หวัดดีจ๊ะน้องต่อ : )
พี่ดีใจจังที่น้องต่อเลือกแทนตัวเองว่า “ครู” เพราะคำแทนตัวคำนี้จะย้ำเตือนเราอยู่เสมอ ว่าเราเป็นใคร และเรากำลังทำอะไร
พี่แอมป์ยังจำวันแรกที่เดินเข้าไปในโรงเรียนแถบชานเมืองกรุงเทพฯ ที่มีน้องเล็กๆสองร้อยกว่าคนได้เสมอจ๊ะ กว่าจะเข้าใจว่า “เราเป็นใคร” และ “เราควรทำอะไร..ควรทำอย่างไร” นั้น ก็ปาเข้าไปสองสามปี สำหรับพี่แอมป์ การเป็นครูโดยไม่เคยเรียนสายครูนั้น ส่งผลต่อวิธีคิดและความเข้าใจใน “ความเป็นครู” ของเรามากโขอยู่เหมือนกัน
....แต่ไม่ยากเกินกว่าความตั้งใจจริงของเรา ถ้าเราตั้งใจจะทำงาน “ครู” จริงๆ… พี่เชื่ออย่างนั้นเสมอมา
น้องต่อถ่ายทอดความรู้สึกครั้งแรกของการเป็นครูได้น่ารักจังเลย พี่ย้อนนึกไปถึงวันแรกที่ยืนอย่างตื่นเต้นอยู่หน้าชั้นเรียนแล้วรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน ..สิบห้าปีแล้วหรือนี่..
อาชีพครู(ไทย) เป็นอาชีพที่คนยกมือไหว้ เพราะเป็นสถานภาพที่ถูกคาดหวังว่า ผู้เป็นครูนั้นต้องควรแก่การเคารพนบไหว้ “ครู” เป็นอาชีพที่ สร้าง, เชื่อม และยึดโยงวัฒนธรรมสำคัญของไทยไว้หลายชุด โดยเฉพาะการให้ความเคารพนับถือกัน และความกตัญญูต่อกัน (ด้วยใจจริง) ทำให้ครูจำนวนมากยังคงภูมิใจในความเป็นครู และเพียรพยายามที่จะคง”ความเป็นครู”ไว้ เพราะสิ่งตอบแทน คือความรัก ความผูกพัน ความชื่นใจ ความตั้งใจจริงที่จะ “ให้” และความภาคภูมิใจอย่างเงียบๆและเรียบง่าย(ในความสำเร็จของเด็กๆที่เรารัก) ส่วนเงินค่าตอบแทน เป็นเพียงสัญญา ว่าจะให้ “หลักประกันแก่ชีวิต” แก่คนที่ทำหน้าที่นี้ ว่าจะไม่ต้องลำบากลำบนมากนักในตอนแก่ และพออยู่ได้อย่างสมถะพอเพียงในตอนที่ยังมีแรงทำงาน
ทั้งหมดที่พี่แอมป์กล่าวมา เป็นเพียงมุมมองในอุดมคติของคนที่ยังมีประสบการณ์ในความเป็นครูน้อยเหลือเกิน พี่ยังรู้สึกว่าพี่ยังทำ “หน้าที่ครู” ได้ไม่ดีเท่าที่ใจพี่อยากทำ แต่เมื่อได้ฟังน้องต่อเล่า พี่ก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาอีกมาก บางครั้งความรู้สึกท่วมท้นที่เราไม่ได้พูดออกมา แต่ในใจเรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เมื่อมีใครสักคนพูดแทนใจได้อย่างที่เรารู้สึก ก็ทำให้รู้สึกดีชะมัด ^_^
ขอบคุณสำหรับบันทึกที่ทำให้พี่แอมป์รู้สึกดีจริงๆบันทึกนี้นะคะน้องต่อ พี่แอมป์คิดว่าที่น้องต่อเลือกแทนตัวเองว่า “ครู” นั้นถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง เพราะน้องต่อ “มีความเป็นครู”อย่างแท้จริงเลยนะจ๊ะ