เวลาของการให้อภัย …

  เวลาของการให้อภัย  
  
Sample Image

   โดย อัล อัค  

             ผมทั้งทึ่ง ทั้งประหลาดใจและสะเทือนใจ หลากหลายอารมณ์อย่างบอกไม่ถูกทุกครั้ง เมื่อได้อ่านเรื่องราวของการให้อภัยที่ยิ่งใหญ่ของบรรดาเศาะฮาบะฮฺที่มีให้ระหว่างกัน ผมคิดว่าทุกคนมองเห็นโศกนาฏกรรมในช่วงสั้น ๆ ของความขัดแย้งระหว่างเศาะฮาบะฮฺ แต่น้อยคนนักที่มองเห็นความยิ่งใหญ่ของพวกเขา
           
            ความยิ่งใหญ่ของพวกเขาคือ การให้อภัยกัน การรู้จักว่าอะไรคือผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของอิสลาม และอะไรคือสถานการณ์ที่ยากต่อการควบคุม ....

           วันนี้ผมไม่ได้มาวิเคราะห์เบื้องหลังความโกลาหลในบางช่วงในยุคของเศาะฮาบะฮฺ ผมยอมรับว่ามุมมองผมในเรื่องนี้แตกต่างมากกับการถกอภิปรายระหว่างกลุ่มแนวคิดต่าง ๆ แต่ผมกำลังบอกกับพวกเราทุกคนว่า ความไม่พึงพอใจและความขัดแย้งเป็นวิถีปกติของมนุษย์ แต่การอภัยได้ทำให้แยกออกให้เห็นว่าแต่ละคนได้เลือกจะยุติมันเช่นไรในบั้นปลาย  

           ผมยอมรับจริง ๆ ว่าตลอดชีวิตของคนเราต้องพานพบกับขัดแย้ง และการปะทุของอารมณ์หลากหลาย จนเกือบจะกลายเป็นคนสูญเสียการควบคุมตัวเอง และบางครั้งเกิดความผิดพลาดในการตัดสินใจ ...

           ห้วงอารมณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้ง ได้ชักนำไปสู่สถานการณ์ที่หวานอมขมกลืนอยู่บ่อย ๆ บางครั้งเกิดเรื่องขึ้นจนกลายเป็นความชุลมุนวุ่นวาย จนไม่รู้ใครถูกใครผิด แม้แต่ตัวเราเองก็ไม่แน่ใจเสียแล้วว่าเราถูกหรือผิดกันแน่ หรือจะผิดกันทั้งสองฝ่าย ยิ่งพยายามเคลียร์ยิ่งพบปัญหาเพิ่มมากยิ่งขึ้น...

           เรื่องราวของนบียูซุฟและพี่น้องของท่าน รวมทั้งระหว่างท่านกับภรรยาของอะซีซในอัล-กุรอาน อาจทำให้นักวิชาการบางคนยากจะเข้าใจ แต่คุณค่าอันมหาศาลของมันอยู่ที่การบอกเล่าชีวิตจริงของมนุษย์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ต่าง ๆ ... ความรัก ความอิจฉา การล่อลวง และการทำร้ายกัน แต่ความจริงที่ซับซ้อนเหล่านี้ยังมีความSample Imageเมตตา ความเอื้ออาทร ความอดทนอดกลั้น และการให้อภัยกัน ... เป็นบทเรียนที่สวยงามเหลือเกินสำหรับมนุษย์อย่างเรา

           พวกเราทั้งหลายต่างก็หนีไม่พ้นสภาพที่ยากจะกล้ำกลืนเช่นนี้ บางวันเราน้อยใจภริยา บางวันเราโกรธลูก ๆ บางวันเราเกลียดขี้หน้าคนบางคน ...คำถามที่สำคัญตลอดช่วงเวลาของคนเราก็คือ เรามีวิธีการจัดการบริหารสถานการณ์เหล่านี้อย่างไรต่างหาก

