CHAPTER 3
คนช่างสังเกต
หลังจากวันนั้น รติวิทย์ เกิดความมุ่งมั่นและมีความตั้งใจอย่างน่าประหลาด ความฝันใฝ่การเป็นนักวิทยาศาสตร์ได้ถูกจุดขึ้น นักวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เป็นหนทางที่ยากอันใดเลย ลุงชำนาญบอกว่าทักษะพื้นฐานของการศึกษาตามวิธีการทางนักวิทยาศาสตร์คือ การสังเกต ซึ่งต้องอาศัยประสาทสัมผัส
“แม่ครับ ประสาทสัมผัสคืออะไรหรือครับ”
“หู ตา จมูก ลิ้นและการจับต้อง(ผิวสัมผัส) ไงละจ๊ะลูก”
“แล้ว หู ตา จมูก ทำไมถึงเรียกว่าประสาทสัมผัสละครับแม่”
“สัมผัสคือความถูกต้องที่ให้เกิดความรู้สึก ก็หมายความว่าความรู้สึกที่ผ่านทางประสาทหู ตา จมูกลิ้นและกายไงละจ๊ะ” อย่างแม่จะสัมผัสเรื่องราวต่างๆ ของลูกวิทย์ ด้วยการตั้งใจฟังเรื่องของลูกผ่านทางประสาทหู มองลูกด้วยความรักผ่านทางดวงตาของแม่ แอบหอมลูกเมื่อตอนลูกหลับเพื่อรับรู้ถึงกลิ่นหอม และโอบกอดลูกเพื่อได้สัมผัสถึงไออุ่นจากกายของลูก เหล่านี้เรียกว่าประสาทสัมผัสจ๊ะ”
แม่ไปทำงานอีกแล้ว แม่ไม่เคยแสดงความเหน็ดเหนื่อยต่อหน้ารติวิทย์
โรงเรียนของรติวิทย์ เป็นโรงเรียน ที่มีภูมิทัศน์งดงาม บรรยากาศร่มรื่น แต่รติวิทย์สังเกตเห็นว่า มีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ความสวยงามถูกทำลายลดน้อยถอยลงไป รติวิทย์ก็นึกไม่ออกว่านั่นคืออะไร พลันสายตาเหลือบไปเห็นครูชาติยากำลังเก็บถุงขนมที่นักเรียนกินทิ้งไว้ใส่ลงถังขยะ ใช่แล้ว! ขยะนั่นเองที่ทำให้โรงเรียนที่แสนสวยงามของเราสกปรก ความมักง่ายของนักเรียนทำให้โรงเรียนมีแต่ความสกปรก รติวิทย์เริ่มสังเกตเห็นถังขยะ โรงเรียนมีถังขยะมากมาย แต่นักเรียนก็ยังไม่ทิ้งลงถัง รติวิทย์เริ่มคิด
“เอ๊ะ! ทำไมเราจึงไม่เคยพบเห็นความสกปรกที่มีอยู่ทั่วบริเวณโรงเรียน ใช่สิ! การสังเกต วันนี้เราพินิจพิจารณา เราตั้งใจ เราสังเกต การสังเกตทำให้เราค้นพบข้อมูลมากมายที่เราได้หลงลืมละเลยไป เราเข้าใจแล้วละว่า ทำไมการสังเกตจึงเป็นทักษะพื้นฐานของนักวิทยาศาสตร์”
“ครูชาติยาครับ ผมช่วยครูเก็บขยะครับ”
“ดีมากจ๊ะ ถ้าโรงเรียนมีนักเรียนอย่างเธอ โรงเรียนคงจะสะอาดขึ้นเป็นกองเลย” ครูชาติยาพูดอย่างมีความสุข
“เอ้อ! ครูครับ นักวิทยาศาสตร์นี่เป็นไม่ยากเลยครับ” รติวิทย์ อมยิ้ม และพูดด้วยความมั่นใจ
ครูชาติยาทำตาโต “จริงหรือวิทย์ เธอบอกครูบ้างสิทำอย่างไร ครูอยากจะเป็นนักวิทยาศาสตร์เอกแบบรติวิทย์บ้าง”
“คุณครูต้องหมั่นสังเกตครับ สังเกตทุกทุกเรื่อง ผ่านปราสาทสัมผัส”
“ประสาทสัมผัสจ๊ะ”
“แล้วครูก็จะทราบรายละเอียดต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งมีอยู่อย่างมากมาย แล้วครูก็จะเป็นนักวิทยาศาสตร์”
“หรือจ๊ะ ครูว่าเธอตามครูมาที่ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ที่ชั้นสองดีกว่า ครูมีอะไรดี ๆ มาให้เธอดู”
อาคารวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน เป็นอาคารเรียนที่ดูเก่าคร่ำคร่า แต่ก็มีอุปกรณ์การเรียนทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย รติวิทย์เดินตามครูชาติยาไปที่ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ซึ่งอยู่ที่ชั้นสองของอาคาร ภายในห้องปฏิบัติการรติวิทย์สังเกตเห็นมีอุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ มากมาย มีถ้วยขนาดต่าง ๆ วางเรียงรายเป็นระเบียบอยู่ในตู้
