ในการพัฒนาจริยศึกษาในสถานศึกษา มีหลักการที่ควรคำนึงอยู่ 4 ประการคือ
1. การพัฒนาการศึกษาจะให้ได้ผลต้องพัฒนาทั้งระบบคือทั้งระบบการศึกษาทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียนการสอนวิชาศีลธรรมในหลักสูตรในห้องเรียนอย่างเดียวไม่เป็นการเพียงพอจะต้องมีการดูแลแนะนำเอาใจใส่นักเรียนภายในห้องเรียนและนอกห้องเรียนด้วยองค์ประกอบที่สำคัญทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษาที่จะต้องพัฒนาควบคู่กันไปกับการอบรมสั่งสอนศีลธรรมและจริยธรรมแก่นักเรียนนั้นมีดังนี้
1.1 บุคลากรในสถานศึกษาได้แก่ หัวหน้าสถานศึกษา ผู้บริหารทุกระดับ ครูอาจารย์ทุกคน คนงานภารโรงเจ้าหน้าที่พนักงานทุกแผนกการ นักเรียน นักศึกษา ตลอดทั้งบุคคลผู้เข้ามาประกอบกิจการอื่นภายในสถานศึกษา เช่น คนขายอาหารในสถานศึกษาเป็นต้นบุคคลเหล่านี้จะต้องร่วมมือในการพัฒนาจริยศึกษาของสถานศึกษาด้วย
1.2 การบริหารงานของสถานศึกษาในทุกเรื่องจะต้องดำเนินการไปตามวิธีการเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาจริยศึกษาของสถานศึกษา
1.3 สภาพแวดล้อมในสถานศึกษาได้แก่ บริเวณอาคารสถานที่ สภาพทั้งภายในภายนอกอาคาร จะต้องได้รับการเอาใจใส่ดูแลรักษา ปรับปรุงให้สะอาด เรียบร้อย ไม่มีสภาพเสื่อมโทรม
1.4 การมนุษย์สัมพันธ์และการประชาสัมพันธ์ทั้งภายในสถานศึกษาและกับภายนอกสถานศึกษาจะต้องเป็นไปด้วยดี มีอะไร ทำอะไร จัดอะไรทุกคนทุกฝ่ายจะต้องทราบและเข้าใจเห็นพร้อมต้องกันโดยตลอดเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งความเป็นมิตรความอบอุ่นใจทำให้สุขภาพจิตของทุกคนที่เกี่ยวข้องสมบูรณ์และสุขสบาย
1.5 การบริการและสวัสดิการในสถานศึกษาต้องเพียงพอและพอดีกับปริมาณและความจำเป็นของคนในสถานศึกษา เช่น ห้องน้ำ ห้องส้วมน้ำดื่มสาธารณะ ที่รับประทานอาหาร ห้องพยาบาล ตลอดจนบริการเกี่ยวกับการศึกษา เช่นแผนกทะเบียน ห้องสมุด ที่เล่นกีฬา ที่พักผ่อน
1.6 กิจกรรมของนักเรียนมีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมของนักเรียนเป็นอันมากกิจกรรมที่จัดให้นักเรียนหรือนักเรียนจัดขึ้นควรมุ่งเพื่อประโยชน์ของการศึกษาสอดแทรกวิธีการของจริยศึกษาและขจัดสิ่งที่จะนำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่ดีไม่งามให้หมดไปด้วย
1.7 การสอนจริยศึกษาในแขนงวิชาของจริยศึกษาโดยตรงครูอาจารย์ผู้สอนควรปรับปรุงตนเองให้มีคุณสมบัติส่วนตัวเหมาะสมมีความรู้ความสามารถในเนื้อหาวิชาที่สอนมีกลวิธีสอนที่ทำให้นักเรียนสนใจจัดทำจัดหาและใช้อุปกรณ์การสอนที่เหมาะสมจัดกิจกรรมร่วมหลักสูตรในวิชาที่สอน
