เป็นทริปที่ไปกับเพื่อนๆก่อนจะจบการฝึกงานครับ บรรยากาศเก่าก็ยังคงเป็นภาพที่ติดอยู่ในหัวใจไม่รู้ลืมไปได้เลยครับ

นี่เลย ร้านอาหารมื้อแรกที่เชียงราย ขนมจีนน้ำเงี้ยว ป้าสุข

หน้าตาเป็นงี้เอง อร่อยเหมือนกัน



เห็นมีเมนูข้าวกั้นจิ้น คือไรไม่รู้ อย่างงี้ต้องลอง แต่เหลือแค่ จานเดียว จานเดียวก็เอา

มันคือข้าวคลุกกะเลือดหมูอ่ะ แปลกดี




ก่อนไปภูชี้ฟ้า พวกเราเลยแวะฟาร์มนกกระจอกเทศ ที่วนาฟาร์มกันก่อน



มีนกกระจอกเทศหลายตัวเลยอ่ะ แต่กลิ่นค่อนข้างแรง สักพักก็จะชินไปเอง

มันจะจิกหัวเรามั้ยเนี่ย

วิวภายในฟาร์ม



เป็นหนังของนกกระจอกเทศ เมื่อกี้เห็นเป็นตัว ๆ แล้วในที่สุดก็จะมาเป็นอย่างงี้


ออกจากฟาร์มแล้วเราก็ไปที่พัก ที่ภูชี้ฟ้า เอ๊ะ !!! ไปทางไหนดีเนี่ย ซ้ายหรือว่าขวาดี



ในที่สุดก็มาถึงแล้ว ที่พักสำหรับคืนนี้ของเรา "ภูชี้ฟ้าอินน์"


เอ้า เตรียมขนข้าวของลงจากรถจ้า...ใครน่ะใส่หมวกเท่ห์จริงเลย อิอิ


กะว่าจะถ่ายรูปสักแป๊ป แล้วจะออกไปผาตั้งกันต่อ ระหว่างนั้นก็มีเด็กชาวเขามาถามว่า ชมการแสดงมั้ย เอาเล้ยน้อง ตามสบาย แล้วอยู่ ๆ ฝนก็ตกมาซะนี่ เลยต้องให้น้อง ๆ ไปแสดงในร่มแทน



ส่วนพวกเราหนะหรอ ก็ยืนหลบฝนแม้ที่กำบังจะน้อยนิดก็ตาม เพื่อไม่ให้เสียความตั้งใจของน้อง ๆ

แต่เนื่องจากฝนก็ยังไม่หยุดตก + เริ่มเย็นแล้ว เลยตัดสินใจไม่ไปแล้ว ผาตั้ง อดเลย ไม่เป็นไร มานั่งกินพายจากสวนจริณ ที่พี่โชเฟอร์ซื้อมาให้ ลาบปากพวกเราเลย



อร่อยอย่างนี้จะเหลือหรอ


วันนี้ไม่มีใครมาพักเลย นอกจากกรุ๊ปเรา ฮ่า ๆๆ รีสอร์ทนี้เราครอง



ถ่ายรูปกันมันส์ จนได้เวลาท้องร้องกันแล้วละ เลยไปกินร้านอาหารตามสั่งที่ร้านอุ๋มอิ๋ม สั่งมาหลายอย่างมาก



สุดท้ายก็เหลือเท่านี้อ่ะ



หลังจากอิ่มแล้วก็กลับห้อง ดูทีวี คุยเล่น

วันนี้ตื่นแต่เช้าเลย มีนัดกะเด็กชาวเขาที่จะพาเราขึ้นไปยังภูชี้ฟ้า นัดพวกเราไว้ตี 5 แต่น้องเค้ามาไวมาก ตี 4 ครึ่งก็มาละ พวกเรายังไม่ตื่นกันเลย

ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟันเป็นพอ แล้วก็ออกเดินทางกัน ทางขึ้นค่อนข้างมืดเพราะพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น ต้องใช้ไฟฉายส่อง กลัวลื่นก็กลัว เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมาฝนตก เกือบคะมำอยู่หลายทีละ แต่โชคดีที่เช้านี้ไม่มีฝน..

ในที่สุดก็เดินขึ้นมาถึง ก็พอดี 6 โมงหน่อย ๆ ก็แยกย้ายกันถ่ายรูปอย่างเมามันส์ แบบว่าไม่มีใครแล้วนิ มีแต่กรุ๊ปเราเท่านั้น เลือกเอาได้เลย จะถ่ายมุมไหนตามสบาย เพราะภูนี้เป็นของเรา



มาถ่ายรูปหมู่กันดีกว่า



บนภูอากาศหนาวมั่กๆ เลย ไม่เชื่อดูสิ



เจอแมลงไรก็ไม่รู้ ดูที่ขาเหมือนมีเกร็ดน้ำเกาะอยู่เลยอ่ะ



ไปถ่ายรูปต่อดีกว่า รูปตรูชี้ฟ้า



ถ่ายอีกมุมนึงจะมองเห็นเป็นหัวสิงโต เห็นมั้ย??



