โลกอันอุดมสมบูรณ์ของเรานี้ จริงๆแล้วผ่านหายนะทางธรรมชาติจากอวกาศมาหลายครั้ง ครั้งที่ชัดเจนก็ทำให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไป มาชมมิวสิควิดีโอ จำลองผลหลังจากโลกถูกชน ด้วยเมทีโอรอยด์ หรือแอสเทอรอยด์ ในเพลงที่ทั้งเพลงมีเนื้ออยู่นิดเดียวในตอนต้น ที่เหลือคือดนตรีที่จะสร้างจินตนาการ
เมทีโอไรต์ เป็นวัตถุธรรมชาติจากอวกาศ ขณะที่อยู่ในอวกาศเรียกว่า เมทีโอรอยด์ (meteoroid) เมื่อผ่านชั้นบรรยากาศจะร้อนและเปล่งแสงเป็นเหมือนลูกบอลไฟ ส่วนแอสเทอรอยด์ (asteroids) เป็นวัตถุในอวกาศที่มีขนาดเล็กกว่า ดาวเคราะห์แต่ใหญ่กว่า เมทีโอรอยด์
ภาพนี้ คือ เมทีโอไรต์ (meteorite, Willamette) ขนาด 15 ตัน ที่ตกมาบนโลก เมื่อ 106 ปีที่แล้ว (ค.ศ.1902) ตั้งแสดงให้ชมที่ Rose center

ภาพนี้เป็นไดอะแกรม ผลที่เกิดจากการชนของเมทีโอไรต์

หนังเรื่องนี้ จำลอง สถานการณ์ของโลก ถ้ามีแอสเทอรอยด์ (Asteroid, Meteorite) ขนาดใหญ่กว่าความกว้างของเกาะ ฮอนชู (Honshu) ของญีปุ่น [เกาะนี้เป็นเกาะใหญ่สุด ยาว 1,300 กิโลเมตรและกว้างระหว่าง 50-230 กิโลเมตร ref=1] (ในหนังนี้บอกขนาดประมาณ 500 กิโลเมตร) วิ่งชนโลก จำลองให้ชนที่มหาสมุทรแปซิฟิก ประมาณ 3000 กิโลเมตรจากตอนใต้ของญี่ปุ่น ด้วยความเร็ว 7 หมื่นกิโลเมตร ต่อชั่วโมง (เนื่องจากขนาดใหญ่ จึงดูเหมือนเคลื่อนช้า) เมื่อชนแรงจะลอกชั้นผิวของโลก การลอกของชั้นผิวเหมือนคลื่น สึนามิ (earth-crust tsunami) ชิ้นที่แตกจากการชนขนาดเกือบ 1 กิโลเมตร พุ่งกระจาย ซากต่างๆร่อนกระจายไปเป็นพันๆกิโลเมตร ขึ้นไปบนบรรยากาศแล้วตกลงมา หลุมที่เกิดจากการชนขนาดใหญ่มาก (crater) จะมีขอบสูง 7 กิโลเมตรคล้ายกับทิวเทือกเขาขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางของหลุมนี้ประมาณ 4 พันกิโลเมตร กินพื้นที่ของเกาะกวม (Guam) และส่วนของพื้นที่ของจีนแผ่นดินใหญ่ ภายในหลุม มีหินเผาร้อนแดง ก๊าซ ซึ่งเพิ่มจำนวนมาจนทะลัก แล้วไหลคลุมไปทั่วผิวโลก ในภาพมุ่งสู่เทือกเขาหิมาลายา (Himalayas) อุณหภูมิ 4 พันดีกรีเซลเซียส ด้านที่ไปยังป่าอะเมซอน (Amazon) ก็ทำให้ป่าถูกเผา หลังจากการชน 1 วันโลกจะปกคลุมด้วยหินร้อนแดง และจะคงอยู่เกือบปี มันเหมือนกับมีพระอาทิตย์หลายๆดวงมาปรากฏอยู่ใกล้ๆ ส่วนที่เป็นน้ำทะเลเดือดและระเหยไป ระดับน้ำทะเลจะลดลงอย่างรวดเร็วในอัตรา 5 เซ็นติเมตร ต่อนาที ที่ก้นทะเลจะร้อนหลอมเหลวคล้ายลาวา หลังจากชน 1 เดือนโลกจะปกคลุมไปด้วยควันไฟ แต่สิ่งมีชีวิตแรกที่เริ่มเกิดใหม่คือ จุลินทรีย์
.........and I am not frightened of dying,
any time will do, I don't mind.
Why should I be frightened of dying?
There's no reason for it, you've gotta go sometime.
I never said I was frightened of dying.
(เนื้อเพลง The Great Gig in the Sky ของ Pink Floyd)
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
1. http://en.wikipedia.org/wiki/Honsh%C5%AB (accessed 13 Sep 2008)
2. http://en.wikipedia.org/wiki/Meteorite
3. http://en.wikipedia.org/wiki/Asteroid
4. http://www.amnh.org/rose/meteorite.html
5. ชมวิดีทัศน์เวอร์ชันภาษาญี่ปุ่น http://www.youtube.com/watch?v=yYgEwX (added 24th June 2006)
6. ข้อมูลเนื้อหามาจาก คำบรรยายภาษาอังกฤษ (ตัดส่วนที่ผู้แต่งแจ้งว่าผิดพลาดออก) ใน http://www.youtube.com/watch?v=wjk-9yJBIG0
beautiful song!