ชีวิตที่ต้องเลือก
ชีวิตที่ต้องเลือก
กับการแสวงหาสัจธรรม

  Sample Image

สนทนากับ อัล อัค


ผู้ดำเนินรายการ: สำหรับวันนี้ เราจะมาคุยกันเรื่องของชีวิต ชีวิตของมนุษย์ ทุกวันนี้ทุกคนก็ทำมาหากินโดยไม่ตั้งคำถามแล้วว่าชีวิตของมนุษย์คืออะไร ไม่มีคำีถามว่าชีวิตมนุษย์มาจากไหน อยู่ไปทำไม และให้ความหมายกับความตายอย่างไร หรือว่าไม่มีคนสนใจจะถามกันแล้ว

            ผมก็ขอเริ่มต้นคำถามวันนี้ต่ออัลอัค ด้วยการถามว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับสังคมทุกวันนี้ ผู้คนไม่สนใจว่าชีวิตคืออะไรกันแล้วหรือ หรือมันหมดยุคการค้นหาความหมายของชีวิตกันแล้ว     

อัล อัค: สิ่งที่เราเห็นผู้คนทุกวันนี้เป็นอยู่ อยู่ไม่ต้องคิดอะไรนั้น มันแค่หลอกตัวเองเท่านั้นแหละครับ ความจริงแล้วโดยธรรมชาติมนุษย์พยายามจะหาความหมายให้ชีวิตตัวเองตลอดเวลา เพราะว่า.... เอาง่ายๆ มนุษย์แต่ละคนในโลกนี้ มีวันเกิดทั้งนั้น นั่นแสดงว่าไม่มีใครเคยมองเห็นโลกก่อนวันที่ตัวเองเกิด ไม่มีมนุษย์คนใดเคยอยู่วันที่จักรวาลถือกำเนิด พอโตขึ้นมีปัญญาคิดเรื่องเหล่านี้ จะไม่ไห้มึนงงได้ไงว่า ก่อนหน้านี้มันมีอะไรเกิดขึ้น มันมาอย่างไร จะเอาอย่างไร คิดให้ดี เครียดนะ ชีวิตนี้นะ  แต่ที่ผู้คนทุกวันนี้ทำเป็นไม่สนใจเรื่องนี้ เอาสนุกเฉพาะหน้าเข้าว่า

            แล้วก็ยังมีวันตายคอยอยู่อีก เครียดไปใหญ่ ขนาดยังไม่เคยตาย แต่ทุกคนก็ยะเก่นหรือมั่นใจเลยว่า ตัวเองต้องตาย แล้วทำไมต้องตาย ตายหมายความว่าไง มีชีวิตหลังตายไหม คิดๆแล้วชีวิตไม่สนุกเอาเลย

            เพราะฉะนั้นผมว่าผู้คนทุกวันนี้ไม่สนใจปัญหาที่ไขไปสู่สัจธรรมแห่งชีวิต กำลังตกอยู่กับสิ่งลวง ภาพลวงตาครับ เพราะโดยธรรมชาติของมนุษย์แล้วจะสนใจค้นหาคำตอบในเรื่องนี้ เพราะมันคือคำตอบของตัวเขา ชีวิตของเขาเหมือนการเดินทางที่หยุดไม่ได้ สั่งให้ตัวเองมาเกิดก็ไม่ได้ พอเกิดแล้วก็หยุดวันเวลาไม่ได้ เหมือนเรือที่กำลังมุ่งหน้าไปสู่ฝั่งที่ใดสักแห่ง พูดแล้วเริ่มเครียดนะ

ผู้ดำเนินรายการ: มนุษย์คงถูกอะไรสักอย่างลวงชีวิตของเขา ทำให้เขาไม่สนใจเรื่องสำคัญที่สุดขนาดนี้ ไม่คิด ไม่ใคร่ครวญ ไม่พิจารณา ดูแล้วเศร้า หมกมุ่นอยู่กับการแข่งขันในเรื่องวัตถุดุนยา ความร่ำความรวย ชื่อเสียง เกียรติยศ ทำอย่างไรครับ อัล อัคที่จะให้คนกลับมาสนใจคำถามแห่งชีวิตที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่?

