วันนี้ คุณบอล ได้กรุณาส่งข่าวมาบอกว่า จะได้นำผ้าไตร ไปถวายวัดพุทธ ที่จิตตระกอง ในวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๑ นี้

   ดีใจที่ได้รับเมล์ จากคุณคมกริช (บอล) จองบุญวัฒนา และคุณแณณ(ภรรยา) ซึ่งเป็นนักการทูต ที่บังกลาเทศ และเป็นกัลยาณมิตรกับผู้เขียน(โดยมิเคยเห็นหน้ากัน) เมื่อคราวส่งข่าวบุญมาว่า ที่เมื่องจิตตระกอง มีวัดพุทธที่พระภิกษุสงฆ์ ขาดแคลนสบงจีวร และที่นุ่งห่มอยู่ก็เก่าขาดเต็มที

การบวชเป็นการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา

 คราวนั้นผู้เขียนเกิดศรัทธา จึงบอกบุญ ได้ผ้าไตรจีวร สบง ย่าม จำนวน ๒๐๐ กว่าชุด ต่อมาผู้เขียนได้ไปเป็นอาสาสมัครที่วัดไทย กุสินารา ๔๓ วัน กลับมา ผ้าไตรก็ยังไม่ได้ส่งไป บังกลาเทศ เพราะมีเหตุขัดข้องหลายประการ สุดท้ายผู้เขียนก็เป็นผู้ส่งผ้าจีวรและเครื่องบริวารนั้น สำเร็จ ในวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๑ ไปถึงเมืองจิตตระกองเป็นที่เรียบร้อย

  หลายบันทึกที่ผู้เขียน เขียนถึงบุญผ้าไตรนี้ ด้วยความปิติ และแม้จะพบอุปสรรคมากมาย แต่ทุกอย่างก็บรรลุผลสำเร็จด้วยดี

 วันนี้ คุณบอล ได้กรุณาส่งข่าวมาบอกว่า จะได้นำผ้าไตร ไปถวายวัดพุทธ ที่จิตตระกอง ในวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๑ นี้

  ขออนุโมทนาบุญกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ตลอดจน คณะสถานทูต ที่จะนำผ้าไตรจีวร ไปถวายถึงมือพระภิกษุสงฆ์ วันนั้น จะเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ วันที่จะมีการสืบทอด และต่ออายุพระพุทธศาสนา ระหว่างคนสองประเทศ

   ผืนแผ่นดิน แผ่นฟ้าที่ดูเหมือนจะกว้างและห่างไกล จะกลับใกล้ชิดเพียงแค่ผ่านมือ มือบุญที่ช่วยกันประคับประคองบุญอนันต์ในครั้งนี้ ไปจนถึงจุดหมายปลายทาง

           แหละนี่คือจดหมายจากคุณคมกริช

Re: invoice‏
จาก: Komkrich Chongbunwatana ([email protected])
ส่งเมื่อ: 20 กันยายน 2551 17:28:42
ถึง: Sugar Mathura ([email protected])
สำเนาถึง: Boonrung Tantirapan ([email protected]); [email protected]; [email protected]; [email protected]
เรียนทุกท่านครับ
 
