ฟื้นฟูสถานะที่แท้จริงแห่งชีวิต
ฟื้นฟูพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง

โดย อัล อัค
เรารู้สึกแปลกใจไหมกับชีวิตของเพื่อน ๆ เรา นับตั้งแต่เขาแต่งงานเขาเปลี่ยนไป เรายิ่งรู้สึกแปลกใจกับเพื่อน ๆ ของเราหลาย ๆ คน ที่นับตั้งแต่พวกเขามีลูก เขารู้จักเก็บเงิน รู้จักทำงานเป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเป็นคนใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย จะทำอะไรก็ไม่สำเร็จ ทำแค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ
เพราะสถานะใหม่ในชีวิตของคนเขา ความเป็นพ่อคนของเขา ทำให้มีบางอย่างที่อยู่ภายในตัวตนของเขาเปลี่ยนไป สถานะใหม่ เป็นสถานะที่มีชีวิตอื่นเข้ามาผูกอยู่ด้วย ที่พ่อต้องรับผิดชอบดูแล สถานะของความเป็นพ่อแม่ได้ทำให้เพื่อน ๆ เราจำนวนมากเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไป การสนทนาเต็มไปด้วยเรื่องของโรงเรียน เรื่อง Home School การมีบ้านที่ปลอดภัย มีเศรษฐกิจที่มั่นคง
สถานะต่าง ๆ ในสังคมที่เกิดขึ้นในสำนึกของคนส่งผลโดยตรงต่อกิจกรรมชีวิตที่เปลี่ยนไป นี่เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ที่ยังมีหัวใจที่รับรู้ได้อยู่ สถานะแห่งชีวิตที่คน ๆ หนึ่งรับรู้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวของชีวิต สถานะบางอย่างมองเห็นง่ายและเป็นจริง อย่างความเป็นพ่อแม่ มันจึงแสดงพลังออกมาได้ไม่ยาก และทำให้เรื่องที่ยากกลายเป็นเรื่องง่าย ทำให้เรื่องที่หนักกลายเป็นเรื่องเบา
แต่สถานะจำนวนมากเป็นแค่การปั้นแต่งของสังคม และหากว่ามันได้กลายเป็นสถานะที่ถูกยอมรับอย่างเหลือล้นจากสังคม มันก็จะก่อเกิดกิจกรรมได้อีกเช่นกัน แม้ว่าจะเป็นกิจกรรมที่ไม่อยากจะเชื่อว่าทำไปได้อย่างไร? อย่างเช่นสถานะ “ผู้หลงรัก”
แม้แต่สถานะความเป็นพ่อที่ผูกพันกับลูกสาวในสมัยญะฮีลียะฮฺ กลับมีสถานะที่ครอบงำใหญ่กว่า คือสถานะความเป็นผู้มีเกียรติระหว่างตัวพ่อกับสังคม ทำให้เกิดการฝังลูกสาวทั้งเป็นเพื่อยืนยันสถานะที่ยิ่งใหญ่กว่า
สถานะเป็นการเชื่อมโยงระหว่างคน ๆ หนึ่งกับสิ่งที่อยู่รอบข้าง ไม่ว่าสถานะนั้นจะเลวร้ายหรือดีเลิศอย่างไร สถานะที่คนๆ นั้น ดำรงอยู่ก่อให้เกิดกิจกรรมตามมา สถานะจึงก่อให้เกิดสำนึกในการกระทำเพื่อดำรงไว้ซึ่งสถานะนั้น
โลกทุกวันนี้วุ่นวายก็เพราะสถานะที่มนุษย์แต่ละคนมอบให้กับตัวเอง บางสถานะเป็นธรรมชาติที่ถูกบิดเบือนไป บางสถานะถูกสร้างขึ้นมา มนุษย์จึงทำกิจกรรมมากมายเพื่อสถานะต่าง ๆ ของตัวเขาเอง
ภารกิจของศาสนทูตทั้งหลายคือการพูดถึงสถานะบางอย่าง เป็นสถานะแข็งแกร่งพอที่จะหลอมละลายทุกสถานะให้มีทิศทางเดียวกัน สถานะนั้นก็คือ สถานะของผู้ที่ทำให้มีขึ้นมากจากผู้ที่ก่อเกิดพวกเขามา(อัล-คอลิก) เป็นสถานะที่เป็นตัวอธิบายสถานะอื่น ๆ และช่วยแยกระหว่างระหว่างสถานะที่จอมปลอมกับสถานะที่เป็นธรรมชาติ และช่วยทำให้สถานะที่เป็นธรรมชาติแต่ถูกบิดเบือนไปได้กลับมาอยู่ในสภาพที่แท้จริง
เมื่อการติดต่อครั้งแรกระหว่างพระผู้สร้าง(อัล-คอลิก) กับท่านนบีมุฮัมมัดฯ เกิดขึ้น โองการชุดแรกก็เปิดการสนทนากันในเรื่องของสถานะนี้ทันที “อิกเราะอ์ บิสมิ ร็อบบิกัล ลาซี คอลัก... – จงอ่าน ด้วยนามของพระเจ้า ผู้ทรงสร้าง....”
