APNหนึ่งคน มีส่วนช่วยพัฒนาให้เกิดAPNได้หลายคน การขยายแนวคิดและแนวปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูงไปสู่พยาบาลรุ่นแล้วรุ่นเล่า เพื่อการพัฒนาวิชาชีพพยาบาล นั่นเอง ประโยชน์สูงสุดกับผู้ใช้บริการ
สิ่งที่ทำได้ทันที คือ
1. เริ่มที่ตัวเรา ขยันปฏิบัติงานให้ได้ผลลัพธ์เชิงประจักษ์ คือ แบบอย่าง
2. สัมพันธ์กับคนอื่น ใจดี ไม่หวงวิชาและขายประสบการณ์ทำงานร่วมกันเป็นน้องเป็นเพื่อนเป็นพี่ที่ดี มีเวทีแลกเปลี่ยนในกลุ่มและนอกกลุ่ม จับกลุ่มกันเอง และสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มอื่น แบ่งปัน
3. องค์กรคือเรา คิดเสมอว่า ผลงานเราที่เกิดขึ้นได้รับการส่งเสริมจากองค์กร คือ คนรอบข้าง เราคือ คนขององค์กร ดังนั้นสิ่งที่เราทำเพราะรักองค์กร องค์กรจะรักเรา หมายถึงเพื่อนร่วมงาน
ดังนั้น APNหนึ่งคนจะสร้างAPNsได้หลายคน ดังที่กล่าวไว้ตอนต้น
ตัวอย่างกรณีที่กลุ่มAPNรพศรีนครินทร์
APNรุ่นที่1จำนวน2คน รุ่นที่2 จำนวน3คนรุ่นที่3จำนวน0คนรุ่นที่4จำนวน0คนรุ่นที่5จำนวน2คน
และว่าที่APNรุ่นที่6จำนวน6คน=13คน(ถ้าผ่านสัมภาษณ์ทั้งหมด)
สิ่งที่กลุ่มAPNรพ ศรีนครินทร์ ยึดถือคือหลัก3ข้อนี้
ใช่แล้วค่ะ เริ่มที่ตัวเองก่อน....สุดยอดเลยค่ะ
หวัดดีตอนเช้าค่ะพี่แขก..
Think win-win ค่ะพี่..น้องได้..พี่ก็ได้.มากกว่า
http://gotoknow.org/profile/waraporn29/picture/30/p.jpghttp://gotoknow.org/profile/kunladar/picture/30/p.jpg
ขอบคุณคะ่น้องพอลล่าและน้องคุณลดา ที่แวะมาเยี่ยม
คิด+ทำ+ สิ่งที่ APNs ที่จะได้ คือ ประสบการณ์การเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ และผู้ใช้บริการสามารถสัมผัสได้
ประโยชน์สูงสุดอันหนึ่ง คือการสร้างคนคุณภาพ แต่ยากเหลือเกิน ถ้าตัวเขาไม่ร่วมมือด้วย...!!!???
เอา10ทักษะของพี่เลี้ยง (10skills of coach) มาฝาก...
ของท่านอาจารย์ กรินทร์ ..จาก AMAหรือAmerican Management Association
1.การสร้างความไว้วางใจ(Trust)การที่คนจะเชื่อใจต้องใช้เวลา แต่มีสูตรดังนี้ Trust=Credibility คูณ Caring หาร Risk
หมายความว่า *ถ้าตัองให้เกิดความไว้วางใจต้อง เพิ่มตัวคูณและลดตัวหารคะ*คือ พี่เลี้ยงต้องมีความรู้ดีในเรื่องนั้นๆให้เป็นที่เชื่อถือ พร้อมทั้งต้องเอาใจใส่ถามสารทุกข์สุกดิบ และควรอย่างยิ่งต้องลดการตัดสินด้วยอารมณ์ให้ใช้เหตุและผลมากขึ้น
2.ใช้หลักการ Listen-Look-Learn (การรับฟัง คิดและประมวล)
การฟังเชิงรุก(ตั้งสติรับฟังอย่างจริงจัง หยุดพูด ตั้งใจฟังจนสามารถทวนในสิ่งที่พูดได้ เงียบเสียงต่างในสมอง ฟังด้วยตาหรือมีการสบตา ฟังด้วยหัวใจคือเอาใจใส่และประการสุดท้ายคือแสดงความอยากรู้อยากเห็น) ไม้ใช่การฟังแบบไม่ใหวติง ถ้ามีงานยุ่งไม่มีเวลาให้ ต้องเลื่อนนัดที่จะรับฟังไม่จำเป็นต้องแกล้งฟัง
3.Measure,Assess,and Plan คือ ต้องมีตัววัด ,มีการประเมินและการวางแผนการพัฒนา
สิ่งที่มีความจำเป็น คือ แฟ้มการทำงาน ก่อนการทำงานต้องเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตน ซึ่งสำหรับAPN เราก็มีสมรรถนะ APN คะ ต้องบอกมาตรฐาน และเป้าหมายที่ชัดเจน อย่างที่สภาการพยาบาลปฏิบัติทุกครั้งคือการปฐมนิเทศ ถ้าอย่างเราเป็นพี่เลี้ยง ก็ต้องบอกหน้าที่ของAPN มาตรฐานที่จะต้องปฏิบัติอย่างไร และมีเป้าหมาย คือ การวัดผลจากอะไร เช่น ผลความพึงพอใจของผู้ใช้บริการของAPN เป็นต้น มีการสอนงาน และวางแผนที่จะพัฒนาในจุดที่ขาด ประมาณว่าต้องเกาให้ถูกที่คันนั่นเอง
4.Dialogue การสนทนาเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน แบบ 2 ทางให้สามารถเข้าใจได้ทั้งงานและความรู้สึก โดย พี่เลี้ยงจะต้อง...