           หากเราไม่มอง คน ในมุมมองเช่นนี้ กลับมอง คน ในมุมมองที่ประหนึ่งดัง เทพหรือ มาร” มากเกินไป ทำให้เราต้องสร้างทฤษฎีตีความประวัติศาสตร์กันยกใหญ่ เมื่อพยายามจะทำความเข้าใจความขัดแย้งระหว่างผู้คนในยุคแรก

           ความขัดแย้งเหล่านั้นสามารถเข้าใจได้ไม่ยาก หากเรามองความจริงของชีวิตมนุษย์ที่มักตกอยู่ในความโน้มเอียงต่าง ๆ  ผมถึงบอกว่า พวกเราเองที่รักชอบพอกันในขณะนี้ แต่ถ้าตกอยู่ในเหตุการณ์ช่วงที่ท่านเคาะลีฟะฮฺอุษมานถูกสังหาร  คนที่อยู่ซีเรียก็คงต้องตามท่านมุอาวียะฮฺ คนที่อยู่มะดีนะฮฺก็ต้องถามต่ออีกว่า ใกล้ชิดและวางใจใคร? ระหว่างฝ่ายท่านอลี และฝ่ายท่านหญิงอาอิชะฮฺ ... และบางคนที่เจอโจทย์ยากมาก ๆ ก็จะไม่ขออยู่ฝ่ายใดเลยก็เป็นได้

           ชีวิตมนุษย์ก็เป็นอย่างนี้เอง นักสังเกตุกาณ์ต่อปรากฏการณ์ของอัล-กุรอาน อย่างอุสตาซ ซัยยิด กุฏบฺ จึงมองเห็นว่า อัล-กุรอานไม่ได้สอนเพียงแค่ ความอดทน แต่ยังย้ำให้มี การให้อภัย ต่อจากความอดทนเสมอ เพราะการอดทนที่ปราศจากการให้อภัยย่อมนำไปสู่ความกดดันภายในและวันหนึ่งก็จะระเบิดออกมาภายนอก

           ผมเขียนบทความนี้ก่อนวันอีด 30 ธ.ค. 2549 หรือ 31 ธ.ค ของอีกหลาย ๆ คน(พี่น้องบางคนในบางประเทศก็อาจล่วงไปถึงวันที่ 1 ม.ค. 2550) ผมไม่สนใจสักนิดเดียวว่าพี่น้องในแต่ละพื้นที่จะอีดวันไหน เพราะเอกภาพของผมไม่จำเป็นต้องทำอะไรตรงกันเป๊ะ ๆ แต่มันอยู่ที่แต่ละคนมีหลักการที่ถูกต้องรองรับ(แม้อาจจะตีความคลาดเคลื่อนไปบ้าง) และรู้จักรักษาความเป็นพี่น้องเอาไว้ ...

          แต่สิ่งที่ผมรำลึกได้ในวันอีดทุก ๆ ครั้ง ก็คือการฟื้นฟูสังคมแห่งการอภัยระหว่างกัน ผมรู้สึกดีที่ไปไหน ได้เห็นข้อความภาษามลายูปนอาหรับว่า Maaf Zahir dan Batinขออภัยทั้งภายนอกและภายใน ....

           การอภัยมันต้องครอบคลุมกว้างทั้งภายนอกที่รับรู้ได้และการอภัยในอารมณ์ความรู้สึกที่ยากจะเข้าใจ เพราะบางสถานการณ์มันยากยิ่งกว่าโจทย์แคลคูลัส มันต้องยุติด้วยการให้อภัยกันเท่านั้น

          ผมก็ถือโอกาสนี้ขออภัยต่อพี่น้องหลายท่าน ๆ ที่ผมได้กระทำสิ่งที่ผิดพลาดไป ทั้งที่ปรากฏชัด และทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ หรือถูกแปรเจตนาผิดไปขออภัยโดยถ้วนหน้า