“รติวิทย์รู้รึเปล่าว่า บางทีประสาทสัมผัสของรติวิทย์นั้นไม่สามารถบอกข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและชัดเจน เช่น เมื่อเธอจับต้องสิ่งของรู้สึกว่าร้อน แต่ก็ไม่สามารถระบุชัดลงไปได้ว่าร้อนในอุณหภูมิเท่าใด หรือห้องปฏิบัติการที่มองเห็นด้วยตาที่ว่าใหญ่โตนั้น มีเนื้อที่เท่าใด นักวิทยาศาสตร์จึงสร้างอุปกรณ์ปรือเครื่องมือวัดปริมาณต่างๆ เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเพื่อเป็นข้อมูลที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป”
“คุณครูครับ ผมว่าเราวัดสิ่งของต่างๆ ด้วยใช้ตาดู ใช้หูฟัง จับต้องก็เพียงพอในการรับรู้แล้วนี่ครับ”
คุณครูชาติยามองด้วยความเอ็นดู “ ไม่พอหรอกจ๊ะ นักวิทยาศาสตร์ต้องได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และน่าเชื่อถือและใกล้เคียงกับความจริงเราจึงต้องใช้เครื่องมือแต่ละชนิดให้เหมาะสมกับงานที่ทำ และถ้าเป็นการใช้เครื่องมือวัดก็ควรทำหลาย ๆ ครั้ง นำข้อมูลทั้งหมดมาหาค่าเฉลี่ยเพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุดและต้องบันทึกกำกับด้วยทุกครั้ง”
“เครื่องมือในการวัดของนักวิทยาศาสตร์มีหลายอย่างหรือครับ”
“ใช่จ๊ะ ถ้าจะวัดของขนาดเล็กมาก เช่น..”
“เส้นผม..” รติวิทย์ชิงตอบ “ใช่ เส้นผม ความหนาของกระดาษ เส้นดินสอ อะไรที่เล็ก ๆ เราก็จะต้องใช้อุปกรณ์ที่ใช้ส่องขยายขนาดของวัตถุ เช่นแว่นขยาย”
รติวิทย์มองไปที่แว่นขยายที่คุณครูถืออยู่ ซึ่งมีลักษณะเป็นเลนส์นูนทั้ง 2หน้า เมื่อคุณครูใช้ส่องไปยังชอล็คที่วางไว้บนโต๊ะ ก็จะขยายใหญ่ขึ้น
“ครูชาติยาครับ ถ้าหากว่าพวกเชื้อโรคที่เล็กมากจนเรามองไม่เห็นละครับ”
คุณครูชาติยา ชี้ไปที่โต๊ะซึ่งมีเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ วางอยู่ “กล้องจุลทรรศน์นั้นไง ใช้ขยายสิ่งที่มีขนาดเล็กมาก แล้วก็เหมือนกับกล้องส่องทางไกลกับกล้องโทรทรรศน์ กล้องส่องทางไกลใช้ส่องดูสิ่งที่ไม่ไกลนัก ส่วนสิ่งที่อยู่ไกลมาก เช่นดวงดาวบนท้องฟ้าก็ใช้กล้องโทรทรรศน์ เข้าใจหรือยัง รติวิทย์”
|
คมความรู้ ¥ พ.ศ.2215 แอนโทนี แวน ลิวเวนฮุก (Antonie van Leeuwenhoek) ชาวดัตซ์ เป็นผู้ ประดิษฐ์กล้องจุลทรรศน์ชนิดเลนส์เดียว พ.ศ. 2208 รอเบิร์ต ฮุก (Robert Hooke) ชาวอังกฤษ เป็นผู้ประดิษฐกล้องจุลทรรศ์ ชนิดเลนส์ประกอบ และใช้ตรวจดูไม้คอร์กที่ฝานบางๆ พบว่าประกอบด้วยช่องเล็กๆ คล้ายรังผึ้ง เรียกช่องนี้ว่า เซลล์ |
“รติวิทย์ปิดห้องปฎิบัติการให้ครูด้วยนะ ครูจะไปตรวจการบานที่ห้องพักครู อย่าลืมละ”
รติวิทย์เดินสำรวจห้องปฎิบัติการวิทยาศาสตร์อย่างสนใจ เหนือตู้เก็บอุปกรณ์คุณครูได้ติดแผ่นป้ายข้อมูล 4 แผ่น เกี่ยวกับระบบการวัด ปริมาณวัดและหน่วยการวัดที่ควรรู้จัก
รติวิทย์ท่องจำจนขึ้นใจ ปิดห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์อย่างช้า ๆ พร้อมทั้งใจที่เปิดกว้าง ..
เราจะเป็นนักวิทยาศาสตร์
***********************************************************************
|
ระบบไทย
|
|
ระบบอังกฤษ
|
ขอโทษค่ะ
copyข้อความผิดพลาดนิดหน่อยค่ะ
กำลังหัดส่ง