อัล อัค: นี่แหละคืองานดะอฺวะฮฺ(การทำงานอิสลาม)ือการเรียกร้องคนให้คิดถึงชีวิตและสรรพสิ่ง ผมประทับใจอย่างที่สุดกับอายะฮฺอัลกุรอานมากมายที่กระตุ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกให้เราคิด คิด กันเรื่องชีวิตและปรากฏการณ์รายล้อมเรา เพราะถ้าไม่คิดเราก็จะไม่มีวันพบกับคำตอบที่แท้จริงของชีวิตได้

            ความจริงแล้วชีวิตมนุษย์เกิดมาท่ามกลางคำถามที่ทุกข์ทรมานที่สุด นั่นคือคำถามที่เกิดขึ้นต่อการมีอยู่ของตัวของเขาเอง อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าชีวิตของเขา? ทำไมชีวิตของเขาต้องมาปรากฏในรูปแบบนี้? เขาไม่มีตัวตนอยู่มิได้หรือ? เมื่อเขามองดูสรรพสิ่งต่างๆรอบตัวเขา อะไรคือความลับของสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้?

Sample Imageผู้ดำเนินรายการ: ชวนให้คิดเรื่องอย่างนี้ก็เครียดใหญ่ซิ บางคนบอกว่ามันไม่ได้ทำให้มีกิน?

อัล อัค: อย่าเอาเรื่องกินมาเทียบกับปัญหาพวกนี้เลย คนเรานะเกิดมาก็ต้องตายทุกคน มองในมุมนี้แล้ว คนเราไม่มีค่าอะไรเลยนะ มันเป็นขยะทั้งนั้น ต้องเป็นปุ๋ย แต่ว่าลองคิดถึงคำถามแห่งชีวิตดู เราไม่ใช่ชีวิตที่เคว้งคว้าง และไร้เป้าหมาย เราเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลที่มีบางสิ่งทำให้เราดำเนินไปข้างหน้าอย่างมีเป้าหมายสักอย่าง ผมประทับใจมากกับอายะฮฺอัลกุรอานที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮู อะลัยฮิวะซัลลัม ลุกขึ้นอ่านทุกคืนที่ว่า อินนา ฟี ค็อลกิซ ซามาวาติ วัล อัรฎ  วัคติลาฟิลลัยลิ วัลนะฮาร ลาอายาติน ลิอุลลิอัลบาบ แท้จริง ในการสร้างฟ้ากฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และการสับเปลี่ยนกลางวันและกลางคืน เป็นสัญญาณทั้งหลายแก่ผู้มีปัญญา แล้วส่วนหลังเริ่มต้นด้วยการที่ท่านอ่านดุอาอ์จากอัล กุรอานที่ว่า ร็อบบานะ มา คอลักตะ ฮะซา บะฏิลา...- โอ้พระเจ้าของเรา พระองค์ไม่ได้สร้างสิ่งนี้มาอย่างไร้สาระ...

            ชีวิตเรามีค่าและมีความหมายไม่ได้ไร้สาระ อย่าเทียบกับเรื่องกินเลย ถ้ามนุษย์ต่างหันมาสนใจปัญหาแห่งชีวิต ประเภททำไมพวกเราถึงมีตัวตนอยู่ในโลกนี้ แล้วย้อนมองประวัติศาสตร์ดู แค่สามพันปีก็จับอะไรไม่ค่อยถูกแล้ว ไม่ต้องพูดหมื่นปีก่อน หรือล้านปีก่อน ชีวิตมันจะเศร้าอะไรขนาดนี้ ตัวเองเป็นใครยังไม่รู้เลย ถ้ามนุษย์สนใจปัญหาเหล่านี้ ไม่ทะเลาะกันหรอก ต้องมานั่งจับเข่าคุย เออ พวกเราเป็นใครกัน แล้วอยู่ๆไปก็ตายลง แล้วเอาไปฝังแค่นี่เองหรือเนี่ย เศร้าสุดๆจริงๆ....

