การประสบความสำเร็จ
ก็เหมือนกับการเติมกล่องที่ว่างนั้นให้เต็ม
คนที่เสร็จก่อนก็ไม่ได้แปลว่าเขาขยันกว่า
หรือทำงานหนักกว่าเรา..แต่อาจเป็นเพราะว่า
กล่องของเขาเล็กกว่าของเราก็ได้


    ความสำเร็จ
เป็นสิ่งที่เราเอามาใช้วัดความสามารถของแต่ละคน
เริ่มตั้งแต่เมื่อเรายังเรียนหนังสืออยู่
เราก็ใช้เครื่องมือที่เรียกว่า"สมุดพก"
เป็นตัวตรวจสอบความสำเร็จของเรา
รอยยิ้ม และคำชมเชย มักจะแปรผันโดยตรงกับเกรดในสมุดพก
เราก็เลยมีหน้าที่เพียงอย่างเดียว
คือทำเกรดให้ดี มีตัวเลขสวยถูกใจเข้าไว้
คิดแค่ว่าเรียนเพื่อให้ได้คะแนนดี
แทนที่จะคิดว่า เรียนเพื่อให้ได้ความรู้ ซึ่งเป็นจุดหมายที่แท้จริง
และมีอยู่บ่อยไปที่เราได้คะแนนบางวิชาดี โดยที่ไม่ได้รู้อะไรลึกซึ้ง
แต่เป็นเพราะเราท่องจำเก่งเท่านั้นเอง
เมื่อเราโตขึ้น เข้าสู่วัยทำงาน
เราก็ยังเคยชินกับการตั้งเป้าหมายไปที่ี่"ผลสำเร็จ"ให้ตัวเองอยู่
และจริงจังกับผลสำเร็จนั้น มากถึงมากที่สุด
ความสำเร็จของแต่ละคนจึงแปรผัน
โดยตรงกับเงินเดือนและตำแหน่ง
แล้วเราก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อผลสำเร็จนั้น
แถมยังชอบเอาไปเปรียบเทียบกับคนอื่นอีกต่างหาก

   ไม่มีใครปฎิเสธว่าคนมีเงินเดือนมากๆมีตำแหน่งสูงๆ
เป็นคนที่ประสบผลสำเร็จ
แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นหลักประกันทั้งหมด
ว่าเขามีความสุข และพึงพอใจกับชีวิตตรงนั้นของตัวเองแล้ว
เขาอาจเป็นคนยิ้มยาก เคร่งเครียด มีปัญหาครอบครัว สุขภาพไม่ดี
หรืออื่นๆอีกจิปาถะ

บทความธรรมดาธรรมดาแต่อ่านแล้วรู้สึกไม่ธรรมดา...

หวังเพียงว่าคุณจะรู้สึกดีขึ้นและมองโลกใบนี้ในมุมใหม่ๆบ้าง

สว่างตา ด้วยแสงไฟ สว่างใจ ด้วยแสงธรรม
พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ

สรณะอื่น ไม่มี ชีวิตนี้เพื่อพระรัตนตรัย

ขอบคุณกัลยาณมิตรจากใจจริง