เอ้า ทำมิวสิคหน่อย...





อีกด้านนึงเริ่มมองเห็นภูชี้ดาวแล้ว รีบเลย ๆๆ รีบถ่ายรูปเลย

หลังจากที่ถ่ายทุกซอกทุกมุมข้างบนแล้ว ลงไปข้างล่างดีกว่า จะไปดูภูชี้ฟ้าในมุมที่คนนิยมกัน



แค่ว่ารอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ เห็นได้แค่นี้อ่ะ



รอไม่ไหวละ ลงไปข้างล่างดีกว่า...

ลงมาถึงก็เห็นมีเด็ก ๆ เอาของมาขาย เราก็ซื้อโปสการ์ดจากเด็กๆ ไปด้วย



ขอถ่ายรูปคู่กะป้ายซะหน่อย ให้รู้ว่าเรามาถึงแล้ว..


ก่อนจะจากเชียงราย ก็แวะตลาดซื้อของกินซะหน่อย แล้วเก็เจอลูกพลับเยอะแยะเลย มีให้ชิมด้วย หวานอร่อย และก็ไม่แพงเลย ตกลูกละ 5 บาทเอง เลยซื้อกลับมา 2 ถุงเลย

เห็นเก้าอี้ เขียนว่า .... เข้าใจทำดีเนอะ



ระหว่างซื้อกาแฟอยู่นั่น สายตาก็เหลือบไปเห็น...

ตุ๊กตาผู้หญิง แบบว่า....


ข้าวมันไก่ น่ากินมั่กๆๆๆ ลองแล้วอร่อยจริง ๆ ด้วยละ



สั่งหมูสเตะมาด้วย จานนี้ก็อร่อยไม่แพ้กัน




ถึงตลาดแล้ว เอ้า...ซื้อของฝากกันได้เลยจ้า...

จะฝากคนที่บ้าน หรือว่าแฟน กิ๊ก ทั้งหลาย เลือกเอาได้เลย อิอิ มีแต่ของกิน

พวกเรามุ่งหน้าไปยังร้าน วันเพ็ญ เพื่อซื้อหมูยอกะแคปหมู เพราะติดใจจากครั้งที่แล้ว..



ของดองก็มีเยอะแยะให้เลือกเหมือนกัน..



และก็เห็ด ที่ขาดไม่ได้ ต้องซื้อกลับบ้าน เพราะอร่อยมั่กๆๆๆเลย


ถึงบ้านได้อย่างปลอดภัย ช่างเป็นทริปที่น่าประทับใจจริง ๆ

ขอบคุณทุกๆ คน ที่ทำให้ทริปนี้เกิดขี้นและจบลงด้วยความสุข

แล้วพบกันใหม่ทริปหน้าจ้า...

มีเสียงหัวเราะ มีทั้งรอยยิ้มตั้งแยะ และของขวัญ
มีฉันมีเธอมีเขาทุกโมงยาม
มันล้อมชีวิตให้เคล้า ให้ครื้น ให้คึก ให้โครมคราม
แต่ฉันยังถามตัวเองทุกที
มันเหงา มันหงอยบ้างไหมมาใช้ชีวิตแค่ลำพัง มาฝังตัวเองอย่างนี้
ทั้ง ๆ ที่แสงที่สีและเสียงสะท้านด้วยดนตรี
แต่ฉันมันดูเดียวดาย

แต่มีอีกคน ที่เป็นเพื่อนกัน
ทุกๆ วัน ยังคอยเฝ้าตามฉันมา
เหงาเมื่อไหร่ ต้องโผล่มาหา ทักทาย ไม่มีเว้น
ได้พูดได้คุยกอดคอเหมือนเดิม
เหมือนมาเติม ตัวตนที่เราเคยเป็น
เพื่อนคนนี้ ไม่มีใครเห็น
เพราะเขาคือความเงียบงัน

จะฝัน จะฟุ้ง จะฝอย จะรุก จะถอย ก็คนเดียว
จะเหลียว จะเล่น จะเรียน ไม่มีใคร
จะเขียน จะคิด จะครวญ จะเร จะรวน ก็ทำไป
ไม่มีคนไหนมาฉุดมาดึง

ทางโน้นก็แสงทางนั้นก็เสียงและสีอีกกี่สี ชีวิตบางทีจะขาดผึง
จะหันจะเหไปไหน ไม่เห็นสักหนสักแห่งนึง
ที่เขาเข้าใจเราพอ