ผู้ดำเนินรายการ: เออ....สงสัยว่าเราไม่ค่อยได้คิดเรื่องนี้กันเท่าไร? มีคนบอกเหมือนกันว่า คิดไปทำไม คิดไม่ออกหรอก คิดไม่เหมือนกัน ทะเลาะกันอีก

อัล อัค: โอเค คิดได้คำตอบไม่เหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องคิด แน่นอนว่าเราไม่อาจให้คำตอบในรายละเอียดต่อทุกอะตอมในจักรวาลนี้ได้ แต่เราต้องมีการกำหนดจุดยืนและท่าทีต่อปรากฏการการณ์รอบตัวเรา ไม่ต้องคิดนั้นแปลกมาก สภาวะของสิ่งต่างๆที่เราเป็นอยู่มันผลักดันให้ต้องคิดครับ

ผู้ดำเนินรายการ: เขาบอกอยู่ไปเรื่อยๆแล้วก็ตาย จบกัน ไม่ต้องเครียดมาก จะตอบอย่างไร ก็ตายทุกคน

อัล อัค: ใครๆก็รู้ว่าต้องตายทุกคน ปัญหาก็คือว่า เรากำลังหาคุณค่าแห่งชีวิตอยู่ การที่ใครหามันไม่พบ ก็ต้องว่าหายังไม่พบ ไม่ใช่บอกว่า ไม่มี อย่าไปสนใจ

ผู้ดำเนินรายการ: คำตอบต่อคำถามแห่งชีวิตแบบนี้ แต่ละศาสนา แต่ละลัทธิ ปรัชญาแต่ละสำนัก ก็ตอบไม่เหมือนกัน?

อัล อัค: ผมว่ายังดีกว่า พวกที่ไม่คิด แล้วบอกว่า อยู่ในโลกนี้ให้เต็มที่ ตายแล้วก็ตายกันไป พวกที่คิดอย่างนี้จริงๆแล้วมีตั้งแต่สมัยโบราณ  สำนักที่คิดอย่างนี้ในอินเดียโบราณก็มี ในสมัยกรีกโบราณก็มี  แนวคิดแบบนี้มันมีอยู่เรื่อยๆเสมอมา ไปปรากฏในความชื่ออื่นๆ

            ส่วนปัญหาที่ว่าคำตอบมันมีเยอะ เพราะมีผู้ให้คำตอบเยอะ ครับ แต่มันไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคำตอบที่ถูกต้องให้ จะถูกหมดก็ไม่ได้ มนุษย์ต้องค้นหาคำตอบครับ

ผู้ดำเนินรายการ: ทุกคนต่างก็เลือกคำตอบที่ตัวเองคิดว่าถูกต้อง?

อัล อัค: ทุกคนมีสิทธิเลือกคำตอบที่ตัวเองคิดว่าถูก แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องตระหนักให้มากที่สุดก็คือ เสรีภาพในการเลือกคำตอบแก่ชีวิต ต้องคู่กับการรับผิดชอบสิ่งที่จะตามมาด้วย อิสลามส่งเสริมเสรีภาพในการเลือกอย่างยิ่ง แต่มันต้องประกอบด้วยความรับผิดชอบที่ใหญ่หลวงเช่นกัน

โดยเฉพาะเรื่องชีวิตนี้ มันเป็นเรื่องคำตอบที่มีต่อที่มาของชีวิตเรา คำตอบต่อการที่เรามายืนอยู่ในโลกนี้ คำตอบต่อชีวิตหลังความตาย คิดเอาเองแล้วกันว่า เรื่องมันใหญ่สุดๆขนาดไหน

ผู้ดำเนินรายการ: หมายความว่าทุกคนที่เลือกต้องมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเลือก?

อัล อัค: ใช่ เรื่องนี้สำคัญ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆ เป็นเรื่องตามคนหมู่มาก เรื่องแฟชั่น โก้หรู นี่มันเรื่องชีวิตทั้งหมด มันยิ่งกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เรามีเสียอีก เป็นเรื่องที่ไม่ควรเสี่ยง หรือเอาตามอารมณ์

            ใครจะเลือกคำตอบแบบไหน เขาต้องรับผิดชอบ และเขาควรอธิบายได้ว่า ทำไมเขาจึงเลือก คนอื่นจะคิดอย่างไรไม่สำคัญ แต่เขาจะต้องอธิบายได้ว่าทำไมเขาถึงเลือกคำตอบนั้นๆ

ผู้ดำเนินรายการ: ในฐานะที่เราเป็นมุสลิม แน่นอนว่า เราได้เลือกอิสลามเป็นคำตอบต่อปัญหาชีวิตทั้งหมดแล้ว ถ้าเขาถามว่าอิสลามเอาอะไรรับประกันว่า อิสลามคือคำตอบที่ถูกต้องแล้วที่มนุษย์ได้เลือก?

