เป็นหยังคื่อได้พากันมาตันน้ำ

ฝนตกมา 3วัน 3 คืน ติดต่อกันแล้ว เริ่มมีน้ำไหลเข้านาอีกครั้ง คราวนี้เป็นน้ำจากคลองส่งน้ำ ไม่ใช้น้ำจากหมู่บ้านเหมือนต้นฤดูกาล  น้ำนี้มาจากมหาสารคาม จนมาถึงที่ อ.เกษตรวิสัย ตั้งแต่น้ำจากมหาสสารคามถูกปล่อยมา คนทำนาก็คึกคักเป็นพิเศษ หลายคนมาสูบน้ำ,หลายคนมาหว่านแห ,วางรอบดักกุ้ง บางคนรีบไปซื้อปุ๋ยมาหว่าน ส่วนฉันน่ะเหรอ ไม่ได้ออกหาปลา ใส่เบ็ดเหมือนคนอื่นๆหรอก เพราะทำไม่เป็นเลย ฮา...ฉันเพียงแวะมาดูระดับน้ำว่ามากพอที่จะไหลเข้านาของฉันหรือยัง  เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สามีสุดที่รัก ไปเปิดท่อไว้ รุ่งเช้าวันจันทร์น้ำก็เริ่มไหลเข้ามาในนาแล้ว แต่ยังไม่แรงมากนัก เมื่อน้ำเริ่มไหลเข้าฉันจึงเอาน้ำหมักหอยเชอรี่ที่หมักได้ที่แล้ว ( หมัก 3 เดือน ) มาใส่ในนา   เทน้ำหมักตรงปากท่อน้ำซึ่งไหลเข้านา และน้ำจะพัดพาน้ำหมักไปละลายและหล่อเลี้ยงต้นข้าวเอง ตอนแรกฉันกังวลเรื่องจะหาคนมาช่วยฉีดน้ำหมักใส่ข้าว เพราะฉันไม่มีอุปกรณ์ แต่สุดท้ายก็นึกขึ้นมาได้ว่าทำแบบนี้ดีกว่า ไม่เปลืองแรงและไม้ต้องจ้างใคร แม้จะเปลืองก็เปลืองแต่น้ำหมักเท่านั้น

วันที่ 2 ที่เอาน้ำหมักมาใส่ในนา มาถึงก็เห็นลุงสมบูรณ์และพรรคพวกอีก 6-7 คน กำลังช่วยกันขุดดินใส่กระสอบกันอยู่ที่ประตูระบายน้ำ ฉันใส่ปุ๋ยเสร็จจึงเดินเข้าไปดู จึงรู้ว่าพวกเขากำลังนำกระสอบทรายไปตันทางน้ำตรงประตูระบายน้ำไว้ฉันอดสงสัยไม่ได้เลยถามลุงสมบูรณ์

"เป็นหยังคื่อได้พากันมาตันน้ำ"

"น้ำมันลดระดับลง มันไหลไปฟากพู้นเหมิด (ฟากพู้น คือ ฟากทิศใต้)

ฉันพอเดาออกว่าคนที่เป็นเจ้าของนาด้านเหนือ กังวลว่าน้ำจะไม่ไหลเข้านาของตัวเอง เลยชวนกันมาตันน้ำไว้ และนาของฉันก็เป็นอีกนาหนึ่งที่จะได้น้ำด้วยหากเขาตันน้ำกันเรียบร้อย แต่ฉันไม่รู้ว่าฉันจะช่วยเขาอย่างไรดี เขาซึ่งส่วนใหญ่รุ่นพ่อ ฮา...และฉันผู้หญิงคนเดียว เรี่ยวแรงก็น้อย ทำอะไรขุดๆยกๆก็ไม่ค่อยเป็น แถมยังกลัวตกน้ำตายอีกต่างหาก เอ....แล้วจะช่วยยังไงดี หากไม่ช่วยก็น่าเกลียด เพราะน้ำเข้านาเรารายแรกเลยนี่หว่า......

