การจัดการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้(5E)

 การพัฒนาชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับระดับประถมศึกษาปีที่ 6  โดยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้(5E)

 โดย นายทูน  ภาษีธรรม  ครูชำนาญการ  โรงเรียนวัดใหม่ช่องลม

                ในการวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์  สำหรับระดับประถมศึกษาปีที่ 6  โดยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)  และเปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจเรื่องโครงงานวิทยาศาสตร์  ของนักเรียนก่อนเรียนและหลังการเรียน ด้วยชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์  สำหรับระดับประถมศึกษาปีที่ 6  โดยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)

ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2550 โรงเรียนวัดใหม่ช่องลม    สังกัดสำนักงานเขตห้วยขวาง  กรุงเทพมหานคร  จำนวน  2  ห้องเรียน  นักเรียนทั้งหมด  68  คน 

                กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่6 ของโรงเรียนวัดใหม่ช่องลมสังกัดสำนักงานเขตห้วยขวาง  กรุงเทพมหานคร  ภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา 2550  จำนวน 1ห้องเรียน คือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2 จำนวน  35 คน  ซึ่งได้จากการสุ่มแบบกลุ่ม (  Cluster Random Sampling ) จากนักเรียนทั้งหมด  2  ห้องเรียน

                การวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยได้กำหนดเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย  ได้แก่  ชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์  สำหรับระดับประถมศึกษาปีที่ 6  โดยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)  ประกอบด้วย  ชุดกิจกรรม  3 เล่ม  แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)  จำนวน 20 ชั่วโมง  และแบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจเรื่องโครงงานวิทยาศาสตร์ เป็นข้อสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ  4  ตัวเลือก  จำนวน  30  ข้อ    ซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการวิจัยครั้งนี้และผ่านการหาความเที่ยงตรงจากผู้เชี่ยวชาญ  มีค่าความยากง่าย ( p) ตั้งแต่ 0.28  ถึง  0.78  ค่าอำนาจจำแนก ( r ) ตั้งแต่  0.25  ถึง  0.68  และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ  0.89 

การวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิจัยดังต่อไปนี้  ผู้วิจัยดำเนินการทดสอบก่อนเรียน          ( Pretest )  กับนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง  ด้วยแบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจเรื่องโครงงานวิทยาศาสตร์  ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นและหาค่าความเชื่อมั่นแล้ว  โดยใช้เวลา  1  ชั่วโมง ดำเนินการสอน ด้วยชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับระดับประถมศึกษาปีที่ 6  โดยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)    ในเวลาเรียนตามปกติ  จำนวน  20  ชั่วโมง   เมื่อสอนครบตามแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว  ให้กลุ่มตัวอย่างทดสอบหลังเรียน ( Posttest ) โดยใช้แบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจ  เรื่องโครงงานวิทยาศาสตร์   โดยใช้เวลา  1  ชั่วโมง  นำคะแนนที่ได้จากการทดสอบ  ทั้งก่อนเรียนและหลังเรียน   มาเปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจเรื่องโครงงานวิทยาศาสตร์  ที่สอนโดยการใช้ ชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับระดับประถมศึกษาปีที่ 6  โดยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)

         ผลการทดลอง  การใช้ ชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับระดับประถมศึกษาปีที่ 6  โดยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)  มีประสิทธิภาพกระบวนการ ( E1 )  เท่ากับ  80.56 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80  แต่ไม่เกิน  2.5  และมีประสิทธิภาพผลลัพธ์ ( E2 )  เท่ากับ  80.69  ซึ่งสูงกว่าเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้  แต่ไม่เกิน  2.5  ดังนั้นสรุปได้ว่า  ชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับระดับประถมศึกษาปีที่ 6  โดยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)  มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน  80 / 80  ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้   ผลจากการวัดความรู้ความเข้าใจเรื่องโครงงานวิทยาศาสตร์  พบว่าค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้ความเข้าใจเรื่องโครงงานวิทยาศาสตร์   ของกลุ่มตัวอย่างที่สอน  โดยใช้ชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับระดับประถมศึกษาปีที่ 6  โดยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)  คะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน  แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  โดยที่คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของกลุ่มตัวอย่างที่สอนโดยใช้ชุดกิจกรรมโครงงานวิทยาศาสตร์ สำหรับระดับประถมศึกษาปีที่  6  โดยวิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)    หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน มีค่าเฉลี่ยของคะแนนวัดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงงานวิทยาศาสตร์  ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน  โดยคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ  24.67  และก่อนเรียนเท่ากับ  10.94