ว่างเพราะวาง...วางแล้วเป็นสุข

หากลองสังเกตให้ดีจะพบว่ามีบุคคลอยู่สองประเภทที่อาศัยอยู่ในโลกสับสนวุ่นวายนี้ กล่าวคือ ผู้ที่เรียกร้องความต้องการให้กับตนเองตลอดเวลา และอีกประเภทหนึ่ง คือผู้ที่พอใจกับสิ่งที่ตนเองมีอยู่

บุคคลประเภทแรก ไม่เคยพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ เที่ยววิ่งหาสิ่งที่ตนเองอยากได้อย่างไม่สิ้นสุด ครั้นเมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วก็ยังไม่เพียงพอ ยังเขยิบความต้องการของตนเองสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่มีโอกาสในการได้รับความสุขในวันนั้น ๆ เพราะคิดเสมอว่าพรุ่งนี้จึงจะหยุดเพื่อเสพสุขกับสิ่งที่ได้มา ไม่ได้ “วาง” ความอยากได้ อยากมี และอยากเป็นไว้ที่วันนี้ ดังนั้นจึงไม่เคยได้รับความสุขใด ๆ เลยจากการกระทำของตนในวันนี้ เป็นเพราะว่าพรุ่งนี้ไม่เคยมาถึง

บุคคลอีกประเภทหนึ่งคือผู้ที่มีความคิดตรงกันข้าม ไม่เรียกร้องจนเกินควรพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ กระทำวันนี้ให้ดีที่สุด ไม่เรียกร้องในสิ่งที่ตนเองไม่สามารถจะทำได้หากได้พยายามอย่างเต็มที่แล้ว เขาเหล่านี้เป็นผู้ที่มีความสุขจากสิ่งที่ตนเองมีอยู่ พอใจในสิ่งที่ตนเองหาได้ “วาง” ความอยากได้ อยากมี และอยากเป็นเอาไว้ในที่และเวลาที่เหมาะสมกล่าวคือได้พยายามอย่างเต็มที่ในการทำหน้าที่ของตนแล้ว ก็จะพอใจในสิ่งที่ตนเองได้รับ ดังนั้นเขาจึงมีความสุขในวันนี้เสมอ

จากคำสอนของศาสนาพุทธที่ว่า
“ว่างเพราะวาง ไม่วางก็ไม่ว่าง เมื่อวางได้ชีวิตก็เป็นสุข”
ดังนั้นจงมีความสุขและพอใจในสิ่งที่ตนเองได้รับและมีอยู่
“วาง” ความอยากทั้งหลายทั้งปวงลงพร้อมรับความสุขที่ได้ทุก ๆ วัน