1.8 การสอดแทรกจริยศึกษาในการสอนวิชาอื่นในการสอนทุกวิชาทุกหลักสูตรทุกชั้นสามารถสอดแทรกจริยศึกษาได้ทั้งสิ้น การสอดแทรกจริยศึกษาในการสอนวิชาอื่น ๆอาจทำได้หลายวิธีในเวลาเดียวกัน เช่น กริยาวาจาของครู – อาจารย์ผู้สอนการจัดระบบระเบียบเนื้อหาวิชาที่สอนการสรุปความรู้ทักษะและประสบการณ์ของแต่ละบทเรียน ฯลฯ สำคัญอยู่ที่ครู – อาจารย์ทุกท่านทุกวิชาจะต้องระลึกอยู่ในใจตลอดเวลาสอนว่าจะต้องให้นักเรียนนักศึกษาได้รับหรือได้ฝึกหัดอบรมในด้านคุณธรรมและจริยธรรมไปพร้อมกับความรู้ทักษะและประสบการณ์จากบทเรียนนั้นๆ
1.9 สิ่งแวดล้อมภายนอกโรงเรียนรวมถึงผู้บังคับบัญชาและผู้บริหารระดับเหนือของสถานศึกษาผู้ปกครองหรือผู้บริหารบ้านเมืองประชาชนในสังคมสถาบันสังคมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดหรือติดต่อกับสถาบันศึกษา เช่น วัด พระสงฆ์สื่อมวลชนตลอดจนบ้านและญาติของนักเรียนนักศึกษาในสถานศึกษานั้นต่างเป็นปัจจัยที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาจริยศึกษาแและในขณะเดียวกันก็อาจเป็นอุปสรรคในการพัฒนาจริยศึกษาของสถาบันศึกษานั้นได้
2. การพัฒนาจริยศึกษาต้องถือหลักการป้องกันดีกว่าการแก้ไขจริยศึกษามิได้หมายถึงแต่เพียงการสอนศีลธรรมจรรยาอย่างเดียว แต่หมายถึงการพัฒนาความรู้ความเข้าใจเรื่องคุณธรรมจริยธรรมการพัฒนาบุคลิกภาพที่ดีงามการสร้างเจตคติและพฤติกรรมที่มีคุณค่าของบุคคลด้วย ดังนั้นจึงควรใช้วิธีการดังต่อไปนี้ ป้องกันพฤติกรรมที่ไม่สมควรของนักเรียนและเป็นการฝึกหัดอบรมคุณธรรมและจริยธรรมไปในตัวด้วย คือ
2.1 การให้คำแนะนำอย่างสม่ำเสมอทั้งเป็นส่วนบุคคลและเป็นกลุ่มครูอาจารย์ต้องเป็นผู้แนะนำแนวทางชีวิตที่ดีงามให้แก่นักเรียนนักศึกษาประพฤติปฏิบัติตนเป็นอย่างดี เป็นเหมือนเครื่องนำทางและสร้างความสัมพันธ์กับนักเรียนนักศึกษาชนิดที่ทำให้นักเรียนนักศึกษาอยากจะมาขอคำปรึกษาหรือขอคำแนะนำในเรื่องต่าง ๆที่เกี่ยวกับบุคคลทุกโอกาส
2.2 การดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิดของครูอาจารย์ต้องรู้จักนักเรียนนักศึกษาของตนเอาใจใส่ใกล้ชิดเหมือนญาติผู้ใหญ่ที่คอยเอาใจใส่ลูกหลานของตนสร้างความสัมพันธ์ทางใจระหว่างครูอาจารย์กับศิษย์ให้เอื้ออาทรถึงกันมีอะไรที่ไม่ดีไม่งามก็จะได้จัดการป้องกันแก้ไขเสียก่อนที่จะเกิดความเคยชินในสิ่งที่ไม่ดีไม่งามนั้นในตัวนักเรียนนักศึกษา
2.3 การดูและจัดสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาให้มีบรรยากาศที่ชักนำไปในทางที่ดีงามขจัดสิ่งที่จะชักนำไปในทางที่จะเสียหายให้หมดไป เช่น บุคคลที่ไม่เหมาะสมนักเรียนนักศึกษาที่ประพฤติตัวไม่ดี บริเวณอาคารสถานที่ ที่สกปรกรกรุงรังแหล่งอบายมุขต่าง ๆ
2.4 การอบรมให้นักเรียนมีวิจารณญาณสามารถตัดสินใจเลือกวิถีทางปฏิบัติต่าง ๆอันถูกต้องด้วยตนเองตามวัยชั้นและระดับการศึกษาในสถานศึกษานั้นควรมีการยกย่องผู้ที่ทำคุณงามความดีให้ปรากฏตักเตือนว่ากล่าวแก่ผู้ที่กระทำตัวไม่เหมาะสมและแนะนำให้ปรับตัวให้ดีขึ้นทั้งการยกย่องชมเชยและตักเตือนต้องกระทำโดยไม่มีอคติ
