ราส์ส กิโลหก

                               ความไม่ซื่อสัตย์..?

 

 

ราส์ส กิโลหก

 

                   

 สายๆของวันหนึ่งช่วงปลายเดือน  สมชายเด็กหนุ่มวัย 25 ปีอาชีพพนักงานส่งสินค้าร้านขายของแห่งหนึ่งในจังหวัดเล็กๆทางภาคอีสาน  เขากำลังควบมอเตอร์ไซค์คู่ชีพนำสิ่งของไปส่งให้ลูกค้าตามปกติเหมือนทุกๆวัน

 

                   

 รถสองล้อวิ่งมาถึงหน้าธนาคารเล็กๆแห่งหนึ่ง  เขานำรถจอดด้านหน้าธนาคารเหวี่ยงตัวลงจากรถด้วยความคล่องแคล่ว  หันตัวไปที่ด้านท้ายรถนำสินค้ากล่องใหญ่ซึ่งผูกติดกับเบาะหลังออกมา  จับแบกขึ้นบนบ่าเพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในธนาคารแห่งนี้  ขณะที่เดินแบกของโทงๆไปถึงประตูจะเข้าไปด้านใน

 

                   

"เฮ้ย ! ๆๆๆๆ  อ้ายหนู ! เดินไม่ดูหน้าดูหลัง ระวังหน่อย !" เสียงร้องดังขึ้นใกล้ๆ  เป็นเสียงทุ้มๆ ของผู้หญิงแก่ 

 

                   

สมชายหยุดชะงักเพราะความตกใจเหมือนกัน  เขารีบหันหน้ามาที่ต้นเสียง เป็นหญิงแก่ร่างอ้วนปากเคี้ยวหมาก แยบๆมองดูเหมือนแกอมเลือดไว้เต็มปาก มือซ้ายถือกระเป๋าหูหิ้วมือขวากำลังยันอยู่ที่กล่องใบใหญ่ของสมชายที่ห่างจากหน้าของแกไม่ถึงคืบ.

 

 

เขารีบเอ่ยปากขอโทษ ก่อนดันตัวเข้าประตูไป โดยหญิงแก่เดินตามเข้ามาแกคงเข้ามาทำธุระในธนาคารด้วย.

 

 

 หลังจากนำสินค้าส่งให้ลูกค้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขณะเดินกลับออกจากธนาคาร   ช่วงก้าวขาเดินออกมาผ่านประตูหน้าธนาคารไม่กี่ก้าว   สายตาเหลือบมองเห็นวัตถุอย่างหนึ่งที่พื้น    มันเป็นซองจดหมายสีขาวปากซองปิดไม่สนิท  มีเงินเป็นปึกแลบออกมาให้เห็น  สมชายสะดุ้ง !.หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น     เขามองซ้ายมองขวาไม่เห็นมีใครรีบก้มตัวหยิบขึ้นมายัดใส่กระเป๋ากางเกงด้วยความรวดเร็วพร้อมกับรีบเดินกลับมาที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่

 

 

หลังจากเลิกงานแล้ว  กลับถึงบ้านพักซึ่งเช่าอยู่คนเดียวเพราะเขา ยังไม่มีครอบครัว  หย่อนตัวนั่งลงที่เก้าอี้พลางเอามื้อล้วงซองจดหมายสีขาวจากกระเป๋ากางเกง  มันคือซองจดหมายที่เขาเก็บได้ที่หน้าธนาคารเมื่อตอนเช้า  หัวใจเต้นตึ๊กๆ.  ใจจดจ่อว่าในซองจะมีเงินมากน้อยเท่าใด ? เพราะสมชายรู้แล้วว่าในซองมีเงินบรรจุอยู่  เนื่องจากมองเห็นเงินในซองแลบออกมาให้เห็นตั้งแต่ตอนที่เขาเก็บคว้าใส่กระเป๋า.

 

 

 เขาคลี่ซองออกมาดู เป็นธนบัตรใบละ 100 รวม 30 ใบ  พลิกดูที่หน้าซอง มีชื่อและนามสกุลของหญิงสาวคนหนึ่ง  เลขบัญชีธนาคารและชื่อสาขาย่อย.

 

 

"ยายอ้วนแก่ คงจะเอาเงินมาส่งให้กับผู้หญิงที่มีชื่ออยู่หน้าซอง" เขาพูดกับตัวเองเบาๆ

 

 

สมชายมองดูที่ธนบัตรใบละ 100  แต่ละใบเก่ายับเรียงกันไม่ค่อยเป็นระเบียบ คิดว่าเจ้าของเงินคงใช้เวลาเก็บสะสมเป็นเวลานานพอสมควรกว่าจะได้จำนวนขนาดนี้  เงินจำนวนนี้คงมีค่าสำหรับเจ้าของอยู่มาก ? 

