การที่พันธมิตรออกมานำเสนอการเมืองใหม่ที่เปิดโอกาสให้ที่ทางของคนกลุ่มอาชีพต่างๆ คำถามสำคัญ คือ ท่ามกลางการพัฒนาที่ไม่เท่าเทียมระหว่างภาคเมืองและชนบท เกิดความเหลื่อมล้ำในระบบเศรษฐกิจ เกิดความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น เกิดกลุ่มคนที่ถูกเรียกว่า “โสเภณี” ที่ทางของคนเหล่านี้อยู่ตรงไหนในการเมืองใหม่ของพันธมิตร?

 

แถลงการณ์เรียกร้องให้การ์ดพันธมิตรยุติการละเมิดสิทธิความเป็นมนุษย์

 

            จากเวบไซด์มติชนออนไลน์ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ และไทยรัฐ วันที่ 20-21 กันยายน 2551 ได้นำเสนอข่าวเรื่อง พธม.ติดรูปสาว ประจานขายตัว[1] การ์ดพธม.ประจานหญิงขายเซ็กส์ในชุมนุม[2]  และการ์ดพธม.ประจานหญิงค้าประเวณี[3] โดยมีใจความสำคัญว่า การ์ดพันธมิตรได้นำสำเนาภาพถ่ายเอกสาร เป็นรูปภาพของหญิงสาวคนหนึ่งที่ถ่ายพร้อมบัตรประชาชน โดยมีการระบุชื่อชัดเจนติดประจานไว้ที่บริเวณกำแพงรั้วทำเนียบรัฐบาลด้านประตู 7-9 ฝั่งสะพานอรทัย ที่จะมุ่งหน้าไปยังสะพานมัฆวานฯ พร้อมกับระบุข้อความเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมว่า "ให้ระวังหญิงคนนี้เนื่องจากเข้ามาค้าประเวณีในสถานที่ชุมนุม" และยังมีการบันทึกภาพถ่ายขณะที่การ์ดกำลังค้นกระเป๋าของหญิงคนดังกล่าว ซึ่งพบว่าด้านในมีทั้งถุงยางอนามัยที่ยังไม่ได้ใช้ และหนังสือโป๊ติดโชว์ไว้ด้วย

ในนามของมูลนิธิส่งเสริมสันติวิถี (Peaceway Foundation) เรารับไม่ได้กับการกระทำเช่นนี้ของการ์ดพันธมิตรเป็นอย่างยิ่ง เพราะนี้คือการละเมิดสิทธิความเป็นมนุษย์ของผู้หญิงคนนี้อย่างรุนแรง รวมถึงเป็นการมองว่าการค้าประเวณี คือ การทำผิดเช่นการก่ออาชญากรรม จำเป็นต้องจัดการให้เด็ดขาด

การที่พันธมิตรออกมานำเสนอการเมืองใหม่ที่เปิดโอกาสให้ที่ทางของคนกลุ่มอาชีพต่างๆ คำถามสำคัญ คือ ท่ามกลางการพัฒนาที่ไม่เท่าเทียมระหว่างภาคเมืองและชนบท เกิดความเหลื่อมล้ำในระบบเศรษฐกิจ เกิดความเหลื่อมล้ำทางชนชั้น เกิดกลุ่มคนที่ถูกเรียกว่า โสเภณี ที่ทางของคนเหล่านี้อยู่ตรงไหนในการเมืองใหม่ของพันธมิตร?

คำตอบที่เป็นรูปธรรมชัดเจน คือ ภาพสะท้อนจากเหตุการณ์ข้างต้นที่ชี้ชัดว่า พันธมิตรไม่เคยเห็น หัวคนจนไม่ให้ความสำคัญต่อผู้หญิงด้อยโอกาส พันธมิตรไม่เคยเข้าใจว่าเรื่องโสเภณีเกี่ยวพันกับทั้งเรื่องเศรษฐกิจ เพศ ชนชั้น เชื้อชาติ การทหาร และลัทธิจักรวรรดินิยม ที่นำมาซึ่งอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศไทย คือ การดื่ม การเต้นรำ และการมีเพศสัมพันธ์ เพื่อแลกกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ โสเภณี คือ เหยื่อของการพัฒนาที่ล้มเหลวของสังคมไทย ซึ่งควรต้องได้รับความเข้าใจและเห็นใจ ไม่ใช่การประจานและประณามดังที่การ์ดพันธมิตรกระทำอยู่

องค์กรพัฒนาเอกชนในประเทศไทย เช่น เอ็มพาวเวอร์ให้ข้อมูลเชิงประจักษ์เสมอมาว่า สังคมไทยจะต้องยอมรับบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจของโสเภณีว่า พวกเธอเป็นพลังผลิตที่สำคัญของอุตสาหกรรมบันเทิงของรัฐ เป็นแหล่งที่มาของรายได้ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศแหล่งหนึ่ง

นอกจากนั้นเรื่องของโสเภณียังเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวด้วยเช่นกัน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมเรื่อง ความกตัญญูกตเวทีที่ถูกบิดเบือนไปเป็นเพื่อการตอบสนองต่อแรงกดดันทางเศรษฐกิจ เช่น การทำงานเพื่อส่งเงินกลับบ้าน มีงานวิจัยจำนวนมากในประเทศไทยที่แสดงให้เห็นชัดว่า ผู้หญิงได้กลายเป็นโสเภณีด้วยสำนึกในหน้าที่หรือความผูกพันต่อพ่อแม่ ร่วมรับผิดชอบต่อภาระทางเศรษฐกิจของครอบครัว เมื่อครอบครัวมีหนี้สินอันเกิดจากการเก็บเกี่ยวไม่ได้ผล หรือเพียงเพราะพ่อแพ้การพนัน ลูกสาวคนโตมักจะถูกขอร้องให้ เสียสละ เพื่อพ่อแม่และน้องๆ มีบางกรณีที่พ่อขายลูกสาวเป็นโสเภณีครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อซื้อวัวเพิ่มในการทำนา ทั้งหมดนี้กระทำด้วยความเชื่อที่ว่าลูกจะต้องแสดง ความกตัญญูกตเวที ต่อพ่อแม่

ฉะนั้นเรารับไม่ได้กับการกระทำดังกล่าว และขอเรียกร้องให้การ์ดพันธมิตรยุติพฤติกรรมการละเมิดสิทธิดังกล่าว รวมถึงเรียกร้องให้องค์กรพัฒนาเอกชนด้านผู้หญิง นักวิชาการด้านผู้หญิงลุกขึ้นมาประณามท่าทีของพันธมิตรในลักษณะเช่นนั้น

ด้วยจิตคารวะและเชื่อมั่นพลังสามัญชน

มูลนิธิส่งเสริมสันติวิถี

21 กันยายน 2551

 

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : อดิศร เกิดมงคล รองประธานมูลนิธิส่งเสริมสันติวิถี 089 7887138



[1]http://www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNekl4TURrMU1RPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBd09DMHdPUzB5T

 

[2] http://www.bangkokbiznews.com/2008/09/20/news_296445.php

[3] http://www.thairath.co.th/news.php?section=politics&content=104918