2.5 การปลูกฝั่งอบรมนักเรียนแต่ละคนให้มีอุดมคติของชีวิตโดยการเล่าเรื่องหรือให้อ่านเรื่องราวชีวประวัติของผู้ที่ทำคุณประโยชน์แก่สังคมและบ้านเมืองในด้านต่างๆให้นักเรียนนักศึกษาได้เลือกเป็นตัวอย่างตามแรงบันดาลใจของตัวเอง
2.6 การตั้งครูอาจารย์คอยดูแลตรวจตราสังเกตและแนะนำความประพฤติของนักเรียนทำนองครูผู้ปกครองหรือคณะกรรมการความประพฤตินักเรียนควรทำในระดับมัธยมศึกษาขึ้นไปและในสถานศึกษานั้นไม่มีระบบครูประจำชั้นหรือมีแต่ไม่ทำหน้าที่แบบนั้นครูอาจารย์ หรือคณะกรรมการดังกล่าวควรทำงานจริงจังแม้พบเห็นความไม่เรียบร้อยซึ่งเป็นกรณีเล็กน้อยก็ต้องแนะนำว่ากล่าวตักเตือนหรือกรณีร้ายแรงก็ต้องแนะนำตักเตือนว่ากล่าวดำเนินการเสนอผู้บริหารสถานศึกษา แก้ไขอย่ามีอคติและครูอาจารย์หรือคณะกรรมการนี้ควรได้พบปะกับฝ่ายปกครองหรือฝ่ายบริหารสถานศึกษาอย่างสม่ำเสมอตลอดปีการศึกษาเพื่อรายงานเหตุการณ์การเป็นไปทางด้านจริยธรรมของนักเรียนนักศึกษาและปรึกษาหารือแก้ไขหรือวางโครงการพัฒนาจริยศึกษาให้เหมาะสมตามลำดับไป
2.7 ความร่วมมือกับผู้ปกครองนักเรียนเป็นเรื่องที่สำคัญการที่ครูอาจารย์หรือทางสถานศึกษาได้ติดต่อกับผู้ปกครองอย่างใกล้ชิดให้บิดามารดาผู้ปกครองได้ทราบความดีหรือความบกพร่องของเด็กของตนทุกระยะเป็นการป้องกันความเข้าใจผิด ไปส่งเสริมเด็กในทางที่ผิดและความร่วมมือในการอบรมสั่งสอนนักเรียน นักศึกษาให้มีคุณธรรมและจริยธรรมที่พึ่งประสงค์ได้เป็นอย่างดี
2.8 ความร่วมมือระหว่างครูอาจารย์ต่างสถาบันกันเป็นเรื่องสำคัญมากโดยเฉพาะสถานศึกษาระดับสูง ซึ่งอยู่ในท้องถิ่นเดียวกัน เช่นโรงเรียนมัธยมของรัฐบาลกับโรงเรียนของราษฎร์ในท้องที่เดียวกันมักจะมีเหตุการณ์นักเรียน นักศึกษาทะเลาะวิวาทกัน ถ้าครูอาจารย์ของคู่กรณีรู้จักสนิทสนมให้ความร่วมมือกันในการปกครองดูแลนักเรียนนักศึกษาในด้านต่าง ๆเหตุการณ์นี้ไม่สมควรดังกล่าวก็จะไม่เกิดขึ้นหรือแม้จะเกิดขึ้นก็ระงับป้องกันการรุกรามเป็นเรื่องใหญ่โตได้ง่าย
2.9 การศึกษาวิจัยปัญหาจริยศึกษาของนักเรียนโดยใช้หลักทางวิชาการวิเคราะห์หาสาเหตุและหาทางแก้ไข เป็นแนวทางการแก้ไขในระยะยาวและอาจจะเป็นการป้องกันและแก้ไขที่ถูกจุดได้ทางหนึ่งด้วย
3. การพัฒนาจริยศึกษาควรถือหลักส่งเสริมคุณลักษณะที่ดีงามและห้ามปรามแก้ไขลักษณะที่ไม่พึงประสงค์คุณลักษณะของคนไทยที่สมควรปลูกฝั่งให้ถึงพร้อมในสถานการณ์ปัจจุบัน 10 ประการซึ่งเป็นคุณธรรมที่สรุปมาจากความมุ่งหมายของการศึกษาในแผนการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช 2520 เป็นคุณธรรมที่ควรส่งเสริมและพึงห้ามปรามแก้ไขลักษณะที่ตรงข้ามกับคุณลักษณะ 10 ประการ นี้ ดังนี้