อัล อัค: อันดับแรก มุสลิมเชื่อว่า คำตอบนี้คือคำตอบที่ต้องเลือกก็คือ มันเป็นคำตอบที่มาจากพระผู้สร้าง ผู้บังเกิดสรรพสิ่ง เหตุผลที่เป็นตรรกะยิ่งในการเลือกคำตอบที่มาจากพระผู้สร้างก็คือ เราจะเอาอะไรไปมั่นใจว่าคำตอบนี้มาจากความคิดของมนุษย์ด้วยกันว่าถูกต้อง พวกนักปรัชญาทั้งหลายแหล่ที่พากันนำเอาความปราดเปรื่องของตัวเองคิดๆ แล้วก็สร้างเป็นระบอบความรู้อะไรสักอย่างหนึ่ง บทสรุปของมันก็คือ มันยังไม่มีใครสรุปได้ นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในแวดวงปรัชญา นี่คือความบกพร่องของความคิดของมนุษย์ล่ะ

            เรื่องชีวิตนั้น วิทยาศาสตร์เองก็หาคำตอบไม่ได้ ทุกวันนี้อย่าคิดว่าวิทยาศาสตร์แน่นะครับ เราก็เห่อวิทยาศาสตร์กัน จนมันกลายเป็นลัทธิอะไรสักอย่างไปแล้ว คือวิทยาศาสตร์เองตอบคำถามอย่างไร หรือเป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้ได้ในบางระดับ ให้แก่ปรากฏการณ์ของชีวิตและจักรวาล แต่ไม่มีวิทยาศาสตร์แขนงไหนหรอกครับที่สามารถเข้าไปให้คำตอบได้ถึงที่สุดของที่สุดของการกำเนิดสรรพสิ่งต่างๆได้  หรือให้คำตอบกับชีวิตหลังความตายได้

            ทางเดียวในคำตอบของอิสลามก็คือ การยอมรับคำตอบที่ถูกเปิดเผยจากพระผู้สร้าง หรือที่เรียกว่าวะหฺยู

ผู้ดำเนินรายการ:คือมุสลิมเชื่อว่าสัจธรรมมาจากวะหยู หรือการติดต่อจากพระผู้สร้าง ที่นี้มีคนบอกว่าศาสนาต่างๆก็สอนคล้ายๆอย่างนี้ แล้วเราก็มีปัญหาในการเลือกอยู่ดีนั่นแหละ?

อัล อัค: คำถามนี้ผมจะตอบผ่านงานเขียนชิ้นหนึ่งที่ผมเคยอ่าน ของชาวอเมริกันที่รับอิสลามคนหนึ่ง เขาเขียนบทความชิ้นหนึ่งไว้ในเน็ต สำหรับเส้นทางในการค้นหาสัจธรรม เป็นประสบการณ์ให้กับผู้ที่แสวงหาสัจธรรมคนอื่นๆว่าไม่ต้องใช้เวลามากเท่าเขา

            ผมบอกตอนแรกว่าสัจธรรมต้องมาจากพระผู้สร้าง ที่นี้ชาวอเมริกันคนนี้จะช่วยบอกต่อไปว่า แล้วเราจะเลือกอย่างไรกับแนวคิดต่างๆมากมายที่ต่างก็บอกว่าเป็นสัจธรรม เขาสรุปหลักการง่ายๆว่า สัจธรรมต้องไม่พบในความเท็จ คือหากเป็นสัจธรรมของจริงที่มาจากพระเจ้า ตัวสัจธรรมต้องไม่ถูกบิดเบือน ต้องได้รับการปกปักรักษาไว้ เนื้อหาภายในจะว่าอย่างไรค่อยคุยกันรอบสองว่างั้นเถอะ แต่รอบแรกนี้ต้องยืนยันว่า สัจธรรมไม่อาจอยู่ในสิ่งที่ถูกบิดเบือนไปแล้ว นี่เป็นตรรกะง่ายๆแต่ใช้ได้

            ผมบอกแล้วว่า การเลือกสัจธรรมของชีวิตเป็นเรื่องใหญ่Sample Image เพราะฉะนั้นทุกคนที่เลือกต้องอธิบายให้ได้ว่าทำไมเขาต้องเลือกคำตอบนั้นๆ

ผู้ดำเนินรายการ: หมายความว่า การที่อัลกุรอาน คัมภีร์ที่เป็นพระดำรัสของพระเจ้า ยังคงไม่ถูกเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่สมัยของท่านนบี ศ็อลลัลลฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม จนถึงทุกวันนี้ มันเป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่งในการยืนยันถึงความเป็นสัจธรรมสำหรับชาวมุสลิม?

