท้งเพื่อรักษาชีวิตของมารดา ถือว่าเป็นข้อยกเว้น
การที่ประเทศไทยยังไม่มีกฏหมายให้มีการทำแท้งได้อย่างถูกต้องเสรี เนื่องจากสังคมไทยยังเห็นว่าการทำแท้งเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักศีลธรรมอันดีงามของไทย ถือว่าเป็นการทำลายชีวิตหนึ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมา ดังนั้นหากคิดที่จะทำแท้งก็ต้องไปใช้บริการสถานที่ทำแท้งเถื่อนซึ่งอาจจะมีความไม่เหมาะสมในหลายๆด้านเช่น สถานที่ตั้ง สภาพภายในสถานที่ เครื่องมือทางการแพทย์ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอ ครบถ้วน หรือได้มาตรฐาน วิธีการในการทำแท้งซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องและไม่ปลอดภัย รวมถึงตัวหมอผู้ทำแท้งเองซึ่งอาจจะมีความเชี่ยวชาญไม่เพียงพอหรือขาดความรู้ที่ถูกต้อง ซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้ส่งผลต่อตัวผู้ทำแท้งโดยอาจจะติดเชื้อจากการรักษาที่ไม่ถูกวิธีหรือที่ร้ายแรงกว่านั้นคือขั้นเสียชีวิตเลย
จากผลการสำรวจพบว่าผู้หญิงซึ่งเลือกที่จะทำแท้งนั้นเกิดจากสาเหตุหลายประการด้วยกันเช่น ความไม่พร้อมทั้งทางด้านเศรษฐกิจและยังอยู่ในวัยที่ไม่เหมาะสมของทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ยังอยู่ในวัยเรียน ปัญหาครอบครัว ถูกฝ่ายชายทอดทิ้งและปฏิเสธความเป็นพ่อของเด็กในครรภ์ หรืออาจจะมีการคุมกำเนิดแต่ผิดพลาดขึ้นมาทำให้สร้างเด็กขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ เป็นต้น
ตัวอย่างเหตุการณ์การบุกค้นคลินิกทำแท้งเถื่อนจาก ไทยรัฐ วันจันทร์ ที่21 เมษายน พ.ศ. 2551 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลาhttp://news.sanook.com/crime_269244.phpซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงการปราบปรามสถานที่ทำแท้งเถื่อนโดยตำรวจ
หากการทำแท้งยังถือว่าผิดกฎหมาย ผู้หญิงเหล่านี้ที่จำใจเลือกที่จะทำแท้งก็จะมีความเสี่ยงสูงทั้งเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือแม้กระทั่งเสี่ยงต่อชีวิต ซึ่งหากเรามองในอีกแง่มุมหนึ่งโดยลบอคติต่างๆออก เราก็จะพบว่าไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่ทำแท้งจะต้องเป็นผู้หญิงใจง่ายหรือเป็นผู้หญิงใจแตกอย่างที่หลายๆคนคิดแต่อาจจะมีความจำเป็นถึงเลือกที่จะทำแท้งเช่น อาจถูกผู้ชายมอมเหล้าแล้วข่มขื่นหรืออาจถูกผู้ชายบังคับขืนใจ เป็นต้น ซึ่งหากเราจะให้ผู้หญิงเหล่านั้นต้องไปใช้บริการจากสถานที่ทำแท้งเถื่อนท่านคิดว่าเป็นธรรมแล้วหรือ เนื่องจากผู้หญิงเหล่านั้นไม่ได้เต็มใจเลยแต่ต้องมาตั้งครรภ์ ซื่งท่านคิดว่าสมควรแล้วหรือยังที่ควรมีการปรับกฎหมายไทยเพื่อให้มีการทำแท้งได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อก่อให้เกิดผลต่างๆตามมาเช่น สถานที่ทำแท้งที่เหมาะสม เครื่องมือทางการแพทย์ที่ครบครัน การรักษาที่ถูกวิธี รวมถึงมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้การรักษา ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในด้านต่างๆของผู้ที่ทำแท้งได้อย่างแน่นอนเพื่อคุ้มครองสิทธิสตรีในด้านสุขภาพ
มันบาป นะค่ะ
เวลาทำอะไรก็ควรป้องกันดีกว่าค่ะ
ยุติการตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อม เป็นเรื่องที่พูดกันมากนะคะ แต่ก็ล่อแหลมในมายาคติได้ง่ายค่ะ
สุดท้ายก็...โบ้ยไปที่ ให้ป้องกันก่อนแก้ไข
ทำอย่างกับว่า...ผู้หญิงตั้งครรภ์ทุกคนมีความพร้อมหมดแหละเนอะ
ไม่เกี่ยวกับปัญหาเด็กวัยรุ่นหรือสุขภาพนะคะ
แม่บ้าน คนครองเรือนปกตินี่แหละ บางครั้งก็ตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อม ใช่ไหมคะ แต่ทำไมผู้หญิงไม่มีสิทธิเลือก สุขภาวะอนามัยสตรีนะคะเนี่ย...
