|
...
[ ภาพจากสำนักข่าว BBC > picture from BBC ] ... เป็นที่ทราบกันดีว่า 1 ในยาสุดฮิตของโลกทุกวันนี้คงจะเป็นยาแก้ไข้-แก้ปวดที่ชื่อ "พาราเซตามอล" อาการปวดและอาการไข้เป็นอาการกลุ่มที่พบบ่อยแบบสุดๆ ของคนเรา และพวกเราก็มักจะเลือกพาราเซตามอลมาใช้บรรเทาอาการก่อนยาตัวอื่น เนื่องจากราคาถูก หาง่าย และมีความปลอดภัยสูง ... ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาประเภท "พระศุกร์เข้า-พระเสาร์แทรก" หรือโลกเรากำลังถูกถล่มด้วยข่าวร้ายๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในอเมริกาล้มละลาย น้ำมันแพง(เป็นข่าวดีของโอเปคที่รวยขึ้นเรื่อยๆ) การประท้วงยืดเยื้อในไทย ไปจนถึงนมผงเสริมเมลามีนในจีน วันนี้ขอนำข่าวร้ายๆ คือ การค้นพบว่า พาราเซตามอลอาจมีความสัมพันธ์กับโรคหอบหืดและภูมิแพ้มาฝากครับ ... ท่านศาสตราจารย์ริชาร์ด เบียสเลย์ และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยออคแลนด์ นิวซีแลนด์ทำการศึกษาข้อมูลการใช้ยาพาราเซตามอลใน 31 ประเทศทำให้มีกลุ่มตัวอย่างเด็กมากกว่า 200,000 คนพบว่า เด็กที่ใช้ยาแก้ปวดพาราเซตามอลในขวบปีแรกเพิ่มเสี่ยง (โอกาสเป็น) โรคหอบหืดในช่วงอายุ 6-7 ปีมากถึง 46% หรือเกือบครึ่ง คณะนักวิจัยกล่าวว่า ช่วงที่มีการนำพาราเซตามอลมาใช้ (แทนที่แอสไพริน) เป็นช่วงเดียวกันกับที่เด็กทั่วโลกเป็นโรคหอบหืด ภูมิแพ้เพิ่มขึ้น 50 ปีพอดี ... ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากเด็ก 103,000 คนพบว่า เด็กที่ใช้ยาพาราเซตามอลมากกว่าเดือนละ 1 ครั้งในปีที่ผ่านมา (ปีกลาย) เพิ่มความเสี่ยง (โอกาสเป็น) โรคหอบหืด 3 เท่า นอกจากนั้นภูมิแพ้ผิวหนัง (eczema) และภูมิแพ้เกสรดอกไม้ (hayfever) ก็เพิ่มขึ้นด้วย ... คณะนักวิจัยกล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ทราบแน่ว่า ความสัมพันธ์ที่พบเป็นไปโดยบังเอิญ หรืออาจจะเป็นความสัมพันธ์แบบไก่กับไข่ก็ได้ กล่าวคือ เด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้อาจจะเป็นภูมิแพ้รูปแบบต่างๆ ก่อน ทำให้ป่วยบ่อย เลยใช้ยาพาราเซตามอลบ่อย (ไข่เกิดก่อนไก่) ... หรือยาพาราเซตามอลอาจเป็นสาเหตุกระตุ้น ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ก็เป็นได้ (ไก่เกิดก่อนไข่) อาจารย์เบียสเลย์แนะนำว่า เด็กๆ ที่ไม่สบาย เป็นไข้หรือปวด ยังคงใช้ยาพาราเซตามอลได้เท่าที่จำเป็น เพื่อบรรเทาอาการจากโรค ... การศึกษานี้เป็นการศึกษาแรกเริ่ม จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนหรือคัดค้านการศึกษานี้ต่อไป อย่างไรก็ตาม... การศึกษานี้มีส่วนสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรคว่ามีความสำคัญมากขึ้น เพราะนั่นจะมีส่วนช่วยลดการใช้ยาโดยไม่จำเป็นให้น้อยลงด้วย ... ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ...
ที่มา ...
...
...
... |
ยาพาราเซตามอล(paracetamol)อาจเพิ่มเสี่ยงหอบหืด+ภูมิแพ้
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
บุณยกร · 20 ก.ย. 2551
เอื้องใบไผ่ · 20 ก.ย. 2551
ศน. นฤมล โล่ห์ทองคำ · 20 ก.ย. 2551
ศน. นฤมล โล่ห์ทองคำ · 20 ก.ย. 2551
อ.ภก. สุรศักดิ์ เสาแก้ว Pharm.D. · 20 ก.ย. 2551
♥.`๏'-พร ทั้ง หล้า`๏'- ♥ · 20 ก.ย. 2551


เดี๋ยวนี้ไม่เคยพึ่งพาราแล้วค่ะ เพราะใช้ไม่ได้ผลกับหนู T_T ไม่ดีเลย มีอาการปวดหัวประจำค่ะ ไอ้เจ้าโรคปวดหัวนี้ก็ต้องช่วยโดยการพักผ่อน หลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นทั้งหลาย ชา กาแฟ ช็อคโกเล็ต ฯลฯ ก็พยายามเลี่ยง แต่เจ้ากาแฟกับชานี่เศร้าใจ ไม่สามารถทำได้เพราะชอบเหลือเกิน วันหยุดไม่กินได้เพราะไม่มีใครชงให้ แต่พอไปทำงานก็อดใจไม่อยู่ และนอนน้อยก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไม่หาย แต่พออ่านบันทึกนี้แล้วก็แอบปลอบใจตัวเองว่า อย่างน้อยก็ไม่ได้กินพาราเซ็ตบ่อยๆ เพื่อลดอาการปวดเหมือนแต่ก่อน นอกจากกินเวลาเป็นไข้ ซึ่งก็นานๆ ครั้ง
คิดเข้าข้างตัวเองไว้ก่อน ไม่รู้ว่าอันไหนแย่กว่ากันค่ะ - - "
ขอขอบคุณอาจารย์ Little Jazz
เราควรรอการศึกษาเพิ่มเติม ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี
อ่านแล้วใจหาย เพราะตัวเองทานยาพาราแทบจะวันเว้นวัน โดยเฉพาะช่วงตัดเกรด แถมตัวเองยังเป็นโรคภูมิแพ้ (ขั้นหนัก)เสียด้วย
ชีวิตจะสั้นลงไม่คะเนี่ย :)
ขอบคุณสำหรับความรู้ในวันนี้ค่ะ มีประโยชน์จริงๆค่ะ
กิตติพร
ขอขอบคุณ... คุณ narrator
การศึกษานี้ทำในเด็ก...