ครูไทยสมัยโบราณตอนที่ 3 (ตอนจบ)
ในตอนนี้เป็นตอนจบแล้ว คุณตาได้เล่าเปรียบเทียบสิ่งแวดล้อมสมัยก่อนกับปัจจุบัน บทบาทของครูใหญ่สมัยโบราณ และสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมสำหรับครูด้วยติดตามได้เลยค่ะ
.....แต่เด็กสมัยนี้เพราะมีสิ่งแวดล้อมมีมากเช่นวิทยุ ทีวี มีเกมให้เล่น
สมัยข้าพเจ้าเรียนไม่มีทีวี วิทยุ โทรศัพท์ เหมือนสมัยนี้ ครูต้องใช้อุบายหรือเรียกว่าจิตวิทยาสั่งสอนศิษย์ เปรียบเทียบให้เห็นว่า สัตว์วัว ควาย ไม่รู้ภาษาเรายังมาฝึกลากล้อ ไถนาได้ทั้งที่ไม่รู้ภาษาเพราะเป็นสัตว์ส่วนพวกเธอพูดได้มีสมองคิดอ่าน เมื่อครูสอนพวกเธอ เธอก็ควร
จดจำที่ครูสอน ให้ความรู้ ให้วิชาและศีลธรรมอันดีให้เคารพผู้ใหญ่ มีบิดามารดาครูอาจารย์ ตลอดจนผู้เฒ่าผู้แก่ เมื่อพบก็ให้น้อมไหว้ว่า สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ เมื่อเราทำความเคารพ
ผู้เฒ่าผู้แก่ก็จะให้ศีลให้พรเรา เด็กก็เสมือนผ้าขาวเราเอาสีแดงชมพูเหลืองไประบายก็จะได้สีที่ดีงาม ถ้าเอาสีดำไประบายก็จะมัวหมองฉันใดก็ฉันนั้น การพูดจาก็เหมือนกัน เช่นครับผม หรือค่ะ เจ้าค่ะ เหมือนดังสุภาษิตสุนทรภู่กล่าวไว้ว่า
แม้จะเรียนวิชาทางค้าขาย
อย่าปากร้ายพูดจาอัชฌาศัย
จะซื้อง่ายขายดีมีกำไร
คนเขาไม่เคืองจิตคิดระอา
เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก
จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา(ลิ้น)
เมื่อข้าพเจ้าเรียนวิชาการขับร้อง สอดแทรกเพลงไทยแต่เดี๋ยวนี้ไม่มี แม้แต่ศีล ๕ ศีลแปดให้เด็กรู้ เดี๋ยวนี้เริ่มให้มีพระสงฆ์มาสอนศีลธรรมก็ส่วนน้อย สมัยก่อนครูใหญ่จะประชุมนักเรียน ให้นักเรียนหาเครื่องกัณฑ์มาตามศรัทธาและนิมนต์พระสงฆ์ก็จะมาเทศน์ให้นักเรียนฟังเพื่อสดับให้มีสติปัญญาเห็นศีลธรรมโน้มน้าวจิตใจให้อยู่ในศีลธรรมประพฤติแต่สิ่งดีงาม เมื่อเดินผ่านคนที่นั่งอยู่ต้องก้มหลังหรือกล่าวคำขอโทษ เมื่อเราจะผ่านไปว่า ผมขอโทษครับ หรือหนูขอโทษ เป็นคำสุภาพเมื่อเดินผ่านผู้ใหญ่นั่งอยู่ สมัยนี้หย่อนยานมาก ครูไม่ค่อยจะกวดขันเอาจริงเอาจังกับศิษย์ โบราณว่าไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก ฉันใดก็ฉันนั้น
เมื่อท่านได้อ่านบันทึกนี้อย่าโกรธข้าพเจ้าเลย ค่อยคิดค่อยปฏิบัติ ครูท่านเปรียบเสมือนเรือจ้างส่งคนข้ามฟาก ให้ท่านได้ถึงอีกฝั่งหนึ่ง ส่วนคนเมื่อถึงอีกฝั่งหนึ่งจะเดินทางได้ถึง
จุดหมายปลายทางหรือเปล่า บางคนก็ถึงจุดหมายปลายทางสำเร็จ บางคนก็ไปได้ครึ่งทางเพราะมีอุปสรรคขวางกั้นจึงไม่ถึงจุดหมายปลายทางคือการเรียน ดังคำพระว่ากรรมมุนาวัตติ-โตโลเก แปลความว่าสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
เมื่อท่านได้อ่านขอให้ตรึกตรองดู ใช้สติปัญญาสอนศิษย์ให้มีความรู้เอาบุญเผื่อแผ่ไปข้างหน้า เมตตาธรรมค้ำจุนโลก เมื่อท่านได้อ่านบันทึกนี้ขอให้ท่านคิดตรึกตรองหาเหตุผล ท่านจะเจริญรุ่งเรืองไปข้างหน้าสมคำว่า การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ขอความสวัสดีจงมีแด่ท่าน
ผู้อ่านบันทึกนี้
พุฒ พุ่มพวง
เป็นอย่างไรค่ะ เรื่องเล่าจากคุณตาเรื่องแรก ครูดาหวังว่าคงเกิดประโยชน์สำหรับ
ผู้สนใจ และจุดประกายความคิดสำหรับเพื่อนครูได้บ้าง สังเกตไหมคะว่าคุณตาท่านเป็นคนช่างคิดวิเคราะห์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากระบวนการจัดการเรียนรู้สมัยโบราณก็สามารถสอนให้คนคิดวิเคราะห์เป็น และนำมาใช้ได้จริงด้วย ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีทฤษฎีจากต่างประเทศเข้ามามากมายเหมือนสมัยนี้
ถ้าเป็นไปได้เรา(เมืองไทย)น่าจะมีการรวบรวบองค์ความรู้เรื่องวิธีการสอนสมัยโบราณ แล้วนำมาสังเคราะห์ประยุกต์ใช้กับทฤษฎีใหม่ ๆ ให้เหมาะสม น่าจะดีสำหรับสังคมไทย เด็กไทยจะได้มีความเป็นไทยในแบบสากลที่น่าชื่นชม เห็นด้วยไหมค่ะ เพราะปัจจุบันกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงเร็วมากจนตั้งตัวแทบไม่ได้ จึงเกิดปัญหากับเด็กและสังคมไทยอย่างทุกวันนี้ ครูทุกคนทำงานหนักและเหนื่อยล้า แต่คุณภาพเด็กดูจะตรงกันข้าม ใครหนอจะแก้ไขได้ตรงประเด็น..........ยังไงก็สู้ต่อนะคะ......
สาธุ ลำพูนไม่สิ้นครูดี ขอคารวะ พ่อครูพุฒ พุ่มพวง แทนครูลำพูนทุกท่านครับ
เล่าแบบ เมือง ๆ แบบที่ไม่เคยได้ยิน นะ ๆ จะรอ