ต่อเติมบ้าน

เรื่องยอดฮิตของบ้าน ทาวน์เฮ้าส์ และตึกแถวในเมืองไทยเราประการหนึ่งคือ การต่อเติมเสริมที่ว่างด้านหลังบ้านให้เต็มพื้นที่ออกไปจนชนกับหลังบ้านหรือที่อยู่อาศัยของเพื่อนบ้าน เพื่อต้องการใช้พื้นที่ที่ดูว่างๆ นั้นให้เกิดประโยชน์มากขึ้นไม่ว่าจะเป็น ที่ทำครัว ลานซักล้างแบบมีหลังคาคลุม หรือพื้นที่อื่นๆ แล้วแต่ต้องการ

ลองถามๆ ท่านผู้อ่านแถวๆ นี้ดู อาจมีใครหลายๆ คนเคยทำแบบนี้กับบ้านหรือที่อยู่อาศัยของตนเองมาแล้วก็เป็นได้

แต่เชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อยของเจ้าของบ้านเรือนที่ต่อเติมพื้นที่ออกไปดังกล่าวไม่รู้ว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายควบคุมอาคารและมีบทลงโทษที่รุนแรงพอควร และก็เชื่อว่ามีอีกจำนวนไม่น้อยที่รู้ว่าทำแบบนี้ผิดกฎหมายก็ยังฝืนทำอยู่ด้วยเหตุผลร้อยแปด แต่ที่นิยมที่สุดก็คงเป็น “พี่บ้านข้างๆ ป้าบ้านข้างหลัง และน้าบ้านข้างหน้าเค้าทำกัน ทำไมเราจะบ้างไม่ได้”  หรือ “ทำไปเถอะไม่มีใครรู้ใครว่าหรอก ตำรวจไม่จับซักหน่อย” และประการสุดท้ายที่ว่า “ถ้าคนอื่นทำแล้วเราไม่ทำ เราไม่เสียเปรียบแย่เลยหรือไง”

ข้อเท็จจริงทางกฎหมายควบคุมอาคาร คือในกรณีทาวน์เฮ้าส์และตึกแถวพื้นที่เว้นว่างด้านหลังอาคารไม่ว่า 2 หรือ 3 เมตรนี้เป็นพื้นที่ที่เราต้องเว้นให้ว่างและเปิดโล่งสู่ท้องฟ้าไว้จริงๆ เพื่อเป็นเส้นทางหนีไฟสำหรับผู้ใช้อาคารกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินจากพลิงไหม้ เพราะอาคาร 2 ลักษณะดังกล่าวจะไม่มีทางออกอื่นใดนอกจากด้านหน้าและด้านหลังอาคาร  ดังนั้นถึงแม้ว่าเราจะไปยื่นขออนุญาตต่อเติมอาคารในลักณะดังกล่าว ทางราชการก็ไม่สามารถอนุญาตให้กระทำได้อยู่ดี

แต่สำหรับกรณีบ้านเดี่ยว การต่อเติมพื้นที่หลังบ้านหรือข้างบ้านจนจรดพื้นที่ข้างเคียงนั้นจะกระทำได้ต่อเมื่อเจ้าของที่ดินแปลงข้างเคียงยอมลงนามยินยอมให้ต่อเติมได้เท่านั้น และผนังด้านดังกล่าวก็ต้องทำเป็นผนังทึบไม่สามารถเจาะช่องเปิดหรือช่องแสงอย่างใดได้

ความคิด (สั้นๆ )ที่ว่า ก็มีที่ว่างด้านหลังอยู่จะปล่อยเว้นว่างไว้ทำไม เสียโอกาสในการใช้พื้นที่ และต้องรีบทำไว้ก่อนเพราะไม่งั้นเดี๋ยวคนอื่นเกิดทำขึ้นมาเราจะเสียโอกาส เสียเปรียบ และเสียอะไรๆ อีกหลายอย่างแล้วแต่จะคิดสรรหาขึ้นมา

แต่เราไม่เคยคิดยาวๆ ต่อไปว่า การต่อเติมที่ทำให้เราคิดเหมาเอาว่าเราจะได้เปรียบเพื่อนบ้านข้างเคียง และเก่งกาจจนสามารถเอาชนะกฎหมายจนไม่มีใครจับได้ไล่ทันได้นั้น จริงๆ แล้วได้ส่งผลกระทบอะไรให้เกิดขึ้นกับตัวเองและบ้านเรือนของตัวเองบ้าง