อัล อัค:ผมอยากจะบอกว่าวิธีการอธิบายความเป็นสัจธรรมของอิสลามเช่นนี้คือสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้แก่มุสลิมเป็นเบื้องต้นในการดำรงไว้ซึ่งอิสลาม ผมจะไม่เข้าไปในรายละเอียดว่า เนื้อหาภายในอัลกุรอานได้เพิ่มความมั่นใจแก่มุสลิมขนาดไหนในการเชื่อว่านี่คือคำตอบที่ถูกต้องแก่ชีวิต มีหนังสือบางเล่มที่สำนักพิมพ์อิสลามิก อเคเดมี แปลมา ของดร.บูไกล์ นักชีวเคมีชาวฝรั่งเศสที่เข้ารับอิสลาม เขียนไว้เกี่ยวกับอัลกุรอานกับวิทยาศาสตร์ ถ้าได้อ่านดู จะตอบคำถามได้ว่าทำไมมุสลิมจึงเชื่อว่าอิสลามคือคำตอบของชีวิตที่ถูกต้อง 

ผู้ดำเนินรายการ: มนุษย์ต้องแสวงหาคำตอบที่มีต่อชีวิตของเขา อิสลามก็มีคำตอบและอธิบายด้วยว่าทำไมต้องเป็นคำตอบนี้ ผมคิดว่าคนจำนวนไม่น้อยคิดว่ามุสลิมเป็นพวกบ้าคลั่งไร้เหตุผล ถือศาสนาอย่างมัวเมา ถ้าเขาได้เข้าใจเหตุผลนี้ก็จะดีไม่น้อย?

อัล อัค: ผมต้องย้ำกับคนที่มิใช่มุสลิมนะครับว่า แม้มุสลิมจะมั่นใจและมีแบบแผนที่ชัดเจนเพื่อยืนยันความเป็นสัจธรรมแต่อิสลามปฏิเสธโดยสิ้นเชิงที่จะบังคับใครสู่ความศรัทธาอิสลาม มีปรากฏในอัลกุรอานว่า ลา อิกเราะฮะ ฟิต ดีน ไม่มีการบังคับให้นับถือศาสนาอิสลาม” 

ผู้ดำเนินรายการ: เราได้เห็นภาพชัดเจนทีเดียวถึงชีวิตที่จำเป็นต้องเลือก และทำไมต้องเลือก และต้องเลือกกันแบบไหน

อัล อัค: ไม่ว่าท่านจะเป็นมุสลิมหรือไม่ก็ตาม ท่านจะมีศาสนาหรือไม่มีศาสนาก็ตาม เราเป็นมนุษย์ เป็นสิ่งที่ไม่ได้กำหนดให้ตัวเองต้องเกิดมาอยู่ในสิ่งมีชีวิตที่มีรูปแบบเช่นนี้ ชีวิตมนุษย์ไม่ได้แค่เกิดมาเพื่อกินเพื่อเสพสุข เพื่อตักตวงหาความสบาย โดยเราคิดเดาเอาเองว่า ตายไปแล้วก็จบเกมส์กัน นี่คือการเดาเท่านั้น หาเถิดครับ หาสัจธรรมที่ให้ความหมายและให้คุณค่าแก่ชีวิตของตัวท่านเอง ขอให้เราตรวจสอบให้เต็มที่ จากนั้นค่อยมั่นใจและทุ่มเทให้กับสิ่งที่เราได้เลือกแล้ว  สำหรับเรา มุสลิม เชื่อว่าอิสลามคือสัจธรรม  อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราเชื่อว่ามีสัจธรรมหนึ่งเดียว แต่ก็เน้นให้เห็นเสรีภาพในการเลือก ดังปรากฏในอัลกุรอานว่า  กุลิล ฮักกุ มิร ร็อบบิกุม ฟะมัน ชาอะ ฟัล ยักมุอ์มิน วะ มัน ชาอะ ฟัล ยักฟุร จงประกาศเถิด สัจจธรรมนั้นมาจากพระเจ้าของพวกท่าน และใครประสงค์จะศรัทธาก็ศรัทธา ใครประสงค์จะปฏิเสธ ก็จงปฏิเสธ แต่ก็ต้องย้ำว่า เสรีภาพอันนี้คู่กับความรับผิดชอบครับ

...........................