4.1 แก้ไขปัญหาเพื่อสร้างบรรยายของความไว้วางใจ รับฟังอย่างตั้งใจ และสามารถแนะแนวทางให้ค้นพบด้วยตนเอง
4.2 ถามคำถามแบบเปิดเพื่อกระตุ้นความคิด
4.3 หลีกเลี่ยงคำถามแบบปิด
4.4 หลีกเลี่ยงคำถามนำหรือครอบงำทางความคิด
4.5 ซึมซับสิ่งที่ที่ผู้พูด ได้พูดออกมา
4.6 แสดงความรู้สึกออกมา ทวนประเด็นให้
4.7 กระตุ้นความรู้สึกเป็นเจ้าของปัญหาและหาหนทางแก้ไข
4.8หลีกเลี่ยงการให้ความคิดเห็นและคำแนะนำถ้าเขาไม่ต้องการ
ซึ่งในการนี้เราจะต้องเจอบุคคลิก4ประเภท
1.Assertive 2.Responsive 3.Aggressive และ 4.Passive หรือ แบบผสมผสาน 1+2หรือ 3+4
ที่ดี1.Assertive+2.Responsive=กล้าแสงสิทธิของตนและเคารพสิทธิผู้อื่น
ส่วนในทางตรงกับข้าม3+4พวกมือไม่พายเอาเท้าลานำ แบบนี้อาการหนัก ท้าทายพี้เลี้ยงคะ ต้องรีบให้การช่วยเหลือหรือให้ความสนใจให้มากขึ้น และกลุ่มที่1+2 จะช่วยเสริมให้เราด้วยคะ
5.การอบรม Training ต้องใช้หลักการเรียนรู้ในผู้ใหญ่ คือ
5.1 ปรับให้เข้ากับสไตล์การเรียนรู้แต่ละคน
5.2 มีการฝึกปฏิบัติ
5.3 ให้มีการโต้ตองซึ่งกันและกัน
5.4 มีการเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่คุ้นเคย
5.5 คำนึงการต่อต้านของพวกเขาต่อการเปลี่ยนแปลง
5.6 ทำให้เกิดความพึงพอใจระยะสั้น
5.7 พวกเขาควรได้รับFeed Blackอย่างสมำเสมอ
5.8 พวกเขาควรมีส่วนร่วมในหัวข้อและวิธีการฝึกสอน
5.9 ทำให้เกิดความรู้สึกปลอดภัยต่อเข้าการอบรม และ
5.10 สนุกกับการอบรม
วันนี้ขอฝากทักษะทั้ง 5 ข้อ ของพี่เลี้ยง ก่อนนะคะน่าจะเป็นประโยชน์กับหัวหน้าหรือนักพัฒนา ที่จะลองเอาไปใช้
ก่อนการให้ยา(การช่วยเหลือ) เราอย่าลืมวินิจฉัยว่าเขามีบุคลิก/ปัญหาอะไรก่อน จึงจะเห็นผล เหมือนให้ยาต้องถูกโรค..
แวะมาทักทายคะ ชื่นชมทีมงาน และพี่แขกมากคะ ตอนนี้หนูก็ยังก้าวไปไม่ถึง APN ซักที มาตามหากำลังใจแถวนี้คะ
สวัสดีคะ่ น้องแหม่ม
กำลังคิดถึงอยู่พอดี ขอบคุณมากที่ส่งข่าวคราว พวกพี่ๆก็ทำไปเหนื่อยไป ทำได้แค่ไหนก็พอใจ คิดเชิงบวก อาจไม่มากมาย สุดท้าย ดร.ศิริอร สินธุ ได้มาสัมภาษณ์ ที รพ ศรีนครินทร์ ก็สามารถไปต่อได้ ท่านอาจารย์มีข้อแนะนำ พี่ใช้วิธีรับปากกับอาจารย์ว่าจะพัฒนา Personal Data ก็มีความเชื่อมั่นในตัวอาจารย์ที่มาแนะนำเรา เราก็ต้องรักษาสัญญากับอาจารย์ ตรงนี้ คือ เทคนิคของพี่ ขอให้น้องแหม่มมีกำลังใจก้าวต่อไปคะ่
สวัสดีครับ
ตั้งใจอ่านบ้าง ผ่านตาบ้าง
ชักจะเริ่มรู้จัก APN ขึ้นมากแล้ว ;)
ขอบคุณคะ่ อ ธว้ชชัย
สรุปว่าAPNsตัวเป็น คือพยาบาลอยู่ตามโรงพยาบาลนั้นแหละคะ่ เป็นพยาบาลผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง จะเปรียบเทียบสายแพทย์ที่มีเป็นแพทย์เฉพาะทาง สายวิชาชีพพยาบาลก็เป็นพยาบาลเฉพาะทาง ประมาณนั้น แต่อาจยังไม่เป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวาง APNs ต้องเรียนจบปริญญาโทสาขาทางการพยาบาล และเข้าสอบระดับประเทศขององค์กรทางนิตินัยสุงสุดของพยาบาล ที่เรียกว่า สภาการพยาบาลฯ โดยการสอบต้องผ่านด้านความรู้ และการสัมภาษณ์ ลักษณะงานที่ทำต้องบ่งบอกถึงความชำนาญในสาขานั้นคะ่ ปัจจุบันนี้ มีAPNs ประมาณ400 กว่าคนในประเทศไทย เปิดการสอบทุกปี เป็นรุ่นที่6 คะ่