สวัสดีครับ ..วันนี้ผมมีบทความที่็เป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัย ปริญญาเอกของผม ในมุมมองของการเตรียมความพร้อม ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในด้านการท่องเที่ยว ซึ่งงานวิจัยปริญญาเอก ผมจะ่มุ่งเน้นนักท่องเที่ยว ชาวญี่ปุ่นที่พำนักระยะยาวในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ผมได้ปรับปรุงบางส่วน เพื่อให้เข้ากับการท่องเที่ยว ได้นะครับ และผมเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีตอนนี้ ที่ทาง อปท. น่าจะทำในช่วงไม่มีนักท่องเที่ยว เป็นการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า หากนักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยว จะทำไม่ทัน...
สรุปผลงานศึกษา (บางส่วน)
หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลตำบล ต้อง เตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการท่องเที่ยว รวมทั้งการเตรียมความพร้อมต่อการรองรับปริมาณที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว โดยที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะมีลักษณะที่ไม่เหมือนกับนักท่องเที่ยวโดยทั่วไป คือเป็นนักท่องเที่ยวที่มีอายุมาก (อายุโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 60 ปีขึ้นไป) การเตรียมความพร้อมจะต้องแบ่งออกเป็น 2 มิติ คือ
1.ด้านการท่องเที่ยว หน่วยงานทางด้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องวางแผนในการจัดการแหล่งท่องเที่ยว
1.1. ให้เกิดความสะดวกสบายในการเดินทางเข้าไปในแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ข้อมูลของแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งเส้นทางการเดินทางเป็นภาษาญี่ปุ่น หรือภาษาสากล
1.2. แหล่งเรียนรู้ในแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์
1.3. ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างนักท่องเที่ยวกับชุมชน ในแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมและประเพณีความ
1.4. ต้องมีการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวต่างๆให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ และสวยงาม
1.5. สร้างระบบรักษาความปลอดภัยในการท่องเที่ยว หรือเกิดความไว้วางใจต่อการท่องเที่ยว
1.6. จัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศทางการท่องเที่ยวระดับหน่วยงาน เพื่อเชื่อมโยงกับระบบสารสนเทศการท่องเที่ยวของประเทศ
2.ด้านการอยู่อาศัยระยะยาว หน่วยงานทางด้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องวางแผนในการจัดการด้านที่อยู่อาศัยดังต่อไปนี้
2.1. สถานที่พักอาศัยและสวนสาธารณะ สถานที่พำนักอาศัยควรสามารถเดินทางไปได้สะดวกสามารถเดินทาไปยังโรงพยาบาล ได้สะดวก รวมทั้งสถานที่พักควรมีหรือใกล้กับสวนสาธารณะเพื่อใช้ในการออกกำลังกาย สถานที่พักอาศัยควรมีอุปกรณ์ในการดำรงชีวิตครบ เช่น ห้องครัว ระบบปรับอากาศ ระบบโทรทัศน์ที่สามารถรับชมสถานที่โทรทัศน์จากประเทศญี่ปุ่น ระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เครื่องซักผ้า และอาจจะรวมถึงแม่บ้านด้วย
2.2. สถานที่จำหน่ายวัตถุดิบทำอาหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจะมีการกำกับในเรื่องมาตรฐานของราคาสินค้า พร้อมทั้งคุณภาพของสินค้า โดยเฉพาะ เนื้อ และผักต่างๆ อีกทั้ง ความสะอาดของสถานที่จำหน่ายสินค้า
2.3. ระบบการขนส่งการเดินทาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจัดทำระบบขนส่งมวลชนขึ้นอีกทั้งจัดคู่มือการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้ง การจัดทำราคามาตรฐานและอบรมเรื่องมารยาทในการขับรถของพนักงานขับรถสี่ล้อแดง อีกทั้งรณรงค์การมีวินัยจารจรของประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ในการขับขี่รถในจังหวัดเชียงใหม่
2.4. ระบบสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรส่งเสริมให้สถานีอนามัย โรงพยาบาลที่อยู่ในการดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความสามรถในการให้บริการนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น โดยการอาจจะมีแบบฟอร์ม หรือเจ้าหน้าอาสาสมัครที่สามารถติดต่อสื่อสารภาษาญี่ปุ่นประจำอยู่ในโรงพยาบาล เป็นต้น
2.5. ระบบการให้บริการของภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นความจัดตั้งศูนย์การช่วยเหลือนักท่องเที่ยว หรือการบริการนักท่องเที่ยวแบบครบวงจร (One stop service center) ที่อยู่กระจัดกระจายไปยังส่วนต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่นำมาอยู่ที่เดียวกันเพื่อลดขั้นตอนหรือลดการสับสนของการขอใช้บริการกับหน่วยงานต่างๆ

เห็นด้วยกับบทความข้างต้นอย่างยิ่งค่ะ พอดีเพิ่งไปเที่ยวหัวหินมาค่ะ มีคนต่างชาติร่วมเดินทางโดยรถทัวร์ขากลับเข้ากรุงเทพฯมาด้วย 4 คน ระหว่างทางมีการจอดพักรถที่ร้านของฝากแถวเพชรบุรี เค้าไม่เข้าใจว่าทำไมจึงมีการหยุดรถ ทั้งที่คนขับใช้ไมโครโฟนประกาศบอก (เป็นภาษาไทยเท่านั้น) แล้วคนต่างชาติจะรู้มั้ย ว่าจะพักกี่นาที ควรทำตัวอย่างไร ดิฉันเองจึงยื่นมือช่วยบอกนักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นไป
เมื่อมาถึงสถานีขนส่งสายใต้ ชาวต่างชาติ 2ใน 4 คนนั้น ก็ยืนรอให้ดิฉันลงจากรถเพื่อที่จะให้บอกกับแท็กซี่ว่าจะไป โรงแรมคอนราด ถนนวิทยุ และขอให้ช่วยบอกคนขับด้วยว่าช่วยกดมิเตอร์ด้วยนะ (ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น ทัศนคติต่อแท็กซี่บ้านเราเป็นอย่างไร น่าคิด เพื่อปรับปรุงพัฒนา)
ต่อมาดิฉันเดินไปเจอชาวต่างชาติอีกสองคนยึนเก้ๆกังๆอยู่หน้ารถเมล์ที่จอดอยู่เตรียมออก เหมือนจะคุยกันว่า คันนี้แหละ ไปชัวร์ เพราะเป็นรถเมล์คันเดียวที่มีป้ายบอกว่าผ่านที่ไหนบ้าง คันอื่นๆ ไทยล้วน (แล้วอย่างนี้จะให้คนต่างชาติอยากมาเที่ยวอีกได้อย่างไร) ดิฉันก็เลยถามกระเป๋ารถเมล์ให้ว่าคันไหนจะออก แล้วก็บอกให้เค้าไปขึ้นคันนั้น เพราะขืนเค้าขึ้นไปคันนั้น คงรอไปนานค่ะ
ดิฉันว่าผู้ดูแลในเรื่องการท่องเที่ยวควรพิจารณาปรับสภาพแวดล้อมทั้งหมดให้เหมาะสมและเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยากมาเที่ยวประเทศไทย โดยต้องไม่ยกเว้นแม้แต่ระบบขนส่งมวลชนใดๆ เลย
อยากให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบได้อ่านบทความของคุณจังเลยค่ะ