หาดทรายแก้วที่ยังคงอยู่อย่างธรรมชาติ

ประวัติความเป็นมาของหาดทรายแก้ว

เดิมหาดทรายแก้วมีชื่อเรียกว่า “หาดน้อย ตั้งอยู่บริเวณอ่าวน้อย ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีเนื้อที่ประมาณ ๑๑๖ ไร่เศษ ต่อมาเมื่อ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ พลเรือเอก ทวีศักดิ์ โสมาภา ผู้บัญชาการทหารเรือขณะนั้น ได้ตระหนักถึงการพัฒนาพื้นที่เพื่อเป็น การสนับสนุนการท่องเที่ยวของรัฐบาล รวมทั้งเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกำลังพลในกองทัพเรือให้ดีขึ้น จึงได้สั่งการให้โรงเรียนชุมพล ทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ดำเนินการสำรวจ และพัฒนาพื้นที่นี้เพื่อจัดเป็นสถานที่พักผ่อนให้กับกำลังพลของกองทัพเรือตลอดจนบุคคลทั่วไป โดยให้มุ่งเน้นในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และพยายามรักษาสภาพ แวดล้อมให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ดังเดิมมากที่สุด และจากการสนับสนุนของกองทุนหมู่บ้านซึ่งเป็นโครงการหนึ่งของรัฐบาล ทำให้ในปัจจุบันหาดมีที่พักที่สวยงามเพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวมากขึ้น

ลักษณะทางธรรมชาติ

               "หาดทรายแก้ว มีความยาวประมาณ ๑,๗๐๐ เมตร เป็นหาดทรายปนปะการัง ลักษณะเม็ดทรายละเอียดขาวอันเกิดจากการทับถมของทรายและปะการัง คล้าย หาดในฝั่งทะเลอันดามัน น้ำทะเลใสสะอาด มีพันธุ์ไม้ธรรมชาติขึ้นอยู่หลากหลายชนิด ภูมิประเทศรายรอบด้วย ภูเขา มีป่าละเมาะซึ่งยังคงสภาพสมบูรณ์ มีพื้นที่ราบหลังหาดประมาณ ๑๐๐ ไร่ ซึ่งพบมีร่องรอยของเตาเผาถ่านเก่าโบราณอยู่จำนวน ๘ เตา หาดทรายมีลักษณะไม่ลาดชัน พื้นท้องทะเลเป็นทรายปนปะการังและหาดหิน ถือเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การ ท่องเที่ยว ดำน้ำและพักผ่อนหย่อนใจ อีกแห่งหนึ่งในอำเภอสัตหีบจังหวัดชลบุรี

การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

               หาดทรายแก้ว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ กองทัพเรือ เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบยั่งยืน โดยจะรักษาความสวยงามตามธรรมชาติไว้เป็นหลัก มีบริการ รถรับ - ส่ง (ไม่อนุญาติให้นำรถยนต์เข้าหาดในวันหยุดราชการ) มีบริการอุปกรณ์ท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น เต็นท์ อุปกรณ์ดำน้ำ เรือคยัค อุปกรณ์พักผ่อนชายหาดต่าง ๆ มีร้านอาหาร เครื่องดื่ม และบริการอาบน้ำจืด เป็นต้น
ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยว
    
นักท่องเที่ยวสามารถมาพักผ่อนได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากอยู่บนชายฝั่งและมีช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการท่องเที่ยวที่สุด ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูหนาว ปลายเดือนกันยายน ถึงต้นเดือนธันวาคม เนื่องจากคลื่นลมไม่แรง อากาศไม่ร้อน
ข้อห้ามที่ต้องถือปฏิบัติเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบยั่งยืน
1.
ไม่ทิ้งขยะมูลฝอย ขวดแก้ว เศษแก้ว ตามเส้นทางและชายหาดโดยเด็ดขาด
2.
ไม่ก่อไฟ รวมทั้งหุงต้มและประกอบอาหารในพื้นที่
3.
ไม่ตัดไม้ ไม่เก็บหินหรือทรายและปะการัง
4.
ปฏิบัติตามที่เจ้าหน้าที่หาดแนะนำโดยเคร่งครัด

สิ่งอำนวยความสะดวก

               โรงเรียนชุมพลทหารเรือ ได้ดำเนินการจัดพื้นที่ ให้เหมาะสมกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยสร้าง สิ่งปลูกสร้างเท่าที่จำเป็น เช่น ห้องอาบน้ำจืด ที่พัก รวมทั้งจัดพื้นที่ราบบางส่วนเป็นที่กางเต็นท์ ให้สอดคล้องกลมกลืนกับธรรมชาติ โดยจะไม่ก่อสร้างอาคารถาวรขนาดใหญ่ การท่องเที่ยวหรือพักผ่อนจึงจำเป็นต้องรักษาระเบียบการใช้ทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันอย่างตระหนักในคุณค่า ไม่ทำลายธรรมชาติ เช่น ไม่ตัดต้นไม้ ไม่ก่อไฟ เป็นต้น สถานที่เพื่อบริการนักท่องเที่ยวมี ดังนี้.-

     ศูนย์รับจองห้องพักและอาคารสำนักงาน  มีเจ้าหน้าที่บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในด้านต่าง ๆ และการสำรองห้องพัก ในส่วนของศูนย์รับจองห้องพักนั้นตั้งอยู่ที่ ฝ่ายกิจการพลเรือน อาคารกองบังคับการ โรงเรียนชุมพลทหารเรือ ส่วนอาคารสำนักงานนั้นตั้งอยู่บริเวณหาดทรายแก้ว

     เรือนพัก บ้านพัก เต็นท์และอาคารรับรอง

   โรงเรียนชุมพลทหารเรือ ได้จัดสร้างเรือนพักแบบธรรมชาติเหมาะสมกับการพักตากอากาศ นักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์ได้ หรือเช่าเต็นท์จากอาคารสำนักงานได้เช่นกัน นอกจากนี้โรงเรียนชุมพลทหารเรือได้จัดบริการอาคารรับรอง สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นหมู่คณะ ซึ่งบ้านพักรับรองและอาคารรับรองจะตั้งอยู่บริเวณอ่าวเกล็ดแก้ว มีรายละเอียดดังนี้
บ้านพักและอาคารรับรอง (อ่าวเล็ดแก้ว)

ชื่อบ้านพัก

ราคา/คืน

บ้าน ยลดา (104)
บ้าน จงกล (105)
บ้าน ชลาลัย (106)
บ้าน กัลปังหา (107)
บ้าน ฟ้าใส (108)
บ้าน เกล็ดแก้ว
บ้าน ทิวนา (207)

1,500.-
1,500.-
1,500.-
2,500.-
800.-
4,000.-
800.-


-
บ้านพัก 104 105 106 ชั้นบนแอร์ ชั้นล่างพัดลม
-
บ้าน 108 และ 207 พัดลมทั้งหลัง
-
บ้านกัลปังหา และบ้านเกล็ดแก้ว แอร์ทั้หลัง จองได้หลังจากวันที่ 20 ของเดือนเป็นต้นไป
-
บ้านแต่ละหลังพักได้ประมาณ 12 คน พักเกินคิดเพิ่มคนละ 50.-บาท (ค่าที่นอนเสริม)

สโมสร นักเรียนจ่าและกราบพักทหาร

ชื่อบ้านพัก

ราคา/คืน

สโมสร นักเรียนจ่า
กราบพักทหาร