ผมเองสนใจคำสอน เรื่องเต๋า ตั้งแต่ได้อ่านหนังสือที่พูดถึงท่านเล่าจื้อ และท่านจวงจื้อ เมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนระยะหลังๆ ตั้งแต่มาศึกษา คัมภีร์เต้าเต๋อจิง ก็ยิ่งได้รับความกระจ่างในเรื่องต่างๆ มากยิ่งขึ้น

         มีบางที่เชิญให้ผมไปนำการพูดคุยกับกลุ่มที่สนใจในคัมภีร์เต้าเต๋อจิง ก่อนจะพูดทุกครั้งผมมักจะเกริ่นนำเพื่อ เตือนสติ ผู้ที่อยู่ในกลุ่มที่กำลังจะพูดคุยเรื่องนี้ว่า . . . เท่าที่ผ่านมา ผมพบว่าเวทีลักษณะนี้ สิ่งที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นก็คือ . . . ถ้าไม่ แตกฉาน ก็มักจะเกิดการ แตกแยก ซะเป็นส่วนใหญ่

         ผมหมายถึงการแตกแยกทางความคิดนะครับ เพราะคนเรามีสิทธิ์ที่จะคิด หรือตีความคัมภีร์แตกต่างกันไป ส่วนใหญ่ผมพบว่า . . . ผู้ที่เข้ามาร่วมวงหลายท่านนั้นไม่ได้ตั้งใจมาฟัง การตีความของผมเพราะถ้าท่านสนใจในเรื่องการตีความของผม ประเด็นที่พูดคุยน่าจะออกมาในทำนองที่ว่า . . . ทำไมผมจึงตีความเช่นนั้น? มากกว่าที่จะเอาแต่คิดหรือพูดขัดแย้งตลอดเวลา

         ผมไม่ได้บอกว่าสิ่งที่ท่านคิดนั้นผิด ผมเพียงแต่รู้สึกเสียดายเวลา (ของท่านและของผม) เพราะผมเข้าใจว่าที่ท่านเชิญผมมาก็เพราะว่าต้องการจะศึกษาประสบการณ์และการตีความของผม . . . มิใช่หรือ? หรือว่าผมผิดเองที่ดันไปรับพูดเรื่องที่เกี่ยวกับคัมภีร์ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจดีว่า . . . คัมภีร์มีไว้เพื่อให้ลองใช้ลองปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดในตัวเอง ไม่ใช่เอาไว้เพื่อใช้พูดคุย ถกเถียง หรือตั้งวง Discussion กันให้เสียเวลา!!