บุคคลที่สาม

หลายครั้งหลายครา เมื่อเดินทาง ไปที่ต่างๆ จะได้พบเจอผู้คนมากมาย ไม่ซ้ำหน้า  คนไทยน่ารักอยู่อย่างก็คือรู้จักหรือไม่รู้จัก  ก็ยิ้มให้กันไว้ก่อน  บางครั้งก็เป็นเพื่อนรักกันไปเลย แต่บางครั้งก็เกลียดกันไปเลยทั้งที่ไม่เคยรู้จัก  เพราะปากพาชัง 

 

              เป็นโชคดีของคนเรา ที่สร้างให้เรามี ปาก  ประโยชน์ของปาก  มีไว้ รับอาหารที่อยากลิ้มลอง  มีไว้พูดคุยสนทนา    มีทั้งวาจา ที่ไพเราะ เสนาะหู และวาจาเสนียดหู ปาก สวยสวย งามงาม อย่างไร หากเอ่ยวาจา ไม่งามปากสวยๆก็อาจจะมีสี ได้จริงๆ

             การได้พูดคุย ได้ร่วมวงสนทนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่การร่วมวงสนทนา และกล่าวถึงบุคคลอื่นที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้น  ก็คือบุคคลที่สาม  ภาคเหนือเขาเรียกว่า เล่าขวัญ  ภาคใต้เขาพูดว่า นิ่นท่า  (รึป่าว)ภาคเราเราภาคกลางเขาเรียกว่าการนินทา   เป็นเสมือนน้ำจิ้มแสนอร่อย จิ้มได้ไม่รู้เบื่อ  สถานที่สนทนาไม่จำกัดสถานที่ เมื่อได้พบกัน ที่ไหนเมื่อไร ก็คุยกันได้สนั่น  ร้านอาหาร  บนรถประจำทาง  หรือในห้องน้ำ

>>จะคุยไรกันนักหนาเรื่องของเขา นั่น>>

เสียงของเขามันวิ่งเข้ามาให้เราได้รับรู้  แบบไม่ได้แอบฟังเขานะ  เสียงพูดคุยดังจะตายไป  บุคคลที่พูดถึง ไม่รู้จักก็ไม่เท่าไร  บังเอิญ บุคคลที่เขาพูดถึง เป็นเพื่อนของเราเอง ที่สำคัญ มาด้วยกันนี่สิ   ....นิ่งเสีย ตำลึงทอง.....

          ก็น่าแปลกอยู่นะ  ที่เขาเหล่านั้น พูดถึง เหมือนได้เห็นกับตาตนเอง  ได้แต่นั่งมองหน้าคนพูด ปริบๆ  นี่ละนะ  ปาก

 

        ต้องตั้งสติเอาธรรมะมาข่ม   หลวงปู่หลวง กตปุญโญ ท่านสอนไว้ว่า

 

           ให้ทำใจเย็นเหมือนน้ำ  ทำใจดีเหมือนน้ำ  น้ำมันดีอย่างไร  ใครด่าก็เฉย  ใครนินทาก็เฉย ขี้รดก็เฉย เยี่ยวรดก็เฉย  ทำใจอย่างนั้น ปล่อยวาง เขาว่าดีก็คืนเขาไป  เขาว่าไม่ดีก็คืนเขาไป เอามาทำไม เขายกก้อนไฟมาให้เรา  เราไม่เอา  นินทาก็เป็นไฟ สรรเสริญก็เป็นไฟ ดีชั่วไม่เอาของใคร    สาธุ  สาธุ  สาธุ

  ^^  มันจะไปได้ซักกี่น้ำ  T_T