การย้ำถึงสถานะระหว่างผู้สร้างและผู้ถูกสร้าง ระหว่างนายและบ่าว ระหว่างผู้เป็นเจ้าของทุกสิ่งทุกอย่างกับผู้ที่มีเจ้าของ ดำเนินไปตลอดเส้นทางของวะหยุ 23 ปี สถานะนี้ยิ่งใหญ่อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ มันมิได้เป็นสถานะระหว่างสิ่งถูกสร้างด้วยกัน ไม่ใช่ระหว่างพ่อกับลูก ไม่ใช่ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ไม่ได้ระหว่างผู้ปกครองกับประชาชน แต่มันเป็นสถานะระหว่างผู้เป็น “ร็อบบฺ อัล- อาละมีน - ผู้เป็นเจ้าของโลกทั้งหมด” กับชีวิตเล็ก ๆ ที่ถูกสร้างขึ้น
เราลองนึกดูเถิดว่า หากสถานะนี้ถูกฟื้นขึ้นมาในตัวมนุษย์ มันจะก่อให้เกิดพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงปานใด !!!
สถานะนี้ได้ผลักดันมุสลิมกลุ่มแรกกระโจนสู่ประวัติศาสตร์ เปลี่ยนแปลงรูปแบบของการดำเนินชีวิตประจำวัน เปลี่ยนแปลงสังคม วัฒนธรรม ก่อตัวขึ้นเป็นชุมชน นคร และอาณาจักร กลายเป็นคลื่นอารยธรรมใหม่ของโลก
สถานะที่ยิ่งใหญ่นี้สะท้อนให้เห็นในคำพูดอันโด่งดังของอุกบะฮฺ บิน นาฟิอฺ แม่ทัพมุสลิมในศตวรรษแรกของอิสลาม ขณะที่ท่านได้เข้าไปเปิดดินแดนต่าง ๆ จนถึงชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ท่านก็หมดดินแดนที่จะนำสาส์นอิสลามไปให้ ท่านได้ควบม้าตะลุยแหวกคลื่นลงไปในมหาสมุทรด้วยหัวใจที่ลุกไปด้วยการดะอฺวะฮฺอิสลาม ท่านได้กล่าวว่า “โอ้ มหาสมุทร ถ้าฉันรู้ว่ายังมีแผ่นดินที่ไกลไปจากเจ้า ฉันจะข้ามเจ้าไปบนอานม้า”
คำปฏิญาณแรกของการเป็นมุสลิมก็คือ การยืนยันถึงการยอมรับอย่างเต็มหัวใจของสถานะนี้ ด้วยประโยคที่ว่า “ลา อิละฮะ อิลัล ลอฮฺ – ไม่มีสิ่งที่คู่ควรแก่การได้รับการเคารพสักการะ เว้นแต่อัลลอฮฺ” คำว่า อิละฮฺ หรือสิ่งที่ได้รับการเคารพสักการะ หรือสิ่งที่ได้รับการอิบาดะฮฺ นั่นมันเป็นการบอกถึงสถานะที่แท้จริงของมนุษย์กับพระเจ้า ในฐานะผู้สร้างกับผู้ที่ถูกสร้าง ระหว่างนายกับบ่าว ระหว่างผู้ที่ได้รับการอิบาดะฮฺกับผู้ที่ต้องอิบาดะฮฺ
หลักการนี้ยืนยันความบริสุทธิ์ของสถานะนี้ระหว่างมนุษย์กับพระเจ้าเท่านั้น หามีผู้ใดมาเกี่ยวข้องใด ๆ ด้วยไม่ เป้าหมายการสร้างมนุษย์ก็เพื่อยืนหยัดสถานะที่แท้จริงของมนุษย์นั่นเอง “วะ มา เคาะลักตุล ญินนะ วัล อินสะ อิลลา ลิยะอฺบูดูนิ- และข้าไม่ได้สร้างญินและมนุษย์มาเพื่ออื่นใด เว้นแต่เพื่ออิบาดะฮฺต่อข้า”
การฟื้นฟูสถานะนี้ในตัวตนของมนุษย์ เป็นการทำให้มนุษย์เกิดการเปลี่ยนแปลงมีพลังมากที่สุด ผู้ใดที่ยอมรับ ตระหนักในการมีอยู่ของอัลลอฮฺอย่างแท้จริง เป็นผู้ที่รู้จักสถานะที่แท้จริงของเขาท่ามกลางสรรพสิ่ง ทำให้เขารู้ว่าเขาควรจะอยู่อย่างไร และควรจะทำอะไร
ผู้ที่อ้างตัวว่ายอมรับสถานะนี้ แต่ไม่มีกิจกรรมที่เป็นเรื่องเป็นราวอันใดเกิดขึ้น ถ้าไม่โกหก ก็เป็นคนที่ไร้จิตสำนึกโดยสิ้นเชิง