 

 

นึกสงสารเจ้าของเงิน  แต่ความโลภมีอำนาจเหนือกว่าพร้อมกับคิดเข้าข้างตัวเองว่า ถ้าเราไม่เก็บมาคนอื่นก็เก็บเอาไปอยู่ดี ?

 

 

สมชายตกลงใจที่จะไม่คืนเงินให้กับเจ้าของ  เขามีแผนที่จะนำเงินก้อนนี้ไปเสี่ยงโชคเพราะเงินได้มาเปล่าๆ  ตามประสาคอหวยแบบไทยๆ  เขานึกถึง เลขท้ายสามตัวของทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ที่เขาขับส่งของ  และเลขท้ายสามตัวของบัญชีธนาคารที่ระบุอยู่ด้านหน้าซองที่เก็บได้  จัดเป็นเลขเด็ดที่จะเอาไปซื้อหวยใต้ดินกับเฮีย กวง เจ้ามือหวยเถื่อนที่ตลาด

 

 

 

เขาใช้เงินที่เก็บมาได้ซื้อหวยใต้ดินไปเกือบ 1000 บาท เหลืออีก 2000 บาทเอาไว้เป็นค่าเช่าบ้านและใช้หนี้คนข้างบ้านที่ไปหยิบยืมเขามา  เดือนนี้เบาตัวไปแยะ   สมชายไม่คิดอะไรมาก ?  "สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม" เขาจำเอามาจากวิทยุตอนเช้าๆ

 

 

วันหวยออก สมชายมีความหวังเล็กๆเพราะคนซื้อหวยต้องมีความหวังเป็นธรรมดา แม้เงินที่ซื้อหวยจะเป็นเงินที่แอบเบียดบังคนอื่นมาก็ตาม ภาษาชาวบ้านเรียกว่าเป็นเงินบาป !

 

 

แต่ปรากฏว่าความบาปกับสมชายกลายเป็นของที่ถูกกัน  เพราะหวยออกมาตรงกับตัวเลขที่เขาซื้อกับเฮีย กวง เอาไว้ ถูกเต็มๆได้เงินมาเป็นแสนบาท. เขาดีใจและเต้นเต้นกับ "วีระเวร" ครั้งนี้มากๆ

 

 

เขารีบไปรับเงินถูกหวยกับเฮีย กวง ตั้งแต่เช้า  เงินเป็นแสนเข้าไปอยู่ในกระเป๋าจนตุงคนอย่างสมชายไม่เคยจับเงินเป็นแสน เงินเป็นหมื่นก็ไม่เคยได้จับ วันนี้จึงเป็นวันที่เขามีความสุขที่สุด มองอะไรก็สดใสไปหมดคนมีเงินมักอารมณ์ดีเสมอ โดยเฉพาะเงินที่ได้มาอย่างง่ายๆไม่เหนื่อยแรง  "ทำไมดวงชะตาของเรามันดีอย่างนี้" เขามองขึ้นไปบนฟ้าเหมือนขอบคุณเทวดา.

 

 

ร้านขายทองในตลาดคือแห่งแรกที่เขาไปเยือน หลังจากเดินออกจากร้านทองพร้อมเฟอร์นิเจอร์เหลืองอร่ามรอบคอ  มันเพิ่มความมั่นใจให้สมชายเต็มเปี่ยม. แต่ยังไม่หมดแค่นี้เขานึกไปถึงร้านขายนั่นขายนี่อีกหลายร้าน ..

 

 

ยายแป้นพารูปร่างอ้วนเป็นตุ่มบากหน้า ไปตระเวนขอหยิบยืมเงินจากเพื่อนบ้าน หลังจากหลายวันก่อนแกทำซองเงินที่มีเงินอยู่ 3000 บาทหายไป  เงินจำนวนนี้แกต้องส่งไปให้ลูกสาวที่เรียนอยู่ที่กรุงเทพฯเป็นประจำทุกเดือน หากไม่มีเงินส่งไปให้  ลูกแกก็เดือดร้อนเพราะต้องรอเงินก้อนนี้ไปใช้จ่าย.

