ผมยอมรับว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดี และดีต่อหลายๆอย่างด้วย โดยเฉพาะด้านสุขภาพ
และผมก็อยากจะออกกำลังกายแต่ผมมักมีปัญหาเรื่องเวลา เช่นอ้างว่าไม่มีเวลา ทำงานเลิกค่ำ ต้องไปทำงานแต่เช้า สวนสาธารณะอยู่ไกลบ้าน ฯลฯ
วันนี้ผมพอจะมีคำตอบแล้วครับ
สืบเนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ไปฟังอาจารย์ท่าหนึ่งบรรยายในการอบรมเรื่อง "การจัดการความเครียดและการยศาสตร์ในการทำงาน" ซึ่งจัดโดย สสจ.หนองคาย ซึ่งคุณหมอผู้เป็นเจ้าของเรื่องได้ เชิญ ผศ.ดร.ยอดชาย บุญประกอบ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ภาควิชากายภาคบำบัด คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มาเป็นวิทยาการ ขอบอกว่า สุดยอดมาก ฟังบรรยายทั้งวันไม่มีง่วงเลย
เรื่องที่ผมจะนำมาเล่าวันนี้ไม่ใช่การจัดการความเครียด และการยศาสตร์ในการทำงาน แต่เป็นเรื่องที่อาจารย์ท่านนี้เพิ่มเติมให้ เกี่ยวกับการออกกำลังกายเพื่อควบคุมน้ำหนัก
อาจารย์เล่าว่า เหตุที่คนอ้วนเป็นเพราะ
1. พันธุกรรม กำหนดให้อ้วน (อ้วนชนิดนี้ลดยาก)หรือที่เรียกว่าฟ้าสั่งมาให้อ้วน
2.อัตราการเผาผลาญพลังงานลดลง (ตามอายุ)
3.ขาดการออกกำลังกายแต่กินเท่าเดิม (ด้วยเหตุผลใดก็ตาม ซึ่งคนอ้วนจะมีเหตุผล ร้อย 8 พันประการที่จะไม่ออกกำลังกาย)
4.นิสัยการบริโภคที่ไม่ถูกต้อง เช่นมื้อที่ควรกินหนัก กับกินน้อย แต่มื้อที่ควรกินน้อยกับกินมาก
การลดน้ำหนักโดยการใช้ยา เป็นวิธีที่ผิด
การอดอาหารไม่ใช่หนทางที่ถูกต้อง
สิ่งสำคัญอยู่ที่ปรับพฤติกรรมการกินให้ถูก และ ออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญพลังงาน จะทำให้ร่างกายมีสุขภาพดีกล้ามเนื้อแข็งแรง ความแก่ไม่เป็นไปตามอายุ
ท่าออกกำลังกายที่ช่วยให้เผาผลาญพลังได้ดีในเวลาอันจำกัด ที่ผมจำมาได้ มี 2 ท่า
ท่าที่ 1 ผมตั้งชื่อเองว่า นอนคว่ำคุกศอก 1 นาที
ท่านี้ง่ายมาก คือให้นอนคว่ำลงคล้ายจะทำท่าดันพื้น แต่ให้ใช้ข้อศอกและท่อนแขนเป็นส่วนรับน้ำหนัก จากนั้นให้ทำท่านี้ค้างไว้เฉยๆ นานอย่างน้อย 1 นาที ต่อครั้ง ตอนแรกที่ได้ฝึกจะรู้สึกกล้ามบริเวณหน้าท้องสั่น แทบเอาไม่อยู่ แต่อาจารย์บอกว่า ท่านี้จะช่วยเผาผลาญพลังงานและช่วยกระชับกล้ามเนื้อหน้าท้องได้ดีมาก ผมเลยทำวัน นาที่ครึ่ง (แค่นี้ก็เกือบไม่รอดแล้วครับ ) ดูภาพประกอบ

ท่าที่ 2 เป็นท่าหลังชนฝา เก้าอี้ล่องหน
การปฏิบัติ คือ หันหลังเข้ากำแพงหรือผนัง (เอาที่มันแข็งแรงหน่อยนะครับจะได้ไม่หงาย) แล้วทำท่านั่งเหมือนนั่งเก้าอี้ทุกประการ เพียงแต่มันไม่มีเก้าอี้เท่านั้นเอง และใช้เวลานั่งอยู่อย่างนั้นอย่างน้อย 1 นาที
ท่านี้จะรู้สึกกล้ามเนื้อบริเวณหน้าขาตึง (เหมือนได้วิ่ง) เผาผลาญได้ดีเหมือนกัน ดูภาพประกอบ

การออกกำลังกายทั้ง 2 ท่า ผมใช้เวลาตอนตื่นนอนมาใหม่ๆ รวมเวลาทั้งสิ้นรวมพักเหนื่อยระหว่างเปลี่ยนท่า แล้ว 5 นาที ใช้เวลาเพียงน้อยนิดเท่านั้น ไม่ได้สิ้นเปลืองเวลาเลย แถมจะทำที่ไหนก็ได้ไม่ยุ่งยาก ดังนั้น ปัญหาเรื่องไม่มีเวลาจึงไม่เป็นข้ออ้างสำหรับผมอีกแล้ว
ผมลองดูแล้วเห็นว่ามันเข้าท่าดีเลยอยากนำมาลงเผยแพร่ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ได้บ้างดีกว่าได้ฟังมาแล้วเก็บไว้คนเดียว
ส่วนภาพประกอบและชื่อท่านั้นผมทำขึ้นมาเองและตั้งชื่อเองไม่ทราบชื่อท่าที่แท้จริง ต้องขออภัยหากมีชื่อที่ใช้เรียกอยู่แล้วเพราะผมฟังจากการแล็คเช่อครับ
ขอบคุณครับกำลังหาอยู่พอดี
ใด้ผลเป็นประการใดเล่าให้ฟังบ้างนะครับ คุณ mmit [IP: 202.28.27.5]
ขอให้โชคดี
สวัสดีครับ