 ในที่สุดฉันจึงถามลุงสมบูรณ์ว่า ต้องการกระสอบอีกไหม แกบอกว่าต้องการอีก ฉันจึงรีบบึ่งจักรยานคู่ชีพกลับมาบ้าน เพื่อกลับมาเอากระสอบ 30นาทีผ่านไป ฉันกลับมาพร้อมกับกระสอบ พ่อใหญ่คนหนึ่ง อาการกำลังกึ่มๆเล็กน้อย สงสัยกรึ๊บมาซักเป๊กแล้วแต่เช้า  แซวฉันขึ้นมาก่อนใคร

"ปัดโธ่....ข่อยกลับบ้านไป 2 รอบแล้ว เจ้าจังได๋คือได้ไปมารอบเดียว"

แกคงเห็นฉันขี่จักรยาน ในขณะที่คนอื่นๆเขาขี่แต่มอร์ไซต์

"ตกลงเจ้าสิเอาหรือบ่เอา " ฉันพูดทีเล่นที่จริง

"เอา  ฮ่า ฮ่า  ฮ่า " 

อื้อหือ.....กลิ่น 45 ดีกรีโชยมาแต่ไกลเลยค่ะ

พ่อใหญ่อีกคนนึงแกขุดดินอยู่เลยสำทับขึ้นมาบ้าง

"เจ้าขี่มอร์ไซต์ เพิ่นขี่จักรยาน บ้านเพิ่นก็ไกลเนาะ"

ใช่ๆๆๆฉันเห็นด้วยกับพ่อใหญ่(ขุดดิน) และฉันก็กะจะมาช่วยด้วยนะ อย่าดูถูกกันให้ยากเลย ฉันตักดินไม่ได้ ยกกระสอบดินก็ไม่ไหว ว่ายน้ำก็ไม่เป็น เอาล่ะวะ ถือกระสอบให้เขาดีกว่า ทำได้แค่นี้ล่ะ

ผ่านไป 2 ชม.เราช่วยกัน งานก็สำเร็จ ผลที่เห็นทันตาคือ น้ำหนุนมาทางนาของฉันและไหลเข้านาแรงขึ้นกว่าเดิมเยอะ เห็นไหมล่ะ...ฉันคิดถูกแล้วที่มาช่วยพวกเขา แม้ไม่ได้ช่วยอะไรมากมายแต่ก็ได้ช่วยอ่ะนะ และเราก็ได้รับประโยชน์ทันตาเห็น

แต่พอฉันเจอพ่อใหญ่ใจ แกกลับทำหน้ามุ่ยพร้อมกับบอกว่า

"พากันไปตันน้ำน้ำจะทำให้ถนนขาด และถนนที่ว่านี้ก็คือ ถนนติดนาของฉันน่ะเอง หากฝนตกต่อไปเรื่อยๆอย่างนี้ น้ำไหลมาจากมหาสารคามเรื่อยๆอีก ถนนนี้จะขาด น้ำจะไหลบ่ามาท่วมข้าวนาฉันนาแรกและนาที่พ่อใหญ่ใจเช่าอีกนา รวมไปถึงนาที่อยู่ทิศใต้ลงไปเกือบทั้งหมดจะโดนน้ำท่วม

ไหง...เป็นงี้ล่ะ ฉันคิดว่ามันจะดีซะอีก แต่พ่อใหญ่ใจดันเครียด แกเครียดฉันก็เริ่มเครียดบ้างแล้ว แต่ยังมีหวังว่าน้ำคงจะไม่ท่วมหรอก เพราะแกบอกว่าแกจะไปพังทางตันน้ำนั้นซะ ......ฮา.....ดีเลย แล้วแกคงต้องไปตกลงกับคนที่มาตันน้ำเอาเอง ฉันก็ได้แต่ดูต่อไป ........พ่อใหญ่ใจช่วยด้วย!....