 

 

 

อาชีพของแกคือขายห่อหมก เป็นหม้ายมาหลายปีมีลูกสาวคนเดียวไปเรียนอยู่ที่กรุงเทพฯ รายได้ที่กินอยู่ทุกวันมาจากการขายห่อหมกในตลาด ได้กำไรวันหนึ่งๆร้อยกว่าบาท   ดีที่บ้านไม่ต้องเช่าเพราะมีบ้านหลังเล็กๆเป็นของตัวเอง

 

แกจะต้องเก็บเงินแต่ละวันไว้ให้ได้ 100 บาทพอถึงสิ้นเดือนจะรีบนำเงินที่เก็บเอาไว้ส่งให้กับลูกสาวเป็นประจำทุกเดือน การทำเงินหายไปทำให้เกิดขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ความเดือดร้อนวิ่งเข้ามาหาตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

 

การไปขอหยิบยืมเงินคนอื่นๆไม่ใช่เรื่องง่าย ขนาดพี่น้องกันเองยังต้องทั้งขู่ทั้งปลอบกว่าจะแกะจากกระเป๋ามาได้ ยายแป้นนอนไม่หลับมาหลายวันเพราะไม่มีเงินส่งไปให้ลูก  หน้าดำเป็นถ่านเพราะเครียด  เดินพล่านเป็นเสือติดจั่นในการหากู้เงิน 3000 บาท  ไปหาใครก็มีแต่คนส่ายหน้าเป็นพัดลม.

 

 

ดวงแกยังไม่ถึงฆาต จ่าย้อยตำรวจเก่าซึ่งเกษียณราชการแล้ว อดสงสารไม่ได้หลังจากได้ฟังเรื่องราวจากปากยายแป้น ควักเงินให้ยืมมา 3000 บาท พร้อมกับสายเลือดตำรวจเก่าฉีดแรงขึ้นมา แนะนำให้ยายแป้นไปแจ้งความที่โรงพักเพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามเงินที่หายไป.

 

 

สมชายกินอิ่มนอนหลับสบาย นึกจะซื้ออะไรก็ได้ซื้อนึกจะกินอะไรก็ได้กินสมปรารถนา เงินเป็นสิ่งที่สารพัดนึกจริงๆ วันหนึ่งเขานอนดูโทรทัศน์ซึ่งซื้อมาใหม่เอี่ยม มีรายการพระออกมาพูดถึงความซื่อสัตย์สุจริต เรื่องผลกรรม บาปบุญคุณโทษต่างๆนานา ตามแนวทางของศาสนาพุทธ ทำให้สมชายเกิดความซาบซึ้งในรสพระธรรม   นึกอยากจะไถ่บาปขึ้นมาเขาไปค้นหาซองจดหมายเก่าที่มีชื่อและหมายเลขบัญชี ของหญิงสาวเจ้าของเงินที่สมชายแอบจิกใส่กระเป๋าตัวเองเมื่อหลายวันก่อน.

 

 

เขาไปที่ธนาคารจัดการส่งเงินไป 4000 บาท "เพิ่มดอกให้อีก 1000 บาทเป็นค่าเสียหาย" สมชายยังมีอารมณ์ตลก.

 

 

 วันนี้วันหยุดไม่ต้องไปทำงาน  สายแล้วแต่สมชายยังไม่ตื่นเพราะเมื่อคืนดูหนังจนดึก.

 

 

ก๊อกๆๆๆๆ เสียงเคาะประตูหน้าบ้านสมชาย.

 

 

ตรงประตูหน้าบ้านมีหญิงแก่อ้วนเป็นตุ่ม ปากเคี้ยวหมาก แยบๆๆเหมือนคนอมเลือดไว้เต็มปาก และชายอีก 2 คนแต่งเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจ.

 

 

บนโรงพักหรือสถานีตำรวจ สมชายนั่งหน้ามุ่ยหน้าโต๊ะทำงานของร้อยเวร ข้างๆโต๊ะยังมี ยายแป้นและจ่าย้อยนั่งร่วมวงอยู่ด้วย บนโต๊ะร้อยเวรมีจอมอนิเตอร์ใหม่เอี่ยมเจ้าหน้าที่ใส่ข้อมูลเข้าไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์  สมชายเป็นพระเอกของเรื่องเขากำลังก้มลงเก็บซองเงินแล้วยัดใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว

 

 

"เครื่องก็ใหม่กล้องวงจรปิดของธนาคารก็ใหม่ ภาพชัดแจ๋ว"  ร้อยเวรหันไปพูดกับสมชาย

 

 

เทวดาถีบสมชายตกสวรรค์ในบัดดล. !!

 

 

เขาได้รับกรรมพร้อมดอกเบี้ย ทั้งลดทั้งแถม 6 เดือนไม่รอลงอาญา..เพื่อให้หลาบจำ..!ดีที่สมชายส่งเงินคืนเจ้าของไป 4000 บาทจึงมีเหตุบรรเทาโทษไม่งั้นโดนหนักกว่านี้.

 

 

 "ไม่เจอซองเงินก็ไม่เกิดกรรม สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม" สมชายนั่งคิดอยู่ในเรือนนอนของเรือนจำแห่งหนึ่ง.!

 

 

"แต่ถ้ามีความซื่อสัตย์ ก็แก้กรรมได้" แต่เสียงนี้สมชายไม่ได้ยิน เพราะเขาทำบาป !!