ประเด็นแรกคือเรื่องของความปลอดภัยเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเพลิงไหม้ ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่ามันคงไม่เกิดกับบ้านเรือนของเราหรอก แต่ถ้าเกิดขึ้นมาลองนึกดูว่าถ้าเราหนีไฟออกทางด้านหน้าทาวน์เฮ้าส์หรือตึกแถวของเราไม่ได้ แล้วเราจะไปทางไหนได้ถ้าด้านหลังบ้านเราต่อเติมจนเต็มที่เต็มทางไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ด้านหลังของเพื่อนบ้านที่ก็ต่อเติมเหมือนกัน

ประเด็นที่สองคือเรื่องของคุณภาพอากาศและคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่อาศัยแบบทาวน์เฮ้าส์และตึกแถวเพราะการมีพื้นที่เปิดโล่งด้านหลังจะทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของอากาศและลมธรรมชาติตลอดตัวอาคารได้ง่าย และยังเป็นประโยชน์ต่อการนำอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกสู่ภายในอาคาร เพราะอาคารสองประเภทดังกล่าวไม่มีช่องเปิดด้านข้างแต่อย่างใดเพราะถูกขนาบด้วยเพื่อนบ้านทั้งซ้ายและขวา และต่อเนื่องจากสาเหตุดังกล่าวทำให้ประเด็นเรื่องการนำแสงธรรมชาติเข้าสู่อาคารสองลักษณะนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องคำนึงถึงด้วยเช่นกัน

ประเด็นสุดท้ายที่พบบ่อยมากถึงมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นกรณีบ้านเดี่ยว ไปจนถึงทาวน์เฮ้าส์และตึกแถวก็ตาม คือความเสียหายจากการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันของโครงสร้างที่ต่อเติมใหม่ ซึ่งระดับความรุนแรงที่เกิดจะแบ่งเป็นสองระดับ

ระดับเบาจะเกิดจากการต่อเติมที่ถูกวิธีการก่อสร้าง คือมีการใช้เสาเข็มรับน้ำหนักอย่างถูกต้อง คือ เสริมเข็ม ณ จุดที่ติดกับโครงสร้างเดิมและจุดปลายของพื้นที่ต่อเติม กล่าวคือตัดส่วนโครงสร้างที่ต่อเติมให้ทรุดตัวอย่างอิสระโดยไม่ต้องเชื่อมยึดกับโครงสร้างเดิม แต่กรณีนี้จะเกิดรอยแตกร้าวและรั่วซึม ณ จุดสัมผัสตามสภาพอันเนื่องมาจากการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันตามธรรมชาติของเสาเข็มสองส่วนที่ก่อสร้างในเวลาต่างกัน

แต่ระดับรุนแรงคือ การต่อเติมผิดวิธีการก่อสร้างที่ทำการเชื่อมยึดโครงสร้างอาคารเก่ากับอาคารที่ต่อเติมใหม่เลยโดยไม่ตัดแยกโครงสร้าง ด้วยเหตุที่ไม่รู้หรืออยากประหยัดค่าเสาเข็มก็ตาม ผลที่ตามมาก็คือจะเกิดความเสียหายในลักษณะรอยแยก แตกร้าว หรือฉีกขาดของตัวคานและผนังอาคารที่ต่อเติมใหม่และเก่า โดยจะมากหรือน้อยก็ขึ้นกับสภาพดินและเสาเข็ม และถ้าไม่รีบเยียวยารักษาทันท่วงที อาการเสียหายของส่วนต่อเติมอาจฉุดรั้งให้ส่วนอาคารเดิมพังทลายลงไปได้เช่นกัน

ข้อคิดเหล่านี้ อยากให้ลองเก็บไปพินิจพิจารณาดูว่าข้อได้เปรียบที่คิดว่าได้โน่นได้นี่มากมายนั้น จะนำความเสียหายทั้งเงิน ทั้งเวลา เสียอารมณ์ และอาการเสีย (หาย) บ้านกันได้มากน้อยและไหนเสียก่อน แล้วค่อยคิดจะทำก็คงดีไม่น้อยครับ