ตั้งใจมาตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนแล้วว่า อย่างไรเสีย จะหาโอกาสมาเขียนเล่าถึงประสบการณ์ครั้งใหม่ของชีวิต นั่นคือการเป็นคุณครูคนใหม่ แต่ด้วยเหตุปัจจัยหลายๆอย่าง ทำให้การเริ่มต้นเขียนบันทึกแรกของปีนี้ดูช่างยากเย็นแสนเข็ญ (ซึ่งดูเหมือนว่าจะหาข้ออ้างให้ตัวเองซะมากกว่า ฮ่าๆๆ) ว่าแล้ว ก็ควรแก่เวลา ที่จะเริ่มร่ายเนื้อเรื่อง เพราะกลัวว่านานไป อาจจะทำให้ สมอง(ที่ไม่ค่อยได้ใช้มานาน)จะลบเลือนประสบการณ์ที่มีค่าที่แสนดีออกไปจากความทรงจำ
วันที่ 9 มิถุนายน 2551 เป็นวันแรกของการสลัดคราบของการเป็นดีเจ ที่ก่อนหน้า มักจะใส่แต่กางเกงยีนส์กับเสื้อยืดหลวมๆ มาสวมใส่ชุดที่ค่อนข้างดูเป็นทางการ กางเกงสแลค เสื้อเชิ้ตแขนสั้นเหลืองอ่อน กับรองเท้าหนัง (ที่พอมองกระจกแล้วกลับไม่กล้าออกจากห้อง)
07.00 น.กลั้นลมหายใจออกจากห้องนอน เดินผ่านม่านประตูมาอย่างประหม่า แม่ที่ออกมานั่งดูข่าวทีวีตอนเช้า พี่สะใภ้ที่กำลังเตรียมชุดนักเรียนให้หลาน พี่เขยที่กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำ.......... แค่คิด ก็ทำให้รู้สึกกลัวกับการโดนแซว....เอาละ ในเมื่อชีวิตยังกล้าตัดสินใจที่จะเปลี่ยนงานมาตั้งขนาดนี้แล้ว จะกลัวทำไมกับการโดนแซวแค่นี้...เมื่อออกมาเจอทุกคน สายตาที่ส่งไปสัมผัส กลับเจอแต่รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภูมิใจ เรียกความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง
07.30 น. สตาร์ทเครื่องยนตร์ เตรียมพร้อมที่จะออกจากบ้าน ในใจครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่จะได้เจออีกไม่กี่นาทีข้างหน้า หันมายิ้มกับเจ้าภูเขา(หมาน้อย) ที่ตัวใหญ่อย่างกับภูเขาสมตัว แล้วบอกกับมันว่า วันนี้พ่อเป็นครูแล้วนะ ซึ่งมันก็พยักหน้าเหมือนจะเข้าใจ แล้วออกรถไป ขับไป อมยิ้มไปด้วยความสุข
08.00 น. มาถึงห้องเรียนตรงเวลาเป๊ะ กะว่าน่าจะมาถึงก่อนเด็กๆ แต่ที่ไหนได้ เด็กๆนั่งรอกันหน้าสลอน รู้สึกประหม่าจนแข้งขาสั่น ทุกย่างก้าวที่เดิน ระยะทางเพียงแค่หน้าประตูห้องถึงโต๊ะครูกลางชั้นเรียน ดูเหมือนช่างยาวไกลเหลือเกิน เหงื่อเริ่มซึมออกจากหน้าผาก การหายใจดูเหมือนจะขัดๆ คอแห้งเหลือเกิน ....มาถึงกลางห้องพอหันหน้ากลับมาเจอนักศึกษา ได้ยินเสียงหัวหน้าบอก "นักศึกษาทำความเคารพ"แล้วก็ยืนขึ้นยกมือไหว้พร้อมกัน "สวัสดีครับ" สวัสดีคะ" ความตื่นเต้นยิ่งกระหน่ำซ้ำเติม มื้อไม้เริ่มแกว่ง ดูเกะกะไปหมด แต่ก็พยายามรวบรวมสมาธิกลับมา แล้วยกมือรับไหว้ พร้อมพูดดับนักศึกษาด้วยเสียงสั้นที่ดูเหมือนว่าพยายามจะพูดให้เสียงดัง แต่เสียงที่ออกมากลับหายไปในลำคอ
08.15 น. พยายามรวบรวมสติอีกครั้งหลังจากที่เรียกชื่อเด็กๆในห้อง 40 คน เอาละวะ(ในใจคิด) ครูก็ใหม่ นักศึกษาก็ใหม่ ยังไงเสีย เราก็ยังได้ชื่อว่าเป็นครู นักศึกษาก็ย่อมต้องเชื่อครูอยู่แล้ว ว่าแล้วก็เริ่มแจก คำอธิบายรายวิชา ซึ่งในวันนั้น วิชาแรกของการเป็นครูคือ วิชา หลักการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นวิชาที่ไม่ไกลจากสายงานเดิมเท่าไหร่ ยังไงวันนี้ความตั้งใจก็คือ มาทำความรู้จัก สร้างความผูกพันธ์เริ่มต้นกับนักศึกษาก่อน ก่อนที่จะเริ่มสอนอย่างเป็นทางการในคาบต่อไป