ขอประทานโทษครับที่เงียบหายไปนาน ขอแจ้งความคืบหน้าให้ทราบเกี่ยวกับเรื่องจีวรครับ
 
1. สอท. ได้ออกของกับศุลกากรเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ของทั้งหมดอยู่ในความดูแลของคุณหนึ่ง พลภัทร GM การบินไทยที่จิตตะกอง
2. พอดี อธิบดีกรมเอเชียใต้ฯ กระทรวงการต่างประเทศ มีกำหนดจะนำคณะเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย พร้อมทั้งสื่อมวลชนเดินทางมาสำรวจศักยภาพของบังกลาเทศระหว่างวันที่ 21-26 ก.ย. 2551 และมีกำหนดจะไปที่เมืองจิตตะกองด้วย ท่านทูตและผมซึ่งจะไปพร้อมคณะอยู่แล้ว จึงจะนำจีวรไปมอบในครั้งนี้ในคราวเดียว โดยมีกำหนดมอบที่วัด Rajbhana Vihara Buddhist Temple ซึ่งตั้งอยู่ใน Rangamati (อยู่ในบริเวณป่าลึกของเขตจิตตะกอง) ในวันที่ 23 ก.ย. 2551 ผลเป็นอย่างไรจะมาแจ้งให้ทราบครับ
3. ที่น่าดีใจคือ สื่อมวลชนที่มาในครั้งนี้คือ ทีมงานรายการ 360 องศา ดังนั้น ผมจึงได้ขอให้กระทรวงฯ แจ้งทีมงานรายการ 360 องศาให้สอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับการบริจาคจีวรในครั้งนี้ไว้ในรายการที่เค้าจะผลิตเพื่อออกอากาศที่เมืองไทยหลังจากการเดินทางมาถ่ายทำในครั้งนี้ด้วย ผลเป็นอย่างไรจะแจ้งให้ทราบด้วยครับ
4. ขอให้ข้อมูลเกี่ยวกับจิตตะกองและศาสนาพุทธในบังกลาเทศ ดังนี้ครับ
- จิตตะกองเป็นเมืองทางด้าน ตต./ต. ของบังกลาเทศ ซึ่งมีพรมแดนติดกับพม่า นอกจากจะเป็นเมืองท่าที่สำคัญที่สุดของบังกลาเทศแล้ว บริเวณที่ลึกเข้ามาในแผ่นดินจะเป็นภูเขาและป่าซึ่งมีชื่อเรียกว่า Rangamati และเป็นถิ่นฐานของชนกลุ่มน้อยที่น่านับถือศาสนาพุทธในบังกลาเทศ ซึ่งเราเรียกว่าชาว Chittagong Hill Tracts พวกนี้จะแบ่งเป็นหลายชนเผ่า ชนเผ่าที่ใหญ่ๆ คือ Barau และ Chakma ซึ่งปัจจุบัน พวกนี้ก็ไม่ได้อยู่แต่ในภูเขาอีกต่อไป แต่ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองเป็นนักธุรกิจเป็นข้าราชการตำแหน่งใหญ่โตมากมายในบังกลาเทศ พวกนี้จะเอาชื่อชนเผ่าดังกล่าวมาใช้เป็นนามสกุลทั้งนั้น ดังนั้นหากใครพบชาวบังกลาเทศที่มีนามสกุลว่า Barau หรือ Chakma ให้สันนิษฐานได้เลยว่า เป็นคนพุทธ ไม่ใช่มุสลิมซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติของบังกลาเทศ นอกจากนั้น พวกนี้บางคน จะมีผิวขาวและหน้าตาเหมือนคนพม่า หรือคนไทยเราเลย บางครั้งก็ทักผิดบ่อยๆ บางทีเห็นพูดภาษาอังกฤษเก่ง ก็นึกไปว่า เป็นมาเลเซีย
