จากการได้รับหน้าที่หาข้อมูลเพื่อวางแผนและดำเนินการที่จะสร้างหรือซื้อ (Make or Buys) บ้านหลังสุดท้ายของชีวิต ครั้งนี้ก็ได้มีโอกาสดีที่ได้เข้าไปเยี่ยมบ้านเศรษฐีราคาสิบกว่าล้าน...!

ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
บ้านหลังนี้นับได้ว่าเป็นบ้านที่ดีและทันสมัยหลังหนึ่งของเมืองไทย
บ้านหลังนี้ดูเรียบ ๆ ง่าย ๆ ทรงไทย ดูหรู เลิศ ศิวิไลซ์ โดยเฉพาะสิ่งที่เลิศและไฉไลคือบ้านนี้มีชั้นใต้ดิน

ประตูน้อยข้างบันไดทำให้ใจประหวั่นวิตกอยู่นิดหน่อยเมื่อก้าวเดิน
แต่นั่น ความหมายที่มีนัยยะของครูบาอาจารย์คือให้เรารู้ รู้เพื่อดูใจ ดูสิว่าความกลัวที่เปลี่ยนเป็นความกล้ามันเป็นอย่างไร เอ้า... ลองดู

เดินหน้าตามพี่ ๆ มัคคุเทศน์ (สัปเหร่อ) พาเยี่ยมชมชั้นใต้ดินของบ้าน
ห้องใต้ดินนี้เป็นห้องที่ใช้ทำการเผาศพ แต่ศพไม่ได้เข้าทางนี้

บ้านหลังนี้มีลิฟท์...
โลงและศพจะเลื่อนลงจากข้างบนโดยใช้ลิฟท์ซึ่งเป็นระบบไฮโดรลิก
ทางลงนี้ก็เช่นเดียวกัน ศพลงได้แต่คนลงไม่ได้…!!!

เมื่อก้าวเท้าลงไปถึงสัมผัสได้ถึงความร้อนที่ยังคุกรุ่นอยู่ภายใน
พี่ ๆ สัปเหร่ออธิบายเพิ่มเติมว่า ศพนี้เผาเมื่อวาน ยังไม่ได้เก็บกระดูก
ความร้อนสะสมจากเมื่อวานยังคลายตัวออกไม่หมด
แต่ถ้าลงมาเมื่อวานจะร้อนกว่านี้เพราะพี่ ๆ ที่นี้ใช้การ “กวน”

นิยามศัพท์เฉพาะ : การกวน คือ การเปิดประตูเตาเผาแล้วใช้เหล็กดัน ดึง ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่ยังไหม้ไม่หมดหรือไม่โดนไฟเต็มที่ ดันและดึงให้ไปกองอยู่รวมกันเพื่อประหยัดพลังงาน (น้ำมัน)

ดังนั้นเมื่อมีการเปิดประตูเตาด้านหน้า ความร้อนจึงกระจายตัวออกมา “อม” อยู่ภายในห้องใต้ดินเป็นจำนวนมาก
แต่นั่นก็ต้องชมเชยพี่ ๆ สัปเหร่อ ที่สู้อุตส่าห์ทนความร้อนช่วยชาติประหยัด “พลังงาน...”

บ้านหรูหลังนี้มีผู้ที่มาใช้บริการจำนวนมาก กองเถ้ากระดูกทับถมรวมตัวกันจนเป็นภูเขากองน้อย ๆ
ร่างกาย ซึ่งเมื่อก่อนเคยมีคนเคยรัก เคยแย่ง เคยชิง
แต่วันนี้เถ้า กระดูกกลับถูกทอดทิ้งได้กองไว้อย่างเดียวดาย...

นี่แหละหนอ “ชีวิต...”
ชีวิตถึงแม้จะเลิศหรูเท่าใด
บ้านหลังเดิมถึงแม้ว่าจะสวยงามเท่าใด
บ้านหลังนี้ถึงแม้ว่าจะแพงและทันสมัยสักเท่าใด
แต่สุดท้ายคนเราก็มีเท่านี้เอง...