ความรีบเร่งที่อำนวยความสะดวกแก่ฉัน กำลังเร่งให้ฉันห่างไกลจากชีวิต ... ความสุขอยู่ที่ไหน ในทุ่งกว้าง ในเมืองใหญ่ หรือในใจฉัน

      นานมาแล้วผมได้รับบทความสั้นๆที่มีผู้ส่งมาให้ทาง e-mail ชื่อบทความคือ "ความสุขอยู่ที่ไหน" ผู้เขียนใช้ชื่อว่า อยู่กับก๋ง ลองอ่านดูสิครับ  ผมว่าดีนะ  ท่านเห็นอย่างไรบอกด้วยก็ดี ..

   ....  ตอนเรียนหนังสือจบ ฉันมีภาระหน้าที่ในการต้องออกไป “ใช้ทุน” ในต่างจังหวัด อำเภอที่ฉันจับฉลากได้ เป็นอำเภอที่ห่างไกล และทุรกันดารที่สุด ในจังหวัด ที่นั่นแทบไม่มีอะไรเลย แม้ที่สิ่งที่เราคิดว่าจำเป็นอย่าง “ตลาด” เพราะที่นั่นมีเพียงตลาดนัดเล็กๆ อาทิตย์ละ 2 วันเท่านั้น และคนที่มาขายของ ก็มิใช่ใครแปลกหน้า แต่เป็นชาวบ้านแถวๆนั้น ฉันแทบจะหลับตาเดินได้ในตลาด บอกได้ว่ามีอะไรบ้างวางขาย และวางขายตรงไหน เพราะมีคนมารวมกันเพื่อขายผัก ปลาเล็กๆน้อยๆ สักประมาณ 10 เจ้าเท่านั้นเอง ที่นั่นไม่มีแม้แต่ไฟถนน ยามค่ำคืนท้องฟ้าจะมืดสนิท คืนเดือนมืดดาวจะกระจายเต็มท้องฟ้า ถ้าเป็นคืนเดือนหงาย พระจันทร์จะสวยมาก เพราะไม่มีแสงใดบนฟ้าอีกแล้ว จะส่องกระจ่างเท่า

       ปลายหน้าหนาวของปีหนึ่งที่นั่น ฉันลงไปเดินเล่นในทุ่ง ทุ่งนาที่ไม่ได้เต็มไปด้วยข้าว แต่เต็มไปด้วย “ดอกหัวหงอก” มันเป็นดอกไม้เล็กๆสีขาว ขึ้นกระจายเต็มทุ่ง ทางเดินที่เดินเข้าไป เป็นทางดินเหนียวสีแดงอิฐ เล็กๆ ฉันตามใจตัวเองด้วยการเดินเท้าเปล่า สัมผัสแห่งผืนดินนั้น เต็มไปด้วยชีวิต  ฉันเดินมาจนถึงทางแยก มองเห็นทุ่งนาโล่ง และกว้างสุดตา อากาศเย็นในหน้าหนาว ถูกแดดอุ่นยามบ่ายละลายจนเหลือเป็นความเย็นสบายบางเบา ไม่หนาวเสียดผิว ลมหอบเอากลิ่นแห่งท้องทุ่งพัดพายมาชื่นใจ ฉันเงยหน้ามองท้องฟ้า มันกว้างเสียจนรู้สึกสัมผัสถึงอิสระ  แปลกดี เพียงแค่เท้าเราสัมผัสผืนดิน เงยหน้ามองท้องฟ้ากว้างๆ หรือก้มลงทำความรู้จักกับดอกหญ้าเล็กๆสักดอก โลกก็พร้อมจะหัวเราะกับเรา วันนั้นแม้แต่ใบไม้สีเหลือง ยังมีชีวิตทั้งๆที่มันเป็นใบไม้แห้ง  ฉันรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทั้งปวงบนโลกใบนี้  

       วันนี้ ฉันจากที่นั่นมา เพื่อเรียนให้มากขึ้น ฉันกลับมายังที่ที่เต็มไปด้วยเครื่องอำนวยความสุข และสิ่งสวยงาม ฉันไม่ได้เดินเท้าเปล่า แต่ทรงตัวอยู่บนรองเท้าส้นสูง ฉันไม่ได้หยุดทักทายกับดอกไม้เล็กๆหรือใบไม้สีเหลือง เพราะเท้าของฉันมันก้าวเร็วกินไป เครื่องช่วยเดินที่นี่มีเยอะเหลือเกิน และเร็วทันใจดีเสียด้วย เร็วจนวันนี้โลกเล็กๆของฉันหมุนตามไม่ทัน ฉันมองไปรอบตัว โต๊ะ ผนัง กำแพง ทีวี ตู้เย็น ล้วนเป็นเศษซากของสิ่งไร้ชีวิต มันกระด้าง และเยียบเย็นจนเกินที่ฉันจะสนทนาด้วยได้ สิ่งที่มันกำลังอ้างตัวว่าให้ความสุข แท้จริงมันกักขังจินตนาการ และพรากโอกาสที่ฉันจะสัมผัสกับความสุขง่ายๆ เล็กน้อยแต่งดงาม เหมือนความสุขในท้องทุ่งวันนั้นหรือเปล่า

       ความรีบเร่งที่อำนวยความสะดวกแก่ฉัน กำลังเร่งให้ฉันห่างไกลจากชีวิต ห่างไกลจากความเป็นจริง ห่างไกลจากสติ การตื่นรู้  และห่างไกลความงามทีเรียบง่าย หรือกำลังให้ความสุขกับฉันทันเวลากันแน่

                      ความสุขอยู่ที่ไหน ในทุ่งกว้าง ในเมืองใหญ่ หรือในใจฉัน


…..  การที่คนเราได้มีเวลาหยุดนิ่งๆสักพัก มองดูรอบๆตัว เราจะเห็นความจริงดำเนินไป เห็นว่าตัวเรานั้นเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตสิ่งหนึ่งบนโลกที่กว้างใหญ่ และยังมีอีกหลายชีวิต ที่อยู่ร่วมกับเรา การเห็นความผูกพันเชื่อมโยงกันระหว่างชีวิต น่าจะช่วยให้เรามีความเมตตามากขึ้น อ่อนโยนขึ้น เพราะเรา ไม่ได้เป็นเจ้าของโลกใบนี้คนเดียว
      ความทันสมัยในโลกตอนนี้ นำเราออกห่างจากธรรมชาติ วิถีชีวิตที่วุ่นวาย รีบเร่ง มีส่วนทำให้ใจเราร้อนรน เราไม่มีเวลาหยุด นิ่ง และได้ทบทวนความเป็นไปของวันนั้นๆมากนัก เรา "ต้อง" เดินเร็ว กินเร็ว พูดเร็ว เพราะเดี๋ยวจะไม่ทัน อยู่ตลอดเวลา เราถูกเร่ง จนไม่มีเวลาได้ทบทวนความเป็นไปของชีวิต  ….
                                           ...............................