การเริ่มต้นในวันนี้ ดูเหมือนว่าจะปได้สวยเลยที่เดียว นักศึกษาตั้งใจและร่วมมือกับการเป็นครูครั้งแรกในชีวิต ซึ่งนักศึกษาไม่รู้เลยว่า "นี่เป็นครั้งแรกของครู" ว่าไปแล้ว ก็ควรจะขอบคุณพวกหนูๆทุกคนซะด้วยซ้ำไป ที่ทำให้วันแรกของครูดูมีความหมายและมีคุณค่าเหลือเกิน (ซึ้ง และประทับใจมากจนอยากร้องไห้)มันอัดอั้นตันใจ อยากระบายถึงความรู้สึกทั้งหมดที่มีในวันนั้น แต่คงเล่าได้ไม่หมด
ยังมีเรื่องเล่าในวันต่อๆมาอีกเยอะเลย หลายหลายๆความรู้สึกที่ได้เจอและได้สัมผัส ล้วนแล้วแต่มีคุณค่ากับชีวิตมากๆ ทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และน้ำตา เกิดขึ้นมาแล้วทั้งนั้นภายในไม่ถึง 3 เดือน แล้วจะกลับมาบันทึกในครั้งต่อไป ขอตัวไปนอนก่อนนะครับ
ครูต่อ
สนุกดีครับ อ่านแล้วน่าติดตามนะ ชอบ บรรยายได้อย่างเห็นภาพเลย
เข้าใจความรู้สึกนะ ตั้งใจแล้วกัน
สู้ๆ ครับ
มาให้กำลังใจครับ
มาให้กำลังใจครูใหม่ค่ะ...นานๆไป...ชำนาญการเลยล่ะค่ะ(ยังไม่ได้วิทยฐานะ)น่ะค่ะ..อิอิ
มาเป็นกำลังใจกับคุณครูคนใหม่ค่ะ ครูน้องแอนรออยู่ก่อนแล้ว นอนดึกเหมือนกันนะเรา..หนูน้อย..
ว่าง ๆคุณครูคนใหม่ไปเยี่ยมครูเก่า ๆ แก่ ๆ ที่บ้านนอกบนเขาบ้างนะคะ
http://www.krukimpbmind.com
ขอบคุณมากๆนะครับ สำหรับกำลังใจจากพี่ๆน้องๆ gotoknow ครับ
ครูต่อ
เป็นประสบการณ์ที่ดีนะคะ อ่านแล้ว เห็นภาพตามที่ได้เขียนบรรยาย ได้แง่คิดมุมมอง การที่ได้รับประสบการณ์แรกในชีวิต แล้วต้องมีวิธีคิดอย่างไร นำไปประยุกต์ใช้อย่างไร
วันนี้คุณทำได้แล้ว
ขอต้อนรับคุณครูคนใหม่ด้วยคนนะคะ
ขอขอบคุณอีกครั้งนะครับ สำหรับกำลังใจ รู้สึกยังตื่นเต้นไม่หาย แม้จะผ่านมาเกือบ 3 เดือนแล้ว แต่อย่างน้อยความตื่นเต้นทุกครั้งที่เกิดขึ้น ก็จะทำให้ผม มีอะไรดีๆอยู่เสมอ
ขอบคุณ คุณ ยศครับ คุณ JJ คุณครูแอน คุณ krukim คุณจุฑามาศ โปตระนันท์ และคุณครู วรางค์ภรณ์ เนื่องจากอวน นะครับ แล้วผมสัญญาว่า จะมาเล่าถึงความคืบหน้าของการเป็นครูต่อไปครับ
ขอบคุณอีกครั้งครับ
ครูต่อ
หวัดดีจ๊ะน้องต่อ : )
พี่ดีใจจังที่น้องต่อเลือกแทนตัวเองว่า “ครู” เพราะคำแทนตัวคำนี้จะย้ำเตือนเราอยู่เสมอ ว่าเราเป็นใคร และเรากำลังทำอะไร
พี่แอมป์ยังจำวันแรกที่เดินเข้าไปในโรงเรียนแถบชานเมืองกรุงเทพฯ ที่มีน้องเล็กๆสองร้อยกว่าคนได้เสมอจ๊ะ กว่าจะเข้าใจว่า “เราเป็นใคร” และ “เราควรทำอะไร..ควรทำอย่างไร” นั้น ก็ปาเข้าไปสองสามปี สำหรับพี่แอมป์ การเป็นครูโดยไม่เคยเรียนสายครูนั้น ส่งผลต่อวิธีคิดและความเข้าใจใน “ความเป็นครู” ของเรามากโขอยู่เหมือนกัน
....แต่ไม่ยากเกินกว่าความตั้งใจจริงของเรา ถ้าเราตั้งใจจะทำงาน “ครู” จริงๆ… พี่เชื่ออย่างนั้นเสมอมา
น้องต่อถ่ายทอดความรู้สึกครั้งแรกของการเป็นครูได้น่ารักจังเลย พี่ย้อนนึกไปถึงวันแรกที่ยืนอย่างตื่นเต้นอยู่หน้าชั้นเรียนแล้วรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน ..สิบห้าปีแล้วหรือนี่..