แหะๆ มุมมองจากคนไม่เคยมีโอกาสได้ท้องกับเขาหรอกค่ะ แต่เคยเจอปัญหาและเคยมีส่วนเข้าไปร่วมช่วยแก้ไขปัญหานี้
10 กว่าปีก่อน (สมัยเป็นวัยรุ่น) มีเพื่อนสาวมาถามว่า รู้จักร้านทำแท้งหรือไม่
เราบอกรู้...ไปเลยแถวหลังรถไฟ พูดเสียงดังด้วยน้า...ด้วยคิดว่าเป็นร้านทำแท้งค์น้ำ
ผ่านมาสองสัปดาห์ จึงรู้จากการซุบซิบของพรรคพวกว่า เพื่อนคนนั้นท้อง
...โชดดีของเรา...ที่ไม่ทราบข้อมูลมากไปกว่านั้น
หากต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องช่วยเลือกทางเดินที่มีเรื่องของความลับ จริยธรรม และความปลอดภัย...เราคงหนักใจพิลึก
ผ่านมา 10 กว่าปี...เราผ่านสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว....บางวันที่สังสันท์กัน
เราเคยมีคำถาม ถามกันเล่นๆ ว่า หากลูกหลานในไส้มาบอกว่าท้องก่อนวัยอันควร...
คำตอบของเรา...ควรจะเป็นอย่างไร?
...บันทึกของคุณเกริก...จึงเป็นประเด็นที่ให้คิดด้วย...คิดกับ...และคิดตาม
ผู้ใหญ๋ส่วนใหญ่มักบอกเด็กๆ ว่ามีอะไรให้บอก
หากเค้าบอกจริง....เราควรจะทำอย่างไร
การป้องกันไม่กลัว....กลัวการแก้ไขมากกว่าค่ะ
ฉันเป็นคนหนึ่งกำลังตัดสินใจในการทำแท้ง ฉันไม่รุ้ว่าจะโทษใครดี ฉันมีแฟนที่คบกันมาถึง 7 ปี และเค้าก็ได้ไปมีความสัมพันธ์กับกะเทยจนทิ้งฉันไป ขณะนั้นฉันตั้งท้องได้อ่อนๆ และพยายามยื้อทุกอย่างไว้ในใจจะยอมทนเจ็บเพื่อลูก แต่เค้าบอกให้ฉันไปเอาเด็กออกเค้าให้ตังฉันมา 5000 เพื่อจะให้เอาลูกของเค้าออกและไปอยู่กินกับกะเทย ฉันกลับมาบ้านที่พิษณุโลกตัดสินใจที่จะเอาออก แต่ฉันก็กลัวอะไรหลายๆอย่าง จนขณะนี้ฉันตั้งท้องได้ 4 เดือนแล้ว ทางครอบครัวฉันยังไม่ทราบฉันไม่กล้าที่จะบอกแม่และพ่อเพราะกลัวว่าจะผิดหวังทั้งๆที่ฉันเรียนจบและทำงานแล้ว ได้แต่บอกเรื่องราวการเลิกราของฉันกับเค้าให้ท่านรุ้เท่านั้น ฉันยังไม่รุ้ว่าจะอย่างไรดีคิดทุกวันว่าถ้าท้องโตกว่านี้จะทำอย่างไรฉันควรทำแท้งดีกว่าปล่อยให้เป็นแบบนี้ดีไหม
ดีค่ะ จะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังนะคะ
คือ ตอนนั้นฉันมีอายุ 17 ปี ฉันเกิดท้องขึ้นมา ฉันไม่กล้าบอกแม่กลัวแม่จะว่าเอา ฉันเลยปิดเป็นความลับ จนกระทั่งท้องเริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แม่ฉันจึงรู้ และพาฉันไปทำแท้ง
แห่งแรกที่ฉันไปเป็นยายแก่ๆ เขาให้ฉันเปลี่นชุดเป็นผ้าถุง แล้วให้ฉันนอนลงบนพื้นที่มีกระดาษหนังสือพิมพ์รองอยู่ เขากำลังจะเอาน้ำยาอะไรไม่รู้มาฉีดที่มดลูกของฉันแต่ฉันผละออก ฉันวิ่งออกมาจากห้องนั้น ร้องห่มร้องไห้ แม่ฉันก็ไม่ฟังจะให้ฉันทำแท้งอย่างเดียว จนกระทั่ง อาของฉันที่ไปด้วยบอกว่าไม่ทำก็ไม่ต้องทำ เลยพาฉันออกมา แห่งที่สองคือเป็นโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานแล้วอยู่ในกรุงเทพ เมื่อฉันเข้าไป เขาทำการซาวน์เด็กในท้องดู เขาบอกว่าตอนนี้อายุครรภ์ 7 เดือนแล้ว เขาบอกว่าไม่ทำให้ ถ้าทำฉันจะติดเชื้อทางกระแสเลือดอาจตายได้ แม่ฉันได้ยินดังนั้นจึงพาฉันกลับบ้านและปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันที่ต้องดูแลเด็กในท้องต่อไป นี่เป็นเหตุการณืที่ฉันไม่มีวันลืม ถ้าหากวันนั้นฉันตัดสินใจให้ยายแก่ๆคนนั้นฉีดอะไรก็ไม่รู้เข้าไปในท้องฉันกับลูกคงไม่ได้อยู่ถึงวันนี้
ทุกวันนี้ฉันคลอดลูกสาวน่าตาน่ารักเธอแข็งแรงดีทุกอย่าง น้ำหนักแรกเกิด 2,730 กรัม
ตอนนี้เธออายุ 7 เดือนแล้ว