บันทึกนี้เป็นบันทึกที่อยู่ระหว่างบันทึกแรก กับบันทึกที่ 2
บันทึกแห่งความเศร้าในการทำงานเป็นวิศวกรหญิง
ทำไมเหรอ
ลิขิตโดยใคร หรือใครลิขิต
ต่อไปนี้เป็นการบ่นนะค่ะ ถ้าไม่กลัวเครียดก็ลองอ่าน ถ้าไม่อยากเครียดก็อย่าอ่าน
ทำงานมา ตอนนี้ก็เข้าปีที่ 9 แล้ว ที่แผนกเข้างานมาพร้อมกัน 3 คน น้องๆวิศวกรที่เข้ามาทีหลังที่อยู่แผนกอื่นๆ เจริญรุ่งเรืองกันหมดแล้ว เหลือเรา 3 คน และโอกาศนั้นก็มาถึง เราทั้ง 3 คนได้รับการเสนอชื่อเพื่อปรับตำแหน่ง
อีก 5 วัน ประกาศจะออก(ข่าววงใน)
ต้องเดินทางไปสำนักงานใหญ่ เพื่อขออนุมัติการเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศ หัวหน้าก็แสดงความยินดีด้วย "ได้ไปต่างประเทศ แถมยังได้ปรับตำแหน่งอีก ถูกหวย 2 เด้งเลยนะ" เราก็ยิ้ม ก็ดีใจเนอะ วิศวกรสาวแก่ ได้รับการโปรโมทสักที
อีก 3 วันก่อนประกาศจะออก
หัวหน้าเรียกเรา 3 คนเข้าไปพบ
เห็นอะไรไหม หัวหน้ายิ้ม พร้อมหยิบหนังสือหน้าปกรูปพระพุทธรูป เอ้อ ยังไงอยู่เนอะ
หัวหน้า : เรียกพี่..เข้ามาสิ
เบญ : ค่ะ
หัวหน้า : ตามที่พี่เคยบอกเรื่องปรับตำแหน่งที่พี่เสนอพวกเราทั้ง 3 คน ตอนนี้ประกาศจะออกแล้วแต่พี่มีเรื่องจะบอก ที่พี่ขอไป 3 ตำแหน่ง ได้แค่ 2 นะ อึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เบญคิด : zzzzzzzzzzzzzzzzz
หัวหน้า : พี่พยายามแล้ว บอกหัวหน้า หัวหน้า และหัวหน้า........ หลายหัวหน้ามาก สุดท้ายหัวหน้าใหญ่ก็เซ็นต์ แต่.......................บุคคลตัด แผนกบุคคลตัดออก 1................ทำไม ทำไม..........บอกหน่อยสิ
เบญคิด : แล้วไงละ.....
นั่งอึงทั่ง3หนอ มองหน้ากัน ทำไงดี ใครได้ ใครไม่ได้
เบญคิด : ปีที่ผ่านมาดันป่วยไป 2 รอบ ลาไปประมาณ 7 วันคะแนนหายไป 7 แต้ม เมื่อเทียบกับ คนอื่นๆ ถ้าพิจารณา Attendant น้อยสุดชัวร์
ทำไงละทีนี้
หัวหน้า : พี่คุยกับบุคคลแล้ว มีอยู่ 2 ทาง ปรับ 2 กับไม่ปรับเลย พี่ก็เห็นว่า เอา 2 ดีกว่าไม่ได้
หัวหน้า : พี่มีทางเลือกให้ 3 ทาง
1. จับฉลาก
2. ปรับ 2 คน เงินที่ได้ปรับ แบ่ง 3 คนไปเรื่อยๆ จนกว่าอีกคนจะได้ปรับ
ปล. ที่สำคัญคือ การปรับครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่การปรับตำแหน่งจะมีค่าตำแหน่ง หลังจากนี้จะเข้าระบบกระบอกเงินเดือน ปรับเป็น % ตามกระบอก แล้วเสนอผลงานเพื่อปรับ level เอง (เหมือนข้าราชการ)
3. ให้พี่เลือก
มีความเห็นอย่างไรบ้าง
โฮ้ ใครจะพูดอะไรออกละ อึงๆๆๆๆ งงๆๆๆๆ แล้วเราละ ทำงานมาตั้ง 8 ปี เสียที่ป่วย แล้วไง ป่วยๆๆๆๆๆ
ผิดด้วยหรือ เราดูแล plant ตั้ง 2 plant แล้วไง ไม่เห็นความสำคัญ แล้วไงต่อ ทำไงละ ไม่มีอะไรพูด
น้ำตาเริ่มซึมๆๆแล้วมันก็หยด......