อาชีพครู(ไทย) เป็นอาชีพที่คนยกมือไหว้ เพราะเป็นสถานภาพที่ถูกคาดหวังว่า ผู้เป็นครูนั้นต้องควรแก่การเคารพนบไหว้ “ครู” เป็นอาชีพที่ สร้าง, เชื่อม และยึดโยงวัฒนธรรมสำคัญของไทยไว้หลายชุด โดยเฉพาะการให้ความเคารพนับถือกัน และความกตัญญูต่อกัน (ด้วยใจจริง) ทำให้ครูจำนวนมากยังคงภูมิใจในความเป็นครู และเพียรพยายามที่จะคง”ความเป็นครู”ไว้ เพราะสิ่งตอบแทน คือความรัก ความผูกพัน ความชื่นใจ ความตั้งใจจริงที่จะ “ให้” และความภาคภูมิใจอย่างเงียบๆและเรียบง่าย(ในความสำเร็จของเด็กๆที่เรารัก) ส่วนเงินค่าตอบแทน เป็นเพียงสัญญา ว่าจะให้ “หลักประกันแก่ชีวิต” แก่คนที่ทำหน้าที่นี้ ว่าจะไม่ต้องลำบากลำบนมากนักในตอนแก่ และพออยู่ได้อย่างสมถะพอเพียงในตอนที่ยังมีแรงทำงาน
ทั้งหมดที่พี่แอมป์กล่าวมา เป็นเพียงมุมมองในอุดมคติของคนที่ยังมีประสบการณ์ในความเป็นครูน้อยเหลือเกิน พี่ยังรู้สึกว่าพี่ยังทำ “หน้าที่ครู” ได้ไม่ดีเท่าที่ใจพี่อยากทำ แต่เมื่อได้ฟังน้องต่อเล่า พี่ก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาอีกมาก บางครั้งความรู้สึกท่วมท้นที่เราไม่ได้พูดออกมา แต่ในใจเรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เมื่อมีใครสักคนพูดแทนใจได้อย่างที่เรารู้สึก ก็ทำให้รู้สึกดีชะมัด ^_^
ขอบคุณสำหรับบันทึกที่ทำให้พี่แอมป์รู้สึกดีจริงๆบันทึกนี้นะคะน้องต่อ พี่แอมป์คิดว่าที่น้องต่อเลือกแทนตัวเองว่า “ครู” นั้นถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง เพราะน้องต่อ “มีความเป็นครู”อย่างแท้จริงเลยนะจ๊ะ
พี่แอมป์ ครับ
ขอบคุณที่ให้ข้อคิดดีๆสำหรับการเป็นครู ผมเชื่อในความเป็นครูที่เกินร้อยของพี่ แม้พี่ไม่พูด แต่การกระทำที่ล้นออกมา ผมสัมผัสได้นะครับ อย่าเพิ่งเบื่อที่ต้องโดนผมโทรไประบายบ่อยๆนะครับ
รักพี่สาวคนนี้ของผมเสมอครับ
ครูต่อ
หนูกำลังจะเป็นครูในอนาคต...หนูคงจะตื่นเต้นเช่นกัน...และหวังจะเป็นครูที่ดีในอนาคตค่ะ
หวัดดีครับ น้องจิราภรณ์ ให้กำลังใจ สำหรับครูคนใหม่ในอนาคตครับ เชือว่า น้องต้องเป็นครูที่ดีในอนาคตได้แน่นอนครับ สู้ๆๆนะครับ