ครึ้มฟ้ามืดหมองหม่น เสียงอื้ออึงถมึงไกล
ฟ้าแลบแวบเร็วไว เป็นสายสาดฟาดครั่นครืน
ลมลู่ไหวโกรกกราก สะบัดพัดสุดแรงฝืน
ท้องทุ่งโยกโยนยืน สู้แรงลมล้มพับพา
หยาดฝนหยดร่วงริน สู่แผ่นผืนพื้นพารา
หลากรวมร่วมธารา ไหลเร็วรวดดูหวาดกลัว
เอ่อนองปริ่มสองฝั่ง ทะลักท้นท่วมเรือนครัว
แสงส่องห้องสลัว ริบหรี่หวังช่างทุกข์ทน
รั้งรอไม่ลุกเลื่อน ลังเลท้อมืดมัวมน
เย็นยากลำบากจน สุดลำเค็ญไร้พึ่งพิง
โอ้เอ๋ยเปรียบดั่งชาติ ถ่าโถมร้ายกลายรุ่งริ่ง
ธรรมะโดนทอดทิ้ง ประชาคว้างว้างวุ่นวาย
แผ่นดินแตกแปลกแยก ไฟไหม้สุมร้อนรนราย
โศกเศร้ามิเคลื่อนคลาย วิบากย้ำซ้ำบ้านเมือง
ครึ้มมัวมืดมนผ่าน ส่องแสงสาดพาดรุ้งเรือง
หวนฟื้นคืนเมลือง อร่ามรื่นคืนสู่ไทย....
ก็คงได้แต่หวังว่าประเทศชาติจะสามารถก้าวข้ามความยุ่งยากนี้ไปได้ในที่สุด....
หมายเหตุ...ได้รับแรงบันดาลใจจากบทกวีนิพนธ์ของคุณพนม นันทพฤกษ์ "น้ำแม่ลาว" ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๑
นั่นน่ะสิค่ะ เราก็เคยได้ยินคนพูดว่า หลังฝนตกท้องฟ้ามักจะสดใสเสมอ ตอนนี้หลังพายุพัดผ่าน ก็ขอให้พัดพาสิ่งไม่ดีออกไปจากประเทศไทยด้วยเถอะ