หัวหน้า : ร้องออกมาเลย พี่รู้เรื่องมา 2 วันแล้ว พี่ก็ร้องแล้ว
เบญคิด : รุ้มา 2วัน แล้วไง วันนั้นยังบอกเราอยู่เลย
หัวหน้าเรียกเดี่ยวมาว่าต่อ
ทำดี ย่อมได้ดี ทำดีต่อไป
สักวันจะได้รับผลตอบแทนค่ะ
ขอบคุณค่ะคุณแก้ว
กลับมาเล่าต่อ
หลังจากที่เราร้องไห้ และเพื่อนเราก็ร้องไห้ไป 1 ยก ก็เลยบอกหัวหน้าไปว่า ขอเวลาสักหน่อย แล้วจะให้คำตอบว่าพวกเราทั้ง 3 จะเลือกอย่างไร
วันนี้เวลาผ่านไปช้ามาก กว่าเข็มนาฬิกาจะขยับแต่ละวินาทีช่างนานเหลือเกิน เมื่อมันผ่านไป ผ่านไป ... ถึงเวลาพักเที่ยง
ซึ่งโดยปกติเวลานี้เป็นเวลาที่สุขสันต์ของพวกเรา เราจะหม่ำข้าวที่ office แล้วก็นอนค่ะแต่วันนี้คุณนายเบญ กินไม่ได้ นอนก็ไม่ได้ แถมพี่ๆใน office ยังมาช่วย comment การตัดสินใจให้กับพวกเรา โดยเฉพาะ ทางเลือกที่ 2 เอารายได้ที่เพิ่มขึ้นมารวมกันแล้วหาร 3
เขาก็คุยเข้าหูเรา
พี่ 1 - ถ้าเอารายได้มาหาร 3 แล้วคนที่ได้ปรับจะยอมหรือ ยอมแล้วจะต้องให้เท่าไร
พี่ 2 - ให้เท่าไรคนไม่ได้ปรับก็ต้องยอม เพราะตัวเองไม่ได้ปรับ แล้วคนได้ปรับก็ต้องเสียภาษี คนไม่ได้ปรับได้เงินไปฟรีๆ ไม่ได้เสียอะไร
น้อง 1 - ใช่ แล้วคนที่ได้ปรับต้องทำงานมากกว่าคนที่ไม่ได้ปรับ เสียเปรียบแย่ ถ้าเป็นน้องคนไม่ยอม
เบญคิด - มันกันเหลือเกินนะ นั่งอยู่ตรงนี้เห็นบางหรือเปล่า
พี่ 1 - แล้วไหนจะโบนัส กองทุนสำรอง และเงินปรับประจำปีอีก โอ๊ย เยอะแยะ โบนัสที่ได้ต้องแบ่งเท่าไร ไอ้โน้น ไอ้นี้ ....
แล้วเขาก็เม้าส์กันอย่างมันปาก ในขณะที่เรา...........นั่งอยู่
แล้วพวกเรา 3 คนก็ตัดสินใจว่า ตอนบ่อยจะขอเข้าพบหัวหน้าอีกครั้งพร้อมความมุ่งมั่นว่า คงไม่มีอะไรที่จะเสียไปกว่านี้แล้ว ลองคุยสิว่า มีทางเป็นไปได้ไหมว่าจะเปลี่ยนจาก 2 เป็น 3
ถึงเวลา หัวหน้ามา แล้วก็ออกไปประชุม พร้อมกับ 1 ใน 3 ของพวกเรา อีก 2 คนรอๆๆๆๆจนกระทั่งที่เราวิ่งหนี blog ไป
ออกมาแล้ว เราพอยิ้มออกนิดหนึ่งแต่ทั้งหัวใจตอนนี้น้ำมันท่วมอยู่ ไม่รู้เหมือนกันเนอะว่าจะมีใครเคยมีความรู้สึกเช่นพวกเรามาก่อนหรือเปล่า
เหตุการณ์ในการคุย
มีแขกรับเชิญ 1 ท่าน หัวหน้าแผนก บุคคล
คุยกันอยู่นาน สรุปเลยแล้วกันเนอะ ดึกแล้ว พรุ่งนี้ต้องไปทำงานอีก
สรุปว่า วันจันทร์พวกเรายังมีเวลาหายใจอีก 4 ชั่วโมงในการไปคุยกับพวกหัวหัวของเราให้เขาพยายามช่วยพวกเราอีกที โดยมีหัวหน้าแผนกและรองหัวหน้าแผนกไปเป็นเพื้อนเรา พี่ๆ เขาน่ารักดี ช่วยเหลือพวกเรา เขาก็คงรู้เนอะว่าพวกเรารู้สึกอย่างไร
เพื่อนๆ มาลองลุ้นกันเนอะ ว่าวันจันทร์ ผลจะออกมาเป็นอย่างไร
......................................
ชีวิตนี้ใครลิขิต
ลิขิตให้เราเกิดมา
เกิดมาเพื่อเรียนรู้ และทำงาน
ทำงานเพื่อเลี้ยงตัวเองและคนที่เรารัก
เรารักงาน รักเพื่อนร่วมงาน รักโรงงาน
โรงงานทำอะไรให้เราบ้างนอกจากความเสียใจ
เสียใจที่แทบไม่ได้เกิดจากเราลิขิต
ลิขิตชีวิตโดยใคร
ใครจะลิขิตชีวิตเราต่อไป
ต่อไปขอให้เส้นลิขิตของเราเดินไปได้อย่างสวยงานไม่ติดขัด
..........................................
อยู่มานานองค์กรไม่มีใครลาออก
ทางบริษัทถือว่าองค์กรคงอยู่ได้โดยไม่ต้องปรับตำแหน่งให้
ก็อยู่กันได้นิ ไม่เห็นออกไปไหนเลย
อยู่มานานองค์กรมีคนลาออกเยอะ
ทางบริษัทถือว่าองค์กรนี้ต้องรักษาคนให้อยู่
ต้องปรับให้เด็กที่ขึ้นมาแทนคนเก่าต้องโตขึ้น
เพราะต้องการให้เด็กอยู่กับองค์กรนานๆ
..............มันถูกแล้ว..............หรือ..
รักองค์กร อยู่นาน เป็นความผิด
เบื่อองค์กร อยู่ไม่นาน เป็นข้อดี ได้ปรับตำแหน่ง
ฉะนั้น....ต้องลาออกกันเยอะๆๆๆๆ แล้วเด็กๆจะได้โตไวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
สุดยอด..................
ว่าไหม.........
ชีวิตลิขิตโดยใคร............ช่วยบอกที