3.1 ความมีระเบียบลักษณะที่ควรแก้ไขมีการไม่ตรงต่อเวลา การถือว่างานเป็นของเล่นความมักง่ายไม่เรียบร้อย คตินิยมที่ว่า อะไรก็ ไม่เป็นไร การขอผ่อนผันอลุ่มอล่วยการไม่ยึดมั่นในกติกา การชอบมีอภิสิทธิ์
3.2 ความซื่อสัตย์สุจริตลักษณะที่ควรแก้ไขได้แก่ การชอบเอาเปรียบคดโกงการชอบใช้อิทธิพลและอภิสิทธิ์ในกรณีต่าง ๆ การปลอมแปลงต่าง ๆ การหลอกลวงในรูปต่าง ๆการพูดปด
3.3 ความขยัน ความประหยัดการยึดมั่นในสัมมาชีพลักษณะที่ควรแก้ไขได้แก่ ความเฉื่อยชาการผลัดวันประกันพรุ่ง ความฟุ่มเฟือย การฟุ้งเฟ้อ การอยากมีอยากได้ในสิ่งต่าง ๆโดยขาดการประมาณตน การหมกมุ่นในอบายมุขต่าง ๆ การประกอบอาชีพที่ไม่สุจริตความเกียจคร้าน การไม่มีคุณธรรมในการประกอบอาชีพ
3.4 ความสำนึกในหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติลักษณะที่ควรแก้ไขปรับปรุง ได้แก่การไม่รู้จักฐานะหน้าที่และความรับผิดชอบของตน เช่น หน้าที่บุตร หน้าที่ของนักเรียนหน้าที่พลเมืองดีการเห็นประโยชน์ตนมากกว่าประโยชน์ส่วนรวมไม่ช่วยป้องกันรักษาสาธารณสมบัติการวางเฉยไม่กระตือรือร้นในการรักษาความยุติธรรมในสังคม ฯลฯ
3.5 การส่งเสริมความคิดริเริ่มการรู้จักสร้างสรรค์ และการมีเหตุผลลักษณะที่ควรแก้ไข ได้แก่ การเชื่อโชคลางการหลงไหลไปตามการโฆษณา การตื่นข่าวลือ การเอาแบบอย่างจากต่างชาติในทางที่ไม่ดีงามการทำอะไรอย่างไม่มีจุดหมาย สักแต่ว่าทำอย่างที่เคยทำกันมาการไม่รู้จักคิดเหตุผลในการกระทำหรือการแสดงออกต่าง ๆ ฯลฯ
3.6 ความกระตือรือร้นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยความรักและเทิดทูนชาติศาสนาพระกษัตริย์ลักษณะที่ควรแก้ไขได้แก่ความเกรงกลัวผู้มีอิทธิพลที่เลวความไม่เอาธุระกับการกระทำที่ไม่ดีไม่งามในสังคมการลุ่มหลงในอามิสสินจ้างให้กระทำในสิ่งที่ไม่สมควรหรือให้งดเว้นการกระทำในสิ่งที่ควรความเชื่องมงายในพิธีกรรมหรือแบบอย่างที่กะพี้ของศาสนาการไม่แสดงความคิดเห็นในทางสร้างสรรค์ การไม่สนใจในเรื่องการปกครองของประเทศฯลฯ
3.7 การมีพลานามัยที่สมบูรณ์ทั้งทางกายและทางใจลักษณะที่ควรแก้ไข คือ การไม่รู้จักรักษาความสะอาดความมักง่ายการตามใจปากท้องของตน ความนิยมที่ผิด ๆการไม่รู้จักการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์การหลงงมงายในอบายมุขความนิยมหาความสำราญในแหล่งเริงรมย์ต่าง ๆการเปลี่ยนความมุ่งหมายของการกีฬาไปในด้านการพนันความโลภในลาภอันไม่ควรมีควรได้การไม่รู้จักประมาณตน ฯลฯ
3.8 พึ่งตนเองและมีอุดมคติลักษณะที่ควรแก้ไขได้แก่ การชอบขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นความไม่มีความมั่นใจในความสามารถของตนเอง การเสี่ยงโชค การเห็นประโยชน์เฉพาะหน้าความฟุ้มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย การปล่อยตัวตามยถากรรม ความลุ่มหลงในค่านิยมที่ผ