- ในอดีต บริเวณดังกล่าวมีความขัดแย้งในลักษณะเดียวกับทางภาคใต้ของเรา แต่กลับกันคือคนกลุ่มน้อยในที่นี้จะเป็นชาวพุทธ จนถึงขนาดที่รัฐบาลบังกลาเทศต้องตั้ง Ministry of Chittagong Hill Tracts Affairs มาดูแลเป็นการเฉพาะ แม้ปัจจุบันความขัดแย้งจะเบาบางลง แต่กระทรวงดังกล่าวก็ยังมีอยู่แต่จะเน้นเรื่องการพัฒนาพื้นที่บริเวณดังกล่าวซึ่งยังล้าหลังเป็นส่วนใหญ่ (สัญญาณมือถือเพิ่งเข้าไปถึงบริเวณดังกล่าวเมื่อไม่นานมานี้)
- วัด Rajbhana Vihara ที่จะไปมอบจีวรในครั้งนี้ เป็นศูนย์กลางของชาวพุทธในบริเวณนั้น ซึ่งเค้าจะไปกระจายให้กับวัดเล็กวัดน้อยรอบๆ อีกทอดหนึ่ง วัดดังกล่าวเป็นวัดที่สร้างโดยอดีตกษัตริย์ของชนเผ่าแถวนี้ (เชื้อสายของราชวงศ์ดังกล่าว ดำรงตำแหน่งเป็น รมต. คนหนึ่งในรัฐบาลบังกลาเทศชุดปัจจุบัน แต่ดูแลกระทรวงป่าไม้และสิ่งแวดล้อม) วัดดังกล่าวมีเจ้าอาวาสซึ่งอายุมากแล้ว เป็นพระชาวบังกลาเทศและเป็นที่ร่ำลือกันว่า ท่านเป็นอริยสงฆ์ที่สำเร็จอรหันต์ด้วยครับ ผมกำลังจะไปที่นี่เป็นครั้งแรก เรื่องราวเป็นอย่างไร จะนำมาฝากต่อไปครับ
- มีเกร็ดอีกเล็กน้อยมาฝากครับ ผมสงสัยมานานแล้วว่า ทำไมบังกลาเทศจึงมีสมเด็จพระสังฆราชอยู่สององค์ พอดีวันนี้ไปวัดพุทธซึ่งอยู่ในกรุงธากา (คนไทยที่นี่ช่วยกันบริจาคแทงค์น้ำให้วัดดังกล่าว วันนี้ผมจึงนัดไปคุยกับช่างที่วัดเรื่องการติดตั้ง) ได้คุยกับคนพุทธคนหนึ่ง (คนนี้นามสกุล Barua) ก็เลยได้ความกระจ่างว่า ในอดีตนานมาแล้วบริเวณที่เป็นบังกลาเทศในปัจจุบันนั้นเป็นเมืองพุทธ จนเมื่ออิสลามเข้ามา ก็ยังมีผู้นับถือศาสนาพุทธอยู่บ้างแต่ก็กระจัดกระจาย และหลักการและการปฏิบัติบางอย่างก็ตกหล่นหรือผิดเพี้ยนไปบ้าง จนกระทั่งมีคณะสงฆ์จากพม่าเข้ามาเพื่อทำให้พุทธศาสนาในบังกลาเทศกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีชาวพุทธในบังกลาเทศบางส่วนที่ไม่ยอมรับแนวปฏิบัติที่คณะสงฆ์พม่านำเข้ามา ก็เลยเกิดการแบ่งแยกเป็นสองกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็เลยมีสังฆราชเป็นของตัวเองจนปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม เท่าที่ผมเห็นทั้งสองกลุ่มก็ไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกัน กลุ่มหนึ่งจัดงาน อีกกลุ่มก็ไปร่วมด้วยดีครับ เพียงแต่มีสังฆราชกันคนละองค์ (ในกรุงธากา มีวัดพุทธอยู่สองแห่ง ซึ่งอยู่กันคนละกลุ่ม)
 
แณณ-บอล
 
ปล แณณคงไม่ได้ไปร่วมส่งมอบจีวรในครั้งนี้ครับ เพราะตอนนี้ตั้งครรภ์เลยกลับไปฝากครรภ์ที่เมืองไทยชั่วคราวครับ 
----- Original Message -----

  ผู้เขียนคงไม่มีคำพูดอะไรอีกแล้วสำหรับวันนี้ เพราะภาพที่บันทึกไว้ในจิต กำลังย้อนกลับมา ให้มองเห็นเป็นเรื่องราวอีกครั้ง อย่างสุขใจ

 ขอให้ทุกท่าน ที่ผ่านเข้ามาบันทึกนี้ และผู้ที่เคยร่วมบุญกันมา จงได้รับอานิสงส์ โดยถ้วนทั